ปัจจุบันร้านค้าแฟรนไชส์ Family Mart ในญี่ปุ่นมีพนักงานร้านเป็นชาวต่างชาติจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ชาวต่างชาติเหล่านี้ย่อมมีรูปลักษณ์หรือวิธีการพูดที่ไม่เหมือนชาวญี่ปุ่นโดยกำเนิด เพื่อปรับตัวให้ธุรกิจยังคงไปต่อได้อย่างราบรื่นแล้วทางร้านจึงยอมปรับลดกฎระเบียบของพนักงานขายของหน้าร้านลง 2 ข้อครับ

ข้อแรกคือการลดคำพูดที่พนักงานต้องพูดกับลูกค้าเมื่อลูกค้าเสร็จสิ้นการชำระเงินแล้ว จากเดิมคือ “ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ / ครับ โอกาสหน้ากรุณาใช้บริการร้านเราอีกนะคะ / ครับ” (ありがとうございます。またお越しくださいませ。- Arigatou gozaimasu Mata okoshi kudasaimase) ย่อให้เหลือแค่ “ขอบคุณที่ใช้บริการครับ” (ありがとうございます。- Arigatou gozaimasu) เท่านั้น

สาเหตุหลักมาจากประโยคหลัง “โอกาสหน้ากรุณาใช้บริการร้านเราอีกนะคะ / ครับ” นั้น การพูดที่ถูกหลักไวยากรณ์และเป็นทางการตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นผู้จริงจังในหน้าที่คือประโยค またお越しくださいませ (mata okoshi kudasai mase – กรุณามาอีกนะคะ / ครับ) ซึ่งเป็นรูปยกย่องที่เคารพลูกค้าตามมารยาทนั่นเองครับ สำหรับชาวต่างชาติหลายคนประโยคนี้ยากแก่การจดจำเป็นอย่างยิ่ง

ประโยคที่ใช้พูดกับเพื่อนทั่ว ๆ ไปอย่าง また来てください (mata kite kudasai – กรุณามาอีกนะคะ / ครับ) นั้นแม้จะเข้าใจและไม่ผิดหลักไวยากรณ์แต่อย่างใด แต่ถือเป็นการเสียมารยาทต่อลูกค้าเพราะถือว่ายังสุภาพไม่มากพอ จึงใช้ประโยคนี้ในฐานะพนักงานผู้รับผิดชอบในหน้าที่ไม่ได้ครับ

⇓ แสดงการเปลี่ยนรูปประโยค ตั้งแต่รูปธรรมดาข้างบนสุด ค่อย ๆ สุภาพขึ้นทีละขั้นจนถึงรูปยกย่อง

ข้อที่ 2 คือการลดหย่อนให้พนักงานขายของหน้าร้านสามารถย้อมสีผมบลอนด์หรือสีน้ำตาลเข้มได้ แม้ว่าจะมีการผ่อนผันตามแฟชั่นวัยรุ่นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ผ่อนผันมากขนาดให้ใส่ต่างหูหรือสร้อยคอขณะทำงานแต่อย่างใดครับ สาเหตุหลักเป็นเพราะพนักงานขายของหน้าร้านยังมีหน้าที่อีกอย่างคือการเตรียมอาหารเช่นการทอดไก่หรือลูกชิ้น ซึ่งสุขอนามัยในอาหารถือเป็นเรื่องปกติที่ร้านใด ๆ ก็ตามจะต้องจริงจังอย่างถึงที่สุดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคครับ

นโยบายเหล่านี้มีผลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 ก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ในเดือนเมษายนไม่นานนัก ปัจจุบันผ่านมาแล้ว 3 เดือนทางร้านยังไม่เคยได้ผลตอบรับเชิงลบจากลูกค้าแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยืนยันว่านโยบายใหม่ไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ

Source : SoraNews24