พูดถึงญี่ปุ่น เราคงคุ้นเคยกับภาพของความตั้งใจมั่น แน่วแน่ต่อเป้าหมาย หากได้เริ่มต้นทำแล้วจะไม่หยุดจนกว่าจะสำเร็จหรือจะตายไปข้างหนึ่ง และนั่นคือสิ่งที่คุณ @mahisan818 ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่น ที่มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ได้ชี้ให้เห็นว่าความมุ่งมั่นแบบยึดติดจนตัวตายนั้น กำลังกัดกินสังคมอย่างช้า ๆ ผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า

“คนญี่ปุ่นหลายคนนั้น “ฝึกการล้มเลิก” มาไม่พอ ไม่มีประสบการณ์ที่จะย้ายโรงเรียน หรือเลิกทำกิจกรรมชมรม ตามความต้องการของตัวเอง และเพราะไม่มีประสบการณ์ทำนองแบบ “ถ้าฉันจะเลิกมันด้วยตัวเอง จะเป็นยังไงกันนะ” จึงกลายเป็นการกลัวที่จะลาออกจากบริษัท ดูอย่างคนมาเลเซีย เขาย้ายโรงเรียนกันก็เพราะเห็นแค่ว่าโรงเรียนนั้นไม่เหมาะ เรียกได้ว่าเป็น “การสอนให้รู้จักรับผลของการล้มเลิก” ตั้งแต่เด็กเลยก็ได้”

คุณ @mahisan818 ยังบอกเป็นนัย ๆ ว่าเด็ก ๆ ชาวญี่ปุ่นนั้นขาดประสบการณ์ในการตัดสินใจอะไรด้วยตนเอง จำเป็นต้องให้พ่อแม่ตัดสินใจแทนทุกอย่าง และเมื่อทำบ่อยครั้งเข้าอาจก่อเกิดเป็นนิสัยที่ไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลย ยอมไหลไปตามความคาดหวังของคนรอบตัว และสุดท้ายอาจจะกลับมาทำร้ายตัวเอง

“การฝึกให้ล้มเหลว การฝึกให้ยกเลิกนั้น ควรจะฝึกให้กับเด็กตั้งแต่เนิ่น ๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเองได้โดยที่ไม่ต้องรอความยินยอมจากพ่อแม่ สามารถบอกได้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร สามารถออกจากชมรมที่ตัวเองไม่ชอบได้ เลือกที่จะไม่เรียนโรงเรียนที่ตัวเองไม่ชอบได้ ให้ตัวเองได้เรียนรู้ประสบการณ์จากผลลัพธ์เหล่านั้นได้โดยตรง รวมไปถึงประสบการณ์ทำนองว่า [รู้อย่างนี้ไม่น่ายกเลิกเลย] ก็เช่นกัน”

“ได้เรียนรู้ได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ได้บอกเลิกทำอะไรหลาย ๆ อย่าง จะทำให้ได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับความรู้สึกโดดเดี่ยว ความรู้สึกที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใครเวลาต้องบอกยกเลิก ได้รู้จักว่าช่องว่างที่เกิดขึ้นหลังจากการเลิกลาออกมานั้นจะเอาอะไรใหม่ ๆ ใส่เข้าไปได้ ชีวิตที่ได้ฝึกหัดการ “เลือกสรร” เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะไม่กลัวที่จะต้องตัดสินใจอะไร”

“รู้ว่าการเป็นญี่ปุ่นนั้นมันลำบาก ตอนที่ฉันลาออกจากโรงเรียนญี่ปุ่น คนรอบข้างก็พูดอะไรไม่ออก ดังนั้นจึงเข้าใจดีเลยล่ะ แต่ว่า ตอนที่ลาออกจากโรงเรียนที่มาเลเซีย กลับมีแต่คนบอกว่า ดีแล้วล่ะ หรือ จะไปเรียนเองที่บ้านสินะ อะไรทำนองนี้อยู่เยอะ ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน สำหรับคนที่คิดว่าการล้มเลิกเป็นเรื่องยาก ขอแนะนำให้ลองย้ายประเทศ หรือเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวดู”

