หาก your name พาคุณไปหาคนรัก
ซาโยอาสะ จะพาคุณกลับไปกอดแม่

.

.

.

ผลงานการกำกับชิ้นแรกของ Okada Mari ที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีในฐานะของผู้เขียนบท Ano Hana, Gundam IBO และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเรื่องนี้ตัว Okada Mari เองก็ยังรับหน้าที่เขียนบทด้วยเช่นกันครับ

เรื่องราวของ “ซาโยอาสะ สัญญาของเราในวันนั้น” หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า “Sayonara no Asa ni Yakusoku no Hana wo Kazarou” (ประดับดอกไม้แห่งคำสัญญา ณ รุ่งสางของวันที่ลาจาก)

ว่าด้วย “มาเคีย” เด็กสาวจากเผ่าอิออล์ฟ ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ มีผมสีทอง และคงรูปลักษณ์เยาว์วัยได้หลายร้อยปีไม่แก่ไม่ตาย ซึ่งความมหัศจรรย์นี้เอง ที่ทำให้เป็นที่ต้องตาของอาณาจักรเมซาเต้ของมนุษย์ธรรมดาเข้า ทำให้วันหนึ่งอิออล์ฟต้องถูกรุกราน มาเคียก็ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด โดยระหว่างนั้น เธอได้เก็บเด็กทารกที่พบเจอกลางทางมาเลี้ยงโดยตั้งชื่อว่า “เอเรียล” นี่คือเรื่องราวของหญิงสาวเผ่าอมตะที่ไม่รู้จักความเป็นแม่ แต่พยายามจะเป็นแม่ แม้จะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันกับเด็กคนนั้นเลยก็ตาม

เนื้อหาที่ดูเหมือนเทพนิยายคลาสสิกอันคุ้นหูเช่นนี้ เพราะอะไรถึงเป็นภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจากผู้ชมในญี่ปุ่นได้กว่า 90% และถึงขั้นที่ผู้กำกับ Shinkai Makoto เจ้าของผลงาน your name. ถึงกับเอ่ยปากชมผ่านสื่อ Twitter นั้น มันมีของเด็ดอะไรซ่อนไว้อยู่กันนะ

ตัวหนังเล่นในประเด็นของความรักหลากหลายรูปแบบ แต่ทั้งหมดนั้นอยู่ในธีมของความรักของแม่และลูก ที่แม้จะไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ความรักของคนเป็นแม่นั้น ไม่อาจขวางกั้นได้ด้วยข้อจำกัดทางสายเลือด ซึ่งสิ่งที่ผู้กำกับ Okada Mari พยายามถ่ายทอดคือ “ความเป็นแม่ในอุดมคติ”  ผ่านตัวมาเคีย ที่ทำทุกอย่างเพื่อ เอเรียล ตั้งแต่เลี้ยงดูด้วยความรักและความอบอุ่น จนสามารถเติบโตมามอบความรักให้กับคนอื่นแบบที่ตัวเองรักในตัวเอเรียลได้ด้วยเช่นกัน

เรื่องนี้ออกแบบตัวละครโดยคุณ Yoshida Akihiko ผู้ออกแบบตัวละครจากเกมดังอย่าง Final Fantasy Tactics และเกมอื่น ๆ อีกมากมายรวมถึงเกมจากเครือ Cygames รวมถึงยังมีการผสมผสานเอาศิลปะการทอผ้าไหมจากเมืองนันโตะ จังหวัดโทยามะในญี่ปุ่น มาตีความเป็นการถักทอ “ฮิบิโอล” หรือผ้าที่ถ่ายทอดความทรงจำของเผ่าอิออล์ฟไว้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเรื่องด้วย ซึ่งเราก็จะได้สัมผัสถึงความสวยงามเหล่านั้นตลอดทั้งภาพยนตร์

การดำเนินเรื่องตลอด 2 ชั่วโมงนั้นดูเหมือนยาว แต่ผู้กำกับเลือกนำเสนอได้กระชับและมีทิศทางที่ชัดเจนมาก แม้จะมีพล็อตหลัก (เรื่องของแม่ลูก) กับพล็อตรอง (ประเด็นอื่น ๆ) ที่ดูคนละทางกัน แต่ทุกอย่างถูกโยงเข้าในคอนเซ็ปเดียวกันหมดคือ “ความรัก” แบบไม่หลงทางสะเปะสะปะอย่างในผลงานก่อน ๆ ของ Okada Mari ที่ถูกบ่นกันเช่น Gundam IBO

ฉะนั้นเมื่อกว่าจะไปถึงซีนไคลแม็กซ์ของเรื่อง เรียกได้ว่าแจกหมัดแย๊บมาตลอด เพื่อมาทำให้น๊อคน้ำตาท่วมในจังหวะท้ายสุดนี้จริง ๆ ซึ่งตัวภาพยนตร์ในช่วงท้ายนั้น ส่วนตัวแล้วมันสามารถจบได้หลายช่วง หลายแบบ แต่ผู้กำกับ Okada Mari เลือกที่จะขยี้ในจุดที่ผู้ชมจะตื้นตันได้มากที่สุด และงดงามมากจริง ๆ แม้ว่าทุก ๆ อย่างในเรื่อง อาจจะไม่ใช่ไอเดียที่แปลกใหม่นัก แต่การไม่รู้รายละเอียดก่อนไปรับชมเนื้อหาจริง ๆ จะทำให้ประทับใจได้ง่ายกว่ามากครับ ดังนั้นอย่าไปหาสปอยล์อ่านก่อนได้ดูนะ

แต่ถึงแบบนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็น ผลงานการกำกับชิ้นแรกของ Okada Mari ที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีในฐานะของผู้เขียนบท Ano Hana, Gundam IBO และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงยังคงเขียนบทด้วยก็ตาม ความเป็น “มือใหม่” ของเธอนั้นมันก็ทำให้เห็นจุดอ่อนของงานแรกนี้ชัดอยู่บ้าง เช่นว่า การเดินเรื่องกระชับและอัดแน่นเนื้อหาตลอด 2 ชั่วโมง ก็มีบางช่วงตรงกลาง ๆ เรื่องที่รู้สึกว่าจังหวะมันกระโดด ๆ ไปหน่อย ที่เราจะรู้สึกว่า ถ้าให้เวลากับมันเยอะกว่านี้อีกนิด จะทำให้อินมากกว่านี้อีก แม้ว่าองก์สุดท้ายจะจับใจคนดูได้อยู่หมัด แต่มันอาจจะถึงอารมณ์สุด ๆ ยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้

สรุปแล้วนี่เป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างครบเครื่อง ทั้งดราม่า แอคชั่น รวมไปถึงโรแมนติก ที่ขับเคลื่อนไปด้วยความรักหลากหลายรูปแบบ ความรักของแม่ที่มีต่อลูก ความรักระหว่างชายหญิง และความหวงแหนต่ออดีต โดยทั้งหมดนั้นได้ช่วยถักทอเรื่องราวเหมือนผ้าไหม แม้ว่าจุดอ่อนที่พล็อตรองจะมีช่องโหว่อยู่และไม่สุดเท่าไหร่นัก แต่คอนเซ็ปของเรื่องที่ตั้งใจถ่ายทอดความรักอันน่าตื้นตันระหว่างแม่กับลูกนั้น เรื่องนี้ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ ยิ่งถ้าหากใครเป็นคนติดแม่ รักครอบครัว ดูจบนี่แทบอยากจะกลับไปกอดแม่เดี๋ยวนั้นเลยแน่นอน

สำหรับในโรงภาพยนตร์รอบสื่อมวลชนที่ทาง Akibatan ได้ไปรับชมมานั้น ตัวซับไตเติลแปล ค่อนข้างมีจุดแปลก ๆ ที่งานแปลถ่ายทอดความหมายออกมาไม่ลงตัวอยู่พอสมควร แต่ทางทีมงานได้แจ้งกับเราไว้ว่า ในรอบฉายถัดไปนั้น จะมีการแก้ไขบทแปลใหม่อีกครั้งด้วย เชื่อว่างานแปลน่าจะลงตัวขึ้นครับ

“ซาโยอาสะ สัญญาของเราในวันนั้น” จะฉายในโรงภาพยนตร์รอบปกติวันที่ 28 มิถุนายน 2018 นี้เป็นต้นไป และยังมีรอบพิเศษเสาร์อาทิตย์ที่ 16-17 มิถุนายนนี้ รวมถึง sneak peek รอบค่ำ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนครับ โดยรายละเอียดสอบถามได้ที่เพจ Japan Anime Movie Thailand ครับ