ย้อนรอยประวัติศาสตร์แห่งชุด Maid จากอังกฤษแพร่สู่แฟชั่นญี่ปุ่น

0
2,472 views

ในประเทศญี่ปุ่นไม่เพียงนิยม Maid Cafe กันมากเท่านั้น วัฒนธรรมชุดเมดกลายเป็น Pop Culture แพร่ไปทั่วทุกวงการสื่อบันเทิงในประเทศญี่ปุ่นทั้งอนิเมะ, มังงะ, เกมและมีกระทั่งแฟชั่นคอสเพลย์เลยทีเดียว ยูสเซอร์บนทวิตเตอร์ @RayTatsumi ผู้เชี่ยวชาญแฟชั่นเมดจะมาตีแผ่ประวัติศาสตร์ชุดเมดในชื่อ “การเปลี่ยนผ่านแฟชั่นเมดจากอังกฤษสู่ญี่ปุ่น จากศตวรรษที่ 19 จนถึงศตวรรษที่ 21

ย้อนไปในปี 1890 บริเวณสีเขียวอ่อนขวาบนสุดของภาพนั่นคือชุดเมดดั้งเดิมในสหราชอาณาจักรอังกฤษก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชุดสีขาวดำที่เราเห็นกันในปัจจุบัน เมื่อเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1910 – 1930 ชุดเมดมีขนาดสั้นลงเนื่องจากถูกปรับให้ใส่กันในหมู่บริกรสาวผู้ทำงานในธุรกิจบริการร้านอาหาร และในที่สุดก็กลายเป็นชุดที่พนักงานร้านอาหารใส่กันตั้งแต่ยุค 1970 เป็นต้นมา (สีเขียวตรงกลาง) ซึ่งตัวละคร 2D ในเกมพีซี (สีเขียวเข้ม) ก็ได้รับอิทธิจากตรงนี้

ชุดเมดดั้งเดิมจากสหราชอาณาจักรอังกฤษเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 1920 ซึ่งพนักงานร้านอาหารสไตล์ตะวันตกนิยมใส่กัน เมื่อชาวญี่ปุ่นเห็นก็นำมาปรับเข้ากับวัฒนธรรมของตัวเองอย่างรวดเร็วโดยผสมผสานกับชุดดั้งเดิมที่ใส่กันตอนทำงานบ้านแล้วในที่สุดก็วิวัฒนาการไปเป็นเครื่องแบบกะลาสีสำหรับนักเรียน (สีฟ้าอ่อน)

จากเครื่องแบบเมดในสหรัฐอเมริกาก็วิวัฒนาการไปเป็นชุดเมดดีไซน์ต่าง ๆ ทั้งสีและความยาวเพื่อใช้กันในคาเฟ่หรือห้างในช่วงปี 1930 (สีม่วงบริเวณขวาล่าง) จนกระทั่งกลายไปเป็นกางเกงแบบไม่แบ่งเพศสีขาวดำที่เห็นกันในปัจจุบัน นับจากช่วงปี 30 จนถึง 80 ชุดเมดมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายต่อหลายแบบเพื่อใช้ในธุรกิจรถไฟเสิร์ฟอาหาร

ในปี 1998 ก็เกิดกระแส Maid Boom ขึ้น (บริเวณซ้ายล่างของภาพ) จนสามารถพบเห็นแฟชั่นเมดได้ทั่วไปในสื่อต่าง ๆ ทั่วทั้งญี่ปุ่นและบูมอย่างต่อเนื่องจนชุดเมดกลายเป็นจุดเด่นของแฟชั่นและสังคมญี่ปุ่นในปี 2005 ในช่วงเดียวกันนี้ตั้งแต่ปี 1999 มาการแต่งคอสเพลย์ชุดเมดก็กลายเป็นที่นิยมแบบสุดขีดด้วยครับ ในช่วงปี 2002 มีหลายคนนำไปผสมผสานกับแฟชั่นคอสตูมอื่นจนแตกสาขาไปเป็น Nurse maid, Japanese maid, Gothic Lolita maid ฯลฯ

ด้วยกระแส Maid Boom จึงก่อให้เกิด Maid Cafe ผุดขึ้นมามากมายตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาอีกด้วย (บริเวณกลางล่างของภาพ) และกระแสบูมก็หยุดไม่อยู่จนกลายเป็นกระแส Maid Cafe Boom ในปี 2005 ซึ่งเป็นเหมือนการปูทางให้เกิดชุดเมดหลากหลายรูปแบบแตกสาขาออกไปอีกอย่างต่อเนื่อง

และทั้งหมดที่กล่าวมาก็คือประวัติศาสตร์แฟชั่นเมดจากอังกฤษจนแพร่อย่างกว้างขวางสู่ญี่ปุ่นครับ ด้วยวิวัฒนาการที่ยังไม่จบสิ้นไม่แน่ว่าในอนาคตอาจได้เห็นเครื่องแบบ Bikini Maid ในวันเมดแห่งชาติหรืออาจได้เห็นเมดสาวเพาะกายยกน้ำหนักใน Maid Gym จนหลาย ๆ คนเริ่มหวนคิดถึงชุดเมดแบบดั้งเดิมอันแสนคลาสสิคก็เป็นได้ครับ

Source : SoraNews24