ญี่ปุ่นเป็นประเทศขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นเจ้าระเบียบมาแต่ไหนแต่ไร หากใครทำงานที่นั่นย่อมรู้ดีใช่ไหมครับ ข่าวที่เราจะนำเสนอวันนี้แสดงให้เห็นควาเมป็นเจ้าระเบียบที่ชัดกว่าเดิม

โดยเรื่องราวครั้งนี้เกิดขึ้นกับพนักงานของสำนักงานประปาเมืองโกเบ ได้ออกไปซื้อข้าวกลางวันที่ร้านขายอาหารกล่องท้องถิ่น ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ว่าไม่ใช่กับเจ้านายของชายคนนี้ที่มองว่าการเดินทางของเขามันดันเกิดขึ้นช่วงเวลาทำงาน ทำให้เขาตัดสินใจที่จะลงโทษพนักงานคนนี้ด้วยการตัดเงินเดือน และออกมาขอโทษเรื่องนี้ต่อสาธารณะ

โดยเหตุนี้เกิดขึ้นจากการที่พนักงานคนหนึ่งได้มองออกไปนอกอาคารและพบพนักงานตัวการได้ออกไปนอกอาคารเพื่อเดินไปซื้อข้าวเที่ยงในร้านใกล้เคียง โดยการเดินทางไปร้านใช้เวลา 3 นาทีและพบว่าเกิดขึ้นถึง 26 ครั้งตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2017 – มีนาคม 2018 ซึ่งหลังจากคำนวณเวลาที่ใช้ไปจากการซื้อข้าว ทำให้สำนักงานตัดสินใจลงโทษดังกล่าว

โดยตัวแทนของเมืองได้ก้มขอโทษในงานแถลงผ่านทางการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โดยหนึ่งในนั้นพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่งที่เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เราต้องขอแสดงความขอโทษจากใจจริง”

แม้ว่านี่จะเป็นการแสดงถึงความเจ้าระเบียบของญี่ปุ่น แต่ในมุมมองของคนทั่วไปกลับมองว่านี่เป็นการกีดกั้นเสรีภาพของพนักงานจนทำให้เขาดูเหมือนทาสเกินไปหรือไม่ และนี่เป็นความเห็นบางส่วนที่เรานำมาให้อ่านกันนะครับผม

“คนพวกนี้ไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าห้องน้ำใช่ไหม นี่มันเหมือนทาสในที่ทำงานหรืออะไรซักอย่าง”
“พวกเขายังคงอนุญาติให้หยุดสูบบุหรี่ได้ แต่ทำไมอันนี้ดันยกโทษให้ไม่ได้”
“แล้วพวกนักการเมืองที่นอนในสภาล่ะ พวกเขาต้องโดนไล่ออกด้วยสิ”
“มันเป็นการลงโทษที่ไร้สาระมาก 26 ครั้งในหกเดือนเท่ากับเขาออกไปซื้อข้าวเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นเอง”
“ไม่อยากจะเชื่อว่ามีใครบางคนใช้เวลาไปเที่ยวแทนการมาทำงานทุกครั้ง”
“เป็นเรื่องน่าตลกที่สุด การจัดเตรียมขอโทษต่อสื่อมวลชนมันเสียเวลามากกว่าสามนาทีที่พวกเขาไปซื้อข้าวเสียอีก”

หัวหน้าของชายผู้นั้นได้กล่าวเหตุผลที่เขาใช้ในการขออนุญาตออกไปซื้อข้าวเที่ยงเพราะเขาอยาก “ทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง” ในวัฒนธรรมการทำงานของชาวญี่ปุ่นนั้น พนักงานจะทานข้าวที่โต๊ะทำงานของตนเสมอ และจะอยู่ในออฟฟิศจนกว่าหัวหน้าจะกลับไปแล้ว และจะทำงานจนกว่าจะถึงขีดสุดของร่างกายแทนที่จะลาป่วยจนเป็นปกติ ความต้องการที่จะ “ทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง” จึงถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ และเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้

แล้วเพื่อน ๆ คิดเห็นยังไงกับข่าวนี้บ้าง แสดงความเห็นกันได้นะครับผม

Source : Yahoo NewsMy Game News Flash via soranews24