เวียนมาบรรจบสู่ปีที่ 11 แล้ว กับ Hatsune Miku เวอร์ชวลไอดอลผู้ที่เดิมเป็นเพียงมาสคอตโปรแกรมเสียงสังเคราะห์ Vocaloid ที่บัดนี้ เธอกลายเป็นหนึ่งใน “ศิลปิน” ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่งในโลก ปัจจุบันนี้เธอมีคอนเสิร์ตมากกว่า 80 งานทั่วโลก นับตั้งแต่การปรากฎตัวครั้งแรกบนเวทีคอนเสิร์ต Animelo ปี 2009 ไปจนถึงการออกตีตลาดในยุโรป อเมริกา ไต้หวัน และล่าสุดในประเทศจีน

และในโอกาสนี้ งานคอนเสิร์ตหลักในญี่ปุ่นที่จัดขึ้นทุกปีของเธอ ที่ใช้ชื่อว่า Hatsune Miku : Magical Mirai นั้น ปี 2018 นี้ ก็ถูกจัดขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้พิเศษยิ่งกว่า ด้วยการกลับมาจัดถึงสองเมืองติดต่อกันในระยะสองสัปดาห์ที่โอซาก้าและโตเกียว! (หลังจากที่เคยจัดสองเมืองครั้งหนึ่งในปี 2014) และเป็นครั้งสำคัญที่มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่าปีที่ผ่านมากว่าเท่าตัวอีกด้วย ซึ่งก็อาจจะบ่งบอกได้ว่า Hatsune Miku และ Vocaloid นั้น ไม่ได้อยู่ในขาลงอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ

https://twitter.com/magicalmirai/status/1033143028439891974
https://twitter.com/magicalmirai/status/1035363385670426624

สำหรับคอนเสิร์ตและงานอีเวนท์รอบโอซาก้านั้น จัดขึ้นในวันที่ 25-26 สิงหาคม 2018 ณ Intex Osaka หนึ่งในฮอลจัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโอซาก้านั่นเอง ส่วนรอบโตเกียวนั้น จัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2018 ณ ฮอล Makuhari Messe จังหวัดจิบะ (ติดกับโตเกียว และไม่ไกลจาก Tokyo Disney Resort) ซึ่งเป็นฮอลจัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดจิบะ อีกทั้งการจัดงานทั้งสองเมือง ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการประจำจังหวัดด้วย อีกทั้งยังมีแคมเปญร่วมกันกับทางจังหวัดอีกต่างหาก เรียกได้ว่าไม่ได้จัดคอนเสิร์ตกันเฉย ๆ แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองนั้น ๆ อีกต่างหากครับ

เอาเป็นว่าก็คงไม่ต้องกล่าวอะไรมากไปกว่านี้ ขอเชิญชมภาพบรรยากาศงาน Hatsune Miku : Magical Mirai 2018 ณ เมืองโอซาก้า และ โตเกียว ที่ทาง Akibatan ได้ไปเข้าร่วมทั้งสองที่ให้เต็มอิ่มกันได้เลยครับ!

ทางเข้าฮอล Intex Osaka สถานที่จัดงานรอบโอซาก้า (วันที่ 25-26 สิงหาคม 2018)

ทางเข้าฮอล Makuhari Messe สถานที่จัดงานรอบโตเกียว (วันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2018)

ภาพรวมมุมสูงของสถานที่จัดงานในส่วนนิทรรศการ/เทศกาลครับ รอบนี้ผู้เข้าร่วมล้นหลามมาก ๆ แม้ว่ารอบโตเกียวจะเป็นช่วงที่มีฝนตกค่อนข้างมาก และไม่เพียงแต่คนทั่วไปเท่านั้น ยังมีผู้เที่ยวชมเป็นครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก จำนวนไม่น้อยด้วยครับ

แน่นอนว่าสำหรับ Magical Mirai ทุกปีนั้น จะต้องมีหุ่นปั้นขนาด 1:1 ของ “ศิลปินนำ” ของงานอย่าง Hatsune Miku รวมถึง Kagamine Rin & Len และ Megurine Luka มาโชว์ตัวอย่างอลังการให้ผู้ร่วมงานได้ยลโฉมกันอย่างเต็มที่ และปีนี้ ชุดของมิกุจังนั้นเน้นสีสันฉูดฉาดทำให้เด่นสะดุดตามาก ๆ และตัวหุ่นปีนี้ก็ทำออกมาสวยงามมากครับ เพียงแต่ไฟที่ใช้ประกอบการจัดแสดงค่อนข้างสว่าง (ส่วนปีที่แล้วไฟมืด) หากมองด้วยตาก็จะเห็นชัดปกติ แต่ถ้าใช้กล้องแล้วอาจจะต้องปรับแสงให้รอบด้านมืดลงสักหน่อยถึงจะได้ภาพที่ชัดครับ (เทียบกับความสว่างปกติในภาพที่เป็นป้ายบอร์ดด้านบน)

ป้ายไฟรูปทรงพัดญี่ปุ่นที่คล้ายกับเทศกาลโคมไฟ เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด่นของงานปีนี้ โดยที่งานปีก่อนนั้นคือเค้กวันเกิดครบรอบ 10 ปีของ Hatsune Miku ส่วนปีนี้จะเน้นที่คู่แฝด Kagamine Rin & Len เราจึงจะเห็นว่าสองคนนี้จะได้ภาพเด่นอีกด้านหนึ่งเต็ม ๆ ครับ

และเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีของ Vocaloid คู่แฝด Kagamine Rin และ Kagamine Len จึงมีมุมจัดแสดงของทั้งสองโดยเฉพาะอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะมีทั้งป้ายภาพนำเสนอตัวละคร บอร์ดที่บอกเล่าเรื่องราว จอภาพที่นำเสนอเพลงเด่น ๆ ของทั้งคู่ และยังมีป้ายบอร์ดสำหรับแปะคำอวยพรจากแฟน ๆ ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามด้วยครับ ดังที่แฟน ๆ หลายท่านอาจจะทราบดีว่าความนิยมของทั้งคู่นั้นแทบไม่ได้เป็นรอง Hatsune Miku เลยก็ว่าได้

อีกมุมหนึ่งที่น่ารักก็คือ มีการจัดแสดง “ห้องเรียน 3/9” หรือก็มุมที่จัดแสดงเหมือนกับห้องเรียน และมีตุ๊กตาของตัวละคร Vocaloid นั่งอยู่บนที่นั่งต่าง ๆ ที่สำคัญคือมีกิมมิคเล็ก ๆ ซ่อนอยู่มากมาย ทั้งชั้นวางหนังสือซึ่งล้วนเป็นหนังสือนิยาย มังงะ หรือหนังสือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง Vocaloid ทั้งหมด บริเวณด้านหน้าต่างก็จะมีการโปรโมตสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และพิเศษสุดก็คงจะไม่พ้นตู้ล็อคเกอร์ที่มีเจ้าตัว Mikudayo ซ่อนอยู่!

อีกมุมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือ Snow Miku หรือก็คือ Hatsune Miku เวอร์ชั่นฤดูหนาว ที่เป็นตัวแทนของเมืองฮอกไกโด เมืองบ้านเกิดของ Hatsune Miku ที่ตั้งของบริษัท Crypton Future Media ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รวมถึงผู้ผลิตและจัดจำหน่าย Vocaloid นั่นเอง โดยมุม Snow Miku นั้น ก็จะนำเสนอกิจกรรมที่ผ่าน ๆ มา และนำเสนอตัว Nendoroid Snow Miku ทุก ๆ ปีตั้งแต่ปีแรกสุดที่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน และก็กลายเป็นธรรมเนียมเสมอมาว่า ตัวดีไซน์ของ Snow Miku ที่ได้รับเลือกให้เป็นดีไซน์ของปีถัดไป ก็จะเปิดเผยกันในงานนี้ด้วย ดังภาพด้านบนครับ

คิวซื้อสินค้า Official ของทางงานที่ยาวมหาศาล แต่ทีมงานจัดการกันรวดเร็วมากครับ เห็นคนอย่างนี้ แต่ใช้เวลารอคิวรวม ๆ ไม่ถึง 30 นาทีเอง แม้ว่ากว่าจะถึงคิวของแอดมินจะมีสินค้าหลายรายการขายหมดแล้วก็ตาม…

มีคำกล่าวว่า สิ่งใดที่โด่งดังอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถทำให้เป็นที่รู้จักเพิ่มได้ ไม่ใช่สิ่งที่โด่งดังจริง ดังนั้นในส่วนนิทรรศการนั้น ก็จะมีมุมที่แฟน ๆ หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องเดิม ๆ อย่างบอร์ดแนะนำว่า Vocaloid คืออะไร หรือตัวละคร Vocaloid หลัก ๆ มีใครบ้าง มีการวางจำหน่ายสินค้ามากี่ชุดแล้วบ้าง รวมไปถึงที่ผ่าน ๆ มาเคยจัดงานอะไรกันไปแล้วบ้าง สิ่งเหล่านี้แฟน ๆ อาจจะติดตามกันเป็นประจำ แต่สำหรับแฟน ๆ หน้าใหม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนบอกเล่าให้พวกเขาได้รับรู้อย่างเต็มที่ครับ ว่าความสุดยอดของ Vocaloid กว่าจะมาถึงวันนี้ได้นั้น ผ่านอะไรมาบ้าง

มุมของ Good Smile Racing หรืออีกหนึ่งธุรกิจของ Good Smile Company ที่ไม่ได้ขายฟิกเกอร์หรือของเล่นอย่างเดียว แต่ยังมีการประกอบธุรกิจรถแข่งอีกด้วย โดยมีการใช้ตัวละคร Hatsune Miku ในฐานะ Race Queen หรือพริตตี้ประจำรถมาตลอดทุกปีและทุกงาน ซึ่งงานนี้พวกเขาก็มาเปิดตัวรถที่ใช้ในการแข่งกันอีกครั้งพร้อมกับสาว ๆ Race Queen ในชุดธีมเดียวกับ Racing Miku ปีนี้นั่นเอง

บอร์ดกระดานดำที่มีไว้ให้ผู้ร่วมงานได้วาด เขียน แสดงความรู้สึกที่มีต่อ Hatsune Miku และผองเพื่อน Vocaloid ได้อย่างอิสระ ปีนี้นับว่าต่างกับปีก่อนที่จะเป็นบอร์ดกระดาษใช้ปากกาเมจิกเขียน แต่ปีนี้มาแนวเรโทรนิด ๆ ด้วยการทำเป็นกระดานดำและใช้ชอล์คเขียน แอบคิดว่าเลอะมือนิดหน่อย แต่ได้ฟีลที่แตกต่างดีครับ และเด่นสะดุดตาด้วย

Hatsune Miku x Rascal หรือการร่วมโคกับตัวละคร Rascal the Raccoon ตัวการ์ตูนแร็คคูนจอมป่วนที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ในงานนี้เจ้าแรคคูนก็ใส่ชุดของ Hatsune Miku มาทักทายแฟน ๆ พร้อมกับตัวมาสคอต Mikudayo ด้วยนะ และบูธจำหน่ายสินค้าก็ได้รับความนิยมสูงมาก มีสินค้าหลายรายการจำหน่ายหมดตั้งแต่เวลาเปิดงานได้ไม่นานด้วยครับ

เมื่อครู่พูดถึง Good Smile Racing ไปแล้ว มาดูที่ส่วนของ Good Smile Company กันบ้างครับ นอกจากสินค้าพิเศษในงานที่หมดเร็วราวกับพายุ (บางรายการหมดใน 30 นาทีหลังเปิดงาน) แล้วนั้น ส่วนที่น่าสนใจอย่างการโชว์ฟิกเกอร์ตัวใหม่ ๆ และเปิดพรีออเดอร์ฟิกเกอร์ของ Hatsune Miku ดีไซน์ชุด Magical Mirai 2018 ก็สวยงามและน่าจับจองเป็นเจ้าของอย่างมากเลย

มุมสำหรับคนกระเป๋าหนา (ฮา) อันได้แก่ Dollfie Dream หรือตุ๊กตาไซส์ 2 ฟุตแสนสวยอลังการของ Hatsune Miku และ Rin & Len ที่สนนราคาตัวละราว 70,000 เยน หรือ 21,000 บาท ที่ขายหมดตั้งแต่เที่ยงของทุกวันจัดงาน แน่นอนว่างานนี้มีการจำหน่ายชุดฮัปปิพิเศษของ Magical Mirai 2018 ด้วย รวมถึงมีมุมที่ให้นักสะสมนำตุ๊กตาของตนเองที่แต่งองค์ทรงเครื่องสวยสะพรั่งมาอวดโฉมกันอย่างเต็มที่ด้วย

บูธของหน่วยงานราชการเมืองจิบะ (Chiba) ที่มาขายสินค้าเฉพาะกิจในคอนเสิร์ตนี้ก็มี!

องค์กรการกุศลและสภากาชาดญี่ปุ่น ก็มาจำหน่ายสินค้า และยังมีการเปิดรับบริจาคเลือดด้วยนะ!

https://twitter.com/magicalmirai/status/1033610331270967302
https://twitter.com/magicalmirai/status/1033610331270967302

มุมกิจกรรมวาดภาพระบายสี ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัว ที่สามารถให้พ่อ แม่ ลูก มาสนุกกันได้ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลาครับ


และอีกหลาย ๆ บูธเช่น Gatebox เครื่องช่วยจัดแจงอำนวยความสะดวกในบ้านและเพื่อนคุยยามเหงาที่เผยโฉมเวอร์ชั่น Hatsune Miku ถึงสองแบบ หรือรถ Canbus ไซส์สำหรับครอบครัวที่ออกแบบสีในธีมของ Hatsune Miku สดใสน่ารัก และอื่น ๆ อีกมากมาย

บอร์ดที่ให้แปะสติ๊กเกอร์ว่าผู้ร่วมงานมาจากที่ไหนบ้าง มีชาวไทยหลายคนเลยนะ!

ที่ห้างสรรพสินค้า AEON สาขาที่อยู่ติดกับฮอล Makuhari Messe นั้น มักจะมีแคมเปญพิเศษจัดขึ้นพร้อมช่วงเวลาจัดงานเสมอ โดยในปีนี้ได้มีการโคในคอนเซ็ปต์ของชุดฤดูร้อน ที่มีการวางจำหน่ายสินค้ามากมายที่จำหน่ายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วเช่นเคย และบริเวณลานจัดงานของทางห้าง ก็จะมีการแสดงของ DJ รวมถึงกิจกรรมของ Snow Mikudayo จากฮอกไกโดด้วย!

แสตนด์ดอกไม้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานอีเวนท์ในญี่ปุ่นทุกงาน เพราะถือเป็นธรรมเนียมของการแสดงความยินดีการเปิดร้าน หรือเปิดงานได้อย่างลุล่วง ซึ่งแสตนด์ดอกไม้ก็จะมีทั้งจากคู่ค้า บริษัทพันธมิตร หรือแฟน ๆ ที่รวมลงทุนกัน และด้วยความที่งานนั้นจัดถึงสองที่ สแตนด์ดอกไม้ของทั้งสองงานจึงไม่เหมือนกันด้วย โดยด้านบนนี้เป็นสแตนด์ดอกไม้ของงานรอบโอซาก้าครับ

รวมภาพสแตนด์ดอกไม้ของงานรอบโตเกียวครับ จะเห็นว่ามีบางสแตนด์เป็นผลงานจากแฟน ๆ กลุ่มเดียวกับรอบโอซาก้าด้วย นั่นหมายถึงมีแฟน ๆ จำนวนไม่น้อยที่ลงทุนทำสแตนด์ดอกไม้ถึงสองชุดสำหรับสองงาน!

https://www.tokyomxplus.jp/article/201809081800/detail/

และก็มาถึงส่วนสำคัญที่สุดของงานแล้วกับ “คอนเสิร์ต” ประจำ Magical Mirai ปีนี้นั่นเอง จะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขอเริ่มต้นด้วย Setlist ของคอนเสิร์ตรอบโอซาก้าและโตเกียวกันก่อนครับ

01. Hand in Hand / kz ft. Hatsune Miku
02. Viva Happy / Mitchie M ft. Hatsune Miku
03. Meteor / DIVELA ft. Hatsune Miku (เพลงจากผู้ได้รางวัลชนะเลิศการประกวดเพลงของงาน Hatsune Miku: Magical Mirai 2018)
04. Unknown Mother-Goose / wowaka ft. Hatsune Miku
05. World Is Mine / ryo ft. Hatsune Miku

เพลงที่ 6-8 ที่โอซาก้าและโตเกียวใช้เพลงคนละชุดกัน
06.
โอซาก้า : Sweet Devil / HachioujiP ft. Hatsune Miku
โตเกียว : Cat Food / doriko ft. Hatsune Miku
07.
โอซาก้า : Magnet / minato ft. Hatsune Miku & Megurine Luka
โตเกียว : Akatsuki Arrival / Last Note. ft. Hatsune Miku & Megurine Luka
08.
โอซาก้า : 1/6 -out of the gravity- / noa ft. Hatsune Miku
โตเกียว : Ai Kotoba / DECO*27 ft. Hatsune Miku

09. Attakaito / halyosy feat. KAITO
10. Nostalogic / yuukiss feat. MEIKO
11. on the rocks / OSTER project ft. KAITO & MEIKO
12. No Logic / JimmyThumbP ft. Megurine Luka
13. Dreamless Dreams / Harumaki Gohan ft. Hatsune Miku

<ช่วงพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี Kagamine Rin & Len โดยเพลงที่ 18 รอบโอซาก้ากับโตเกียวก็ใช้คนละเพลงด้วยเช่นกัน>
14. BRING IT ON! (Rettou Joutou) / GigaP ft. Kagamine Rin & Len (เพลงธีมสำหรับคอนเสิร์ต Hatsune Miku: Magical Mirai 2018)
15. Roki / MikitoP ft. Kagamine Rin & Len (original was Kagamine Rin & MikitoP)
16. Gemini / Dixie Flatline ft. Kagamine Rin & Len
17. 8HIT / JesusP ft. Kagamine Rin & Len
18.
โอซาก้า : Remote Control / JesusP ft. Kagamine Rin & Len
โตเกียว : ii aru Fanclub / Mikito-P ft. Kagamine Rin & Len

<ช่วงแนะนำสมาชิกในวง แล้วเข้าสู่เพลงถัดไป โดยเพลงที่ 22 รอบโอซาก้ากับโตเกียวจะใช้คนละเพลง>
19. Reverse Universe / Nayutan Seijin ft. Hatsune Miku
20. TODAY THE FUTURE / ELS ft. Hatsune Miku
21. shake it! / emon ft. Hatsune Miku and Kagamine Rin & Len
22.
โอซาก้า : Melt / ryo ft. Hatsune Miku
โตเกียว : ODDS&ENDS / ryo ft. Hatsune Miku
23. 39 / DECO*27 x sasakure.UK ft. Hatsune Miku

<เข้าช่วง Encore ปิดท้ายคอนเสิร์ต โดยเพลงที่ 24 รอบโอซาก้ากับโตเกียวจะใช้คนละเพลง>
24.
โอซาก้า : 39 Music! / MikitoP ft. Hatsune Miku
โตเกียว : Suna no Wakusei / Hachi ft. Hatsune Miku
25. Tell Your World / kz ft. Hatsune Miku
26. Greenlights Serenade / Omoi ft. Hatsune Miku (Hatsune Miku: Magical Mirai 2018 theme song)

และแล้วก็ผ่านไปอีกครั้งสำหรับคอนเสิร์ต Hatsune Miku : Magical Mirai สำหรับปี 2018 นะครับ โดยในครั้งนี้ ส่วนของงานจัดแสดงก็มองว่า “จัดเต็มไม่หนักเท่าปี 2017” ซึ่งเป็นงานฉลองครบรอบ 10 ปีของ Hatsune Miku ก็นับว่าคงไม่แปลกนัก แต่ว่าไฮไลท์โดยทั่วไปเอง อย่างการแสดงของ DJ หรือการเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ รวมถึงมาสคอต Mikudayo ที่มาทำกิจกรรมในงาน ก็ยังคงเป็นส่วนที่น่าสนใจเช่นเดียวกับงานทุก ๆ ปีที่ผ่านมา

คลิปบรรยากาศงานรอบโอซาก้า

เนื่องจากงานมีการจัดสองสถานที่ต่อเนื่องกันในช่วงสัปดาห์เดียวจากโอซาก้า ไปยังโตเกียว (ซึ่งอันที่จริงคือจังหวัดจิบะ) ถ้าใครไปเฉพาะงานใดงานหนึ่ง ก็สามารถสนุกกับทั้งงานได้อย่างเต็มอิ่ม แต่ถ้าใครไปทั้งสองงานต่อเนื่องกัน ก็อาจจะรู้สึกได้ว่าส่วนจัดแสดงงานนั้นแทบไม่ต่างกัน (โครงสร้าง ป้ายบอร์ดที่นำเสนอนั้นเหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงสินค้าที่วางจำหน่ายด้วย) ซึ่งก็แน่นอนว่าคงไม่ใช้คนส่วนมากนักที่จะไปร่วมงานทั้งสองสถานที่ในแค่ช่วง 1 สัปดาห์ติด ๆ กัน

คลิปบรรยากาศงานรอบโตเกียว

แต่สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือโซนวางจำหน่ายสินค้า Official นั้น แม้จะมีลูกค้าเข้าคิวอย่างมหาศาลนับพันคน แต่ก็สามารถจัดการคิวได้อย่างรวดเร็วมาก ทำให้แม้ว่าจะเข้าคิวท้าย ๆ และเห็นฝูงชนจำนวนมากรอคิวอยู่ ก็ใช้เวลาไม่นานนักในการไปซื้อของ (ที่อาจจะหมดเกลี้ยงหลายรายการไปแล้ว (ฮา))

http://blog.piapro.net/2018/09/f1809052-1.html

ทีนี้พูดถึงคอนเสิร์ต โดยเซ็ตลิสดังที่กล่าวไว้ด้านบนก็คือ จะมีบางส่วนที่รอบโอซาก้ากับโตเกียวนั้นใช้คนละเพลง แต่ก็ทำให้ฟีลโดยรวมของคอนเสิร์ตต่างกันมากจริง ๆ หากใครเป็นแฟน Vocaloid แล้วล่ะก็ ดูจากรายชื่อเพลงจะเห็นได้ว่าเซ็ตลิสรอบนี้เน้นเพลงเร็วและคึกคักเกือบทั้งหมด และเพลงที่ใช้สำหรับรอบโอซาก้านั้น คือเพลงที่มีจังหวะเร็วและเข้มข้นมาก ทำให้เซ็ตลิสและบรรยากาศคอนเสิร์ตของรอบโอซาก้านั้นเข้าขั้น “ดีด” คือเอามันส์กันแบบสุดเหวี่ยงไม่ต้องมีอารมณ์ผ่อนคลายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งถ้าวิจารณ์กันตรง ๆ ก็คือบาลานซ์ของเซ็ตลิสรอบโอซาก้ามันสุดโต่งมาก ๆ ก็เป็นทั้งข้อดี (ที่มันส์สุดเหวี่ยงได้เต็มอิ่ม) และข้อเสีย (ที่กลายเป็นคอนเสิร์ตเอามันส์เพียว ๆ ขาดความหลากหลาย)

http://blog.piapro.net/2018/09/f1809052-1.html

ส่วนเซ็ตลิสรอบโตเกียวนั้น จะเห็นว่าเพลงที่ต่างกับรอบโอซาก้านั้น จะเป็นเพลงที่ “เบา” กว่า บางเพลงให้อารมณ์ที่ผ่อนคลายกว่า ทำให้บาลานซ์ของรอบโตเกียวนั้นดูหลากอารมณ์กว่า และรู้สึกไม่เหนื่อยเกินไป แต่ด้วยความที่บรรยากาศของคอนเสิร์ตนี้ “ไม่ใช่การฉลอง 10 ปีของ Hatsune Miku” มันก็เลยอาจจะขาดความฟินในบางจุดไปบ้าง และถึงแม้จะกลมกล่อมกว่ารอบโอซาก้า แต่ก็รู้สึกว่าเพลงที่ใช้ในรอบโอซาก้านั้น “สุด” กว่า (แต่ทั้งนี้ก็เป็นเฉพาะความรู้สึกของผู้เขียนนะครับ) ซึ่งก็มองว่าทั้งสองรอบนั้นภาพรวมก็ดีเท่า ๆ กัน

https://www.tokyomxplus.jp/article/201809081800/detail/

สำหรับเพลงที่หยิบเอามาใช้ แน่นอนว่าเพื่อการฉลอง 10 ปีของคู่แฝด Kagamine Rin & Len จึงมีท่อนพิเศษที่เป็นเพลงของ 2 คู่แฝดต่อเนื่องกัน 5 เพลงรวด อันนี้ได้ฟีลถูกใจแฟน ๆ เต็มที่ครับ แต่แน่นอนว่าเซ็ตลิสที่ต่างกันของรอบโอซาก้ากับโตเกียวนั้น ก็ทำให้ปิดท้ายอารมณ์ได้ไม่เหมือนกัน โดยรอบโอซาก้าปิดด้วย Remote Control ที่เป็นเพลงแนวบีทเร็วและมันส์ ทำให้ผู้ชมได้โดดและเฮตามได้เต็มที่ ส่วนรอบโตเกียวปิดด้วย ii aru Fanclub ที่เป็นเพลงคึกคักแนวจีน ๆ ที่เหมือนให้ผู้ชมได้ผ่อนคลายมากกว่า แต่ส่วนจอวิดีโอประกอบของ Remote Control นั้นคล้าย ๆ กับคอนเสิร์ตปีก่อน แต่ของ ii aru Fanclub ก็เป็น 3D มังกรและภาพสไตล์จีนที่สวยงามดีครับ

https://www.tokyomxplus.jp/article/201809081800/detail/

ส่วนเพลงอื่น ๆ ในเซ็ตลิส ต้องยอมรับว่า เพลงฟิน ๆ สำหรับแฟน Vocaloid ยุคแรก ๆ อย่าง World is Mine หรือ Melt นั้นเรียกเสียงเฮจากแฟน ๆ ได้ดังมาก ๆ ส่วนแอดมินนั้นประทับใจกับการได้ฟังเพลง Ai Kotoba ที่เป็นหนึ่งในเพลงน่ารักที่หลัง ๆ ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในคอนเสิร์ตนานพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่อาจจะรู้สึกขาด ๆ หาย ๆ ไปสักหน่อยก็อาจจะเป็น Megurine Luka ในชุด V4X ซึ่งเป็นชุดใหม่จากโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ แต่ได้ขึ้นมาเพลงเดียว และมีเพลงคู่กับ Miku อีกเพลง เลยกลายเป็นว่าเธอมีบทบาทในคอนเสิร์ตเท่ากับศิลปินรองอย่าง Meiko และ Kaito เท่านั้น ซึ่งด้วยบาลานซ์รวม ๆ อาจจะไม่ได้แย่อะไร แต่แฟน ๆ Luka อาจจะผิดหวังอยู่บ้างครับ คงต้องรอลุ้นปีหน้า ซึ่งครบรอบ 10 ปีของเธอ คงจะได้จัดเต็มแบบคู่แฝดในปีนี้แน่ ๆ

https://www.tokyomxplus.jp/article/201809081800/detail/

และเพลงที่ปรากฎในคอนเสิร์ตบ่อยครั้งมาก ๆ อย่าง Hand in Hand หรือ 39 หรือ Tell Your World อาจจะเรียกได้ว่ากลายเป็นของที่ขาดไปไม่ได้สำหรับคอนเสิร์ต Hatsune Miku ด้วยความที่เป็นเพลงที่มีความหมายดี และมีท่วงทำนองที่สะกดคนดูให้คล้อยตามอารมณ์เพลงได้ง่าย มีจังหวะที่คึกคักและทำให้บรรยากาศสนุก ปีนี้เพลงเหล่านี้ก็จะยังถูกใส่ไว้ในเซ็ตลิสอยู่ ซึ่