หากใครเคยอาศัยในญี่ปุ่น จะพบว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันจนเป็นเรื่องปกติ ทั้งระบบการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ หรือจะเป็นนิสัยของผู้คนที่ไม่ค่อยจะพบกันซึ่งหน้า และอีกมากมาย

รวมไปถึงการคงอยู่ของ “อีกา” ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวันเช่นกันตามกองขยะ ซึ่งทั่วญี่ปุ่นนั้นมีอยู่เยอะ และเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ จนนองค์กรปกครองท้องถิ่นยังต้องหามาตรการมาลดจำนวนประชากรของพวกมัน

ด้วยความที่พวกเยอะ เจ้านกสีดำเหล่านี้จึงไม่ยี่หระในตัวมนุษย์ แต่ภาพที่เห็นต่อไปนี้ จะเรียกได้ว่าไม่แคร์ ไม่กลัวคนมากเกินไปไหมนะ เพราะมันเป็นภาพของอีกา ที่กำลังพยายามซื้อตั๋วโดยสารรถไฟ ด้วยบัตรเครดิตที่ไปขโมยมา (จากเครื่องข้าง ๆ) น่ะสิ

ภาพจากสถานี Kinshichou ในเขต Sumida, Tokyo เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ซึ่งมันได้ทำท่ายงโย่ยงหยก สาละวนอยู่กับการเรียนรู้วิธีการใช้งานเครื่อง เมื่อได้ที่ จึงไปคาบบัตรเครดิตมาจากเครื่องข้าง ๆ และหาทางใส่เข้าไปในเครื่องขายตั๋วรถไฟ แต่เจ้าของบัตรเครดิตก็ได้ขอให้มันเอาบัตรของเธอมาคืน ซึ่งก็ยอมแต่โดยดี ก่อนที่จะมีใครไปเรียกนายสถานีออกมาจัดการ และเรื่องก็จบลงด้วยดี….มั้ง?

ล่าสุด อีกาตัวดังกล่าวก็ได้แสดงความพยายามอีกครั้ง ด้วยวิธีการเดิม คือการขโมยบัตรเติมเงิน (IC Card) จากผู้คนแถวนั้น แต่แทนที่จะนำไปสอดในตู้ขายตั๋วรถไฟ กลับคาบแล้วบินไปหย่อนบัตรไว้บนหลังคารถแท็กซี่ ที่จอดอยู่แถวนั้นแทน และถูกจับเอาไว้ได้โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมสัตว์ร่วมือกับชาวบ้านย่านนั้น ก่อนที่จะได้เดินทางไกลแบบไม่ได้ตั้งใจ

จากนั้นได้มีหญิงรายหนึ่ง ที่เห็นว่าพวกมันควรมีชีวิตที่ดีกว่าการมาอยู่ในสถานีรถไฟแบบนี้ จึงได้รับมาดูแล และจะนำไปปล่อยในป่า โดยมีจังหวัด Nagano เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่เธอสนใจ

อย่างไรก็ดี แม้อีกาตัวดังกล่าวจะอยู่ในกรงแล้ว แต่หญิงผู้รับมันไปเลี้ยงนั้นยังต้องเจอปัญหาทางกฎหมาย เพราะการจับอีกาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายนั้นถือเป็นการละเมิดกฎหมายควบคุมและรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับ 1 ล้านเยน

สถานี Kinshichou ในเขต Sumida, Tokyo

ยิ่งไปกว่านั้น การนำเอานกที่อาศัยอยู่ในเมืองมาตลอดไปปล่อยป่า ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมันโดยบังคับ และการที่เอาสัตว์ที่มีสติปัญญา รู้จักวิธีสะสมอาหาร รู้จักการจดจำผู้คนที่ผ่านไปมา ร่วมถึงการเข้าหาผู้คนที่มีอัธยาศัยดีกับมันเพื่อหาอาหาร ไปปล่อยในป่าเพียงเพราะมันขโมยบัตรเติมเงินเป็นเรื่องที่น่าเศร้า

ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา Sugita Shoei จากมหาวิทยาลัย Utsunomiya ได้ตั้งทฤษฎีไว้ว่าอีกาตัวดังกล่าวอาจจะเคยถูกเลี้ยงเหมือนสัตว์เลี้ยงมาก่อน ในช่วงหนึ่งของชีวิตมัน จากพฤติกรรมที่ไม่ประหม่ากับมนุษย์ รวมถึงสามารถเข้าประชิดตัวให้แตะต้องได้ ส่วนการที่มันไปคาบเอาบัตรเติมเงินนั้น ไม่ใช่เพราะมันตั้งใจจะขโมยแต่อย่างใด หากแต่เพราะมันได้รับสัญชาตญาณในการให้ความสนใจกับสิ่งของที่เป็นประกาย หรือสะท้อนแสงต่างหาก นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ Higuchi Hiroshi ผู้ชำนาญวิชาวิหควิทยาจากมหาวิทยาลัย Tokyo ได้ให้ความเห็นว่า หากมันเคยถูกป้อนอาหารแล้ว ต่อให้นำมันไปปล่อยป่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือมันก็จะเที่ยวหาชุมชนตามท้องถิ่น เพื่อเข้าไปหาอาหารในชุมชนอยู่ดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้กล่าวว่าจะมีมาตรการการลงโทษหรือปรับหญิงผู้จับอีกาแต่อย่างใด แต่ต่อให้มี ก็จะน้อย ด้วยเจตนาของเธอที่ไม่ได้มุ่งร้ายต่อสัตว์ แม้การกระทำจะผิดกฎหมายก็ตาม สำหรับเจ้าอีกา ชะตากรรมของมันในตอนนี้อยู่กับหน่วยงานที่ควบคุมสัตว์ นั่นคงแปลว่ามันอาจจะไม่ต้องจาก Tokyo ไปยังที่อื่นในเร็ว ๆ นี้แน่นอน

Source: Yahoo! Japan News/FNN Prime Online, Twitter@yuruhuwa_kdenpa via SoraNews24