“พ่อแม่หลายคนตอนที่ลูกอยู่ในวัยก่อนอนุบาล ก็มักจะส่งให้ลูกไปเรียนนั่นนี่ตามความต้องการของตัวเอง เช่นว่า อยากให้ลูกเป็นนักเบสบอล อยากให้เล่นเปียโน หากคิดว่ามันไม่เหมาะกับตัวเอง จะล้มเลิกมันเสียก็ไม่เห็นเป็นไร ฉันก็คิดแบบนั้น แต่คนเป็นพ่อแม่มักจะไม่เข้าใจ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันน่าสนใจล่ะก็ ลุยต่อไปเลยก็ดี”

“แล้วก็ ทั้งเรื่องโรงเรียน เรื่องบริษัท ญี่ปุ่นมักถูกสร้างค่านิยมว่า [หากเริ่มต้นทำไปแล้ว จะไม่เลิกจนกว่าจะถึงที่สุด] ใช่ไหม เร็ว ๆ นี้ฉันไปถามฝ่ายบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ก็ได้เห็นกับค่านิยมว่า [หากคุณล้มเหลว จะไม่มีโอกาสให้แก้ตัว จำเป็นต้องปล่อยให้นักศึกษาทุกคนจบออกมา] ขนาดในชีวิตมหาวิทยาลัยยังขนาดนี้ โอกาสที่จะแก้มือของชีวิตในวัยมัธยม และประถมก็คงจะน้อยน่าดู การเลือกออกมาศึกษาต่อที่ต่างประเทศก็เป็นอีกช่องทางที่ดีนะ”

ชาวเน็ตส่วนหนึ่งมีความเห็นต่อเรื่องราวของคุณ @mahisan8181 อาทิเช่น

“บางครั้ง ความอดทนก็เป็นสิ่งที่งดงามเหมือนกันนะ”
“อันนี้เห็นด้วย บางอย่างถึงล้มเลิกไปก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดอะไรเลวร้ายตามมา บางคนกลัวการที่จะล้มเลิกอะไรสักอย่าง เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่จะตามมามีอะไรบ้าง ฉะนั้นการฝึกให้รู้จักและเตรียมรับมือกับผลของการตัดสินใจ ก็เป็นเรื่องสำคัญ”
“หลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต เป็นเรื่องที่ถ้าไม่ได้ประสบด้วยตัวเองก็จะไม่เคยรู้ การฝึกให้รู้จักกับเรื่องราวแบบนี้แต่เด็กเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นที่มักจะกลัวการเปลี่ยนแปลง ทำให้หลายคนเลือกที่จะเบือนหน้าหนีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วกลับไปอยู่เหมือนเดิม”
“การล้มเลิกเนี่ย มันก็เป็นการแสดงออกถึงการเตรียมใจได้อีกแบบนึง”
“คิดว่า ไม่ว่าจะล้มเลิกหรือลุยต่อ สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าตัวเองรับรู้หรือเปล่า ว่าตัวเองได้เลือกทำด้วยเจตนาของตัวเองหรือไม่”

ฟังดูแล้วเสียงค่อนข้างแตก นั่นเพราะอย่างที่เราเคยเห็นกัน ว่าในสังคมญี่ปุ่นเองก็ยังมีการมองว่าการล้มเลิกที่จะทำอะไรสักอย่าง มีค่าเท่ากับการหลบหนีไม่เผชิญหน้า ไร้ศักดิ์ศรี แต่ในบางครั้งการฝืนดันทุรังไปต่อในสิ่งที่ทำไม่ได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อสุขภาพกายและจิตเท่าไรนัก การรักษาสมดุลระหว่างการพิจารณาความสามารถตัวเอง ขอบเขตที่สามารถทำได้ กับการรักษาไม่ให้ตัวเองต้องบาดเจ็บ หรือได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

Source: Twitter @mahisan818 via Jin
ภาพประกอบ Irasutoya