ภาพดังกล่าวเป็นของคุณ Kohara Motoshi บน Twitter ที่เขาต้องการสื่อให้เห็นว่าเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ แค่ชั้นประถมในประเทศญี่ปุ่นต้องแบกรับสิ่งต่าง ๆ มากมายเพียงใด หัวข้อดังกล่าวเป็นเรื่องที่กำลังถกประเด็นกันมากในสังคมญี่ปุ่นครับว่าสำหรับเด็กวัยเพียงเท่านี้เหมาะสมแล้วแน่หรือ ?

ในประเทศญี่ปุ่นแม้แต่โรงเรียนประถมก็มีความเข้มงวดสูง กฎระเบียบมีมากมายเช่นต้องตักอาหารให้เพื่อนร่วมชั้น, ทำความสะอาด, ปฏิบัติตามระเบียบความประพฤติตนที่โรงเรียนกำหนดอย่างเคร่งครัด และห้ามวางตำราเรียนทั้งหมดไว้ในห้องเรียน ต้องนำกลับบ้านทั้งหมด

ด้วยกฎที่เคร่งครัดคุณ Kohara จึงวาดภาพตัวอย่างสิ่งที่เด็กตัวเล็กวัยเพียง 11 ปีต้องแบกไปและแบกกลับบ้านในทุก ๆ วันนับตามเข็มนาฬิกา ได้แก่ :

  • กระเป๋านักเรียนที่บรรจุของจนแน่น
  • Recorder
  • ถุงห่ออาหารกลางวัน
  • ถุงผ้าห่อชุดพละ
  • กระติกน้ำ
  • กระเป๋าโรงเรียนที่บรรจุตำราและเอกสารแยก
  • ชุดอุปกรณ์วาดรูป เย็บปักถักร้อยหรือเมโลเดียน
  • ร่ม

แม้จะมากถึง 8 อย่างแล้ว คุณ Kohara ก็ได้รับทวีตตอบจากคนจำนวนมากว่า “นั่นยังน้อยไป” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนจบภาคการศึกษายังมีสิ่งอื่นที่เด็กนักเรียนต้องแบกเพิ่มอีก

ในภาพเด็กนักเรียนประถมผู้น่าสงสาร Version 2.0 นี้สิ่งที่ต้องแบกทั้งไปโรงเรียนและกลับบ้านตามเข็มนาฬิกามีดังต่อไปนี้ :

  • กระเป๋านักเรียนบรรจุของจนแน่นแล้วไม่พอยังต้องเพิ่มพจนานุกรม
  • Recorder
  • กระดานวาดภาพ
  • ถุงห่ออาหารกลางวัน
  • เสื้อพละ
  • กระติกน้ำ
  • กล่องดินสอ
  • กระเป๋าแยกสำหรับเก็บตำราและเอกสารเพิ่มเติม
  • ชุดวาดภาพ เย็บปักถักร้อยหรือเมโลเดียน
  • ร่ม
  • กระถางต้นไม้สำหรับปลูกดอกบานเช้า (ตามประเพณีโรงเรียนประถมในญี่ปุ่น)
  • รองเท้าสำหรับใส่ในห้อง

และที่สำคัญ เด็กนักเรียนญี่ปุ่นตามปกติจะต้องเดินไปโรงเรียนและเดินกลับบ้านเองรอบละ 12 นาทีโดยเฉลี่ย ไม่ได้ขึ้นรถรับส่งของโรงเรียนหรือมีพ่อแม่ขับรถไปส่งอย่างภาพที่พวกเราคุ้นชินครับ นับว่านักเรียนประถมตัวเล็ก ๆ ต้องแบกของจำนวนมากเกินไปจนหลายฝ่ายเกรงว่าอาจเป็นอันตรายหรือรบกวนผู้อื่นในรถโดยสารสาธารณะ หรืออาจมีของบางชิ้นตกหล่นไปโดยไม่รู้ตัว

เพียงแค่โรงเรียนลดกฎระเบียบให้เด็กนักเรียนได้ตัดสินใจเลือกของที่วางเก็บไว้ที่โรงเรียนได้บ้าง การเก็บตำราเรียนในกระเป๋าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กมากขึ้น ยิ่งกว่านั้นการสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กเรียนอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อสอบทำเกรดให้สูง ๆ นั้นไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการของเด็กในภาพรวมเท่าใดครับ

Source : SoraNews24