เอาภาพตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ มาสอนสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดในชีวิตการทำงาน มันไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาหรอกนะ…

อย่างที่เห็นกันได้ทั่วไป ว่าวัฒนธรรมในการทำงานของญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งนั้นเป็นสิ่งที่ค้ำจุนสังคมญี่ปุ่น แม้รายได้จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินสักเท่าไร ก็ยังมีความคาดหวังว่าคนเป็นลูกจ้างจะต้องก้มหน้ารับมันให้ได้ และสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น คือชีวิตที่ไม่มีทางไปเท่าไรนัก

แม้ผลตอบแทนจากการลงทุนลงแรงนั้นจะน้อยแค่ไหน คนเราก็ย่อมคาดหวังว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ มันจะไม่กลายเป็นการทำฟรีโดยไม่ได้อะไรกลับมา ใช่ไหม? แต่ไม่ใช่กับเรื่องราวของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ชื่อ @kaasankyoha ที่บอกเล่าถึงสิ่งที่หลบซ่อนอยู่ในหนังสือเรียนชั้นประถม ของลูกสาวของเธอนี้เอง

หนังสือเรียนเล่มดังกล่าว มองภายนอกเหมือนหนังสือสำหรับเด็กประถมทั่วไป ที่มีรูปสิงสาราสัตว์เป็นตัวการ์ตูนคอยเดินเรื่องเพื่อให้การเรียนดูน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือตัวละครทานุกิ ที่ชื่อว่า Ponta ผู้มาพร้อมกับโจทย์เติมคำว่า

“พวก Ponta คุง บอกว่า ต่อให้เราไม่ได้อะไรตอบแทน เราก็ยังอยากจะทำงานต่อไป นั่นเป็นเพราะ…. (เติมคำในช่องว่าง)”

ตามปกติแล้ว นักเรียนจะต้องเป็นฝ่ายเติมข้อความลงไปหลังจากนั้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่คุณ @kaasankyoha นั้นมีความต้องการเหลือเกินที่จะบอกกับเหล่าทานุกิ Ponta พวกนั้นว่า “เธอและเพื่อนไม่ควรทำงานให้กับบริษัทที่ไม่จ่ายค่าแรงนะ!”

เมื่อเรื่องนึ้ถูกเผยแพร่ไปบนอินเตอร์เน็ต ก็ได้รับความเห็นกลับมาทำนองว่า

“แปลว่าเขาสอนให้เด็กกลายเป็นทาสค่าแรงต่ำ โดยเคลือบน้ำตาลด้วยคำว่า [ธรรมเนียม] กันสินะ?”
“โหดสัส”
“นี่คนเป็นเจ้านายห่วย ๆ มาเขียนหนังสือนี้เองสินะ”
“สงสารเด็กนะ โดนล้างสมอง”

รวมไปถึงการจบเรื่องราวของ Ponta ด้วยโศกนาฎกรรม (ที่เกิดจากตัว Ponta เอง) ว่า

“พวก Ponta ตั้งใจทำงานที่ไม่ได้รับค่าแรงต่อไป จนพบว่าต้องอดตายเพราะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน”

อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ เลยว่าผู้จัดทำหนังสือชุดนี้คาดหวังคำตอบอะไรจากเด็กน้อยอนาคตของชาติ จากภาพด้านล่างทำให้เราทราบว่า Ponta และผองเพื่อน กำลังทำความสะอาดเมืองของพวกเขา และเพราะหนังสือเรียนเล่มนี้สอนวิชาจริยธรรม การสอนว่าต่อให้พวก Ponta ไม่ได้อะไรกลับมาเลย พวกเขาก็ต้องทำให้เมืองสะอาดให้ได้ เพื่อความสุขของชาวเมืองทุกคน รวมถึงตัว Ponta เองด้วย

และอีกปัจจัยหนึ่งคือพวก Ponta นั้นไม่ได้แสดงท่าทีว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดขยะมูลฝอย ดังนั้นการกระทำของพวกเขาจึงอยู่ในรูปของอาสาสมัคร เพื่อรางวัลที่ไม่ใช่เงินตราหรือสิ่งของ แต่เป็นความสุขของผู้คน ช่างเป็นเนื้อหาที่เหมาะสมกับหนังสือเรียนวิชาจริยธรรมเสียจริง หาใช่วิชาเศรษฐศาสตร์ไม่ ดังนั้นจึงมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป และถูกเขียนออกมาให้เข้าใจง่าย เพราะคนอ่านเป็นเด็กประถม

บางที ความผิดนี้อาจตกเป็นของการใช้คำ ที่ดันไปใช้คำว่า “ทำงาน” กับการไม่หวังผลตอบแทน ผลคือถูกเข้าใจผิดว่าสอนเด็กให้ทำงานฟรี ทุ่มเทชีวิตให้องค์กรที่ไม่จ่ายค่าแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมการทำงานของญี่ปุ่นในปัจจุบันในบางบริษัท

Source: [email protected] via SoraNews24
ภาพประกอบ: Irasutoya