ประหารแล้ว! เจ้าลัทธิโอมชินริเกียว พร้อมพวก 6 ราย เหตุปล่อยแก๊สสังหารหมู่โตเกียว

1,750 views

ผู้ก่อตั้งลัทธิ Aum Shinrikyo (โอม ชินริเกียว) รวมถึงสมาชิกอีก 6 ราย ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ หลังจากก่อเหตุสังหารหมู่ในรถไฟใต้ดิน เมื่อ 23 ปีที่แล้ว

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1995 ในขณะที่ผู้คนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเดินทางใน Tokyo รถไฟใต้ดินถือเป็นช่องทางหลักในการเดินทางที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด และนั่นเอง คือวันที่สมาชิกของลัทธิ โอม ชินริเกียว ได้ทำการปล่อยแก๊สซาริน ที่เป็นพิษต่อระบบประสาท แม้ได้รับเพียงน้อยนิด หากไม่ตาย ก็ส่งผลเสียต่อระบบประสาทอย่างถาวร เข้าสู่ระบบรถไฟใต้ดิน Tokyo ผลคือมีผู้เสียชีวิต 13 ราย ละบาดเจ็บอีกร่วมพัน ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ยกระดับขึ้นจากเหตุการณ์ในปี 1994 ที่สมาชิกลัทธิเดียวกันนี้ได้ทำการปล่อยแก๊สประเภทเดียวกัน ในเมือง Matsumoto จังหวัด Nagano จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน เพียงเพื่อเป้าหมายที่จะทำร้ายผู้พิพากษา ที่เป็นผู้พิจารณาคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับอาคารของลัทธิ และเพื่อทดสอบความร้ายกาจของแก๊สพิษดังกล่าว

ย้อนไปอีกในปี 1989 ในจังหวัด Yokohama ที่มีคดีฆาตกรรมครอบครัว Sakamoto เกิดขึ้น ผู้เสียหายคือครอบครัวของทนายความ ผู้รับว่าความในคดีช่วยเหลือหลายครอบครัว ในการตามหาลูกหลานที่หายไปเข้าร่วมลัทธินี้ จนกลายเป็นการท้าพิสูจน์อิทธิฤทธิ์ของนาย Asahara Shoko เจ้าลัทธิ แม้ผลทางคดีจะจบลงที่ว่าเจ้าลัทธิไม่ได้มีพลังพิเศษอะไร ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของเจ้าลัทธิเป็นอย่างมาก แต่ผลที่ตามมาอีกอย่างนั้นคือ ไม่กี่วันหลังมีคำพิพากษา ทนาย Sakamoto Tatsumi พร้อมทั้งภรรยาและลูกชายอายุ 14 เดือน ถูกฆาตกรรมด้วยการทุบด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะ และฉีดโพแทสเซียมคลอไรด์เข้าสู่เส้นเลือด จากนั้นจึงนำศพใส่ถัง กระจายไปทิ้งใน 3 จังหวัด (Niigata, Toyama และ Nagano)

กว่าความยุติธรรมในชั้นต้นจะมาถึงเหล่าผู้เสียหายในเหตุการณ์เหล่านั้น ก็ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ในปี 1995 ขึ้นก่อนอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเป็นปีที่นาย Asahara Shoko (ชื่อเดิม Matsumoto Chizuo) และสมาชิกส่วนหนึ่งอีก 192 คน ถูกจับกุมและดำเนินคดี นาย Asahara ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้บงการให้เกิดเหตุเหล่านั้นขึ้น จนกระทั่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาอย่างถึงที่สุด ให้ลงโทษประหารชีวิตเขาในปี 2006 อย่างไรก็ดี ในกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่นนั้นไม่ให้มีการลงโทษจนกว่าสมาชิกของลัทธิทุกคนจะทำการอุทธรณ์คดีของตนเองจนเสร็จสิ้นไปทั้งหมด นั่นแปลว่าจำเลย นาย Asahara อดีตเจ้าลัทธิ จะต้องรอกว่า 12 ปี จึงจะได้รับการลงโทษตามคำพิพากษา

ส่วนตัวองค์กรลัทธิ Aum Shinrikyo นั้น ภายหลังการถูกจับกุมของเจ้าลัทธิในปี 2006 ปีถัดมาก็ได้ทำการแยกส่วนออกจากกัน กลายเป็นลัทธิ Aelph และ Hikari no Wa พร้อมทั้งถูกหลายประเทศขึ้นบัญชีว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย ส่วนในญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็น “ลัทธิความเชื่ออันตราย” และต้องถูกจับตาดูเป็นพิเศษ กระทั่งในปี 2017 ที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าได้หยุดการจับตาดูลัทธิ Hikari no Wa แล้ว แต่กับ Aelph ยังคงจับตาดูต่อไป ทั้งนี้ ก็ไม่ได้มีสมาชิกรายใดมาช่วยเหลือนาย Asahara เจ้าลัทธิเก่าเลยแม้แต่คนเดียว

เรือนจำโตเกียว สถานที่ใช้เป็นลานประหาร

ในเช้าวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2018 นับเป็นเวลา 2 ทศวรรษ จากเหตุการณ์โจมตีรถไฟใต้ดินโตเกียว และเกือบ 3 ทศวรษ สำหรับครอบครัวทนาย Sakamoto ได้มีการลงโทษประหารชีวิตนาย Asahara ในวัย 63 ปี พร้อมสมาชิกอีก 6 ราย ประกอบด้วยนาย Inoue Yoshihiro (48), Nakagawa Tomomasa (55), Niimi Tomomitsu (54), Endo Seiichi (58), Tsuchiya Masami (53) และนาย Hayakawa Kiyohide (68) ด้วยวิธีการแขวนคอ ที่เรือนจำ Tokyo และ Osaka

ลานประหาร ณ เรือนจำโตเกียว

ไม่จบเพียงเท่านั้น นอกจากการลงโทษประหารชีวิตจำเลย 6 รายแล้ว ยังคงมีสมาชิกลัทธิ Aum Shinrikyo ต่อคิวรอรับโทษประหารอยู่อีก 7 ราย ซึ่งอยู่ในระหว่างการเคลื่อนย้ายมาจากเรือนจำ Tokyo ไปยังเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อรอการรับโทษประหารต่อไป รวมทั้งสิ้น 13 ราย

แม้จะเรียกว่าสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม ประหารอดีตผู้นำลัทธิพร้อมพรรคพวกที่เป็นหนึ่งในต้นเหตุทั้งปวงแล้ว แต่ทั้งนี้ ในอีกมุมหนึ่งก็ยังคงเป็นที่สงสัยว่า การประหารชีวิตอาชญากรเหล่านี้ เป็นการมอบความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายและสังคมอย่างแท้จริง รวมถึงเป็นการการันตีว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอีกในอนาคตได้จริงหรือไม่ เพราะลัทธิใหม่ ๆ หรือกลุ่มความเชื่อแปลก ๆ ก็ยังคงมีเกิดขึ้นในสังคมอยู่ ก็คงต้องให้เวลา และอีกหลายชีวิตเป็นเครื่องพิสูจน์กันต่อไป

Souce: NHK News Web (1, 2), JapanToday, BBC News via SoraNews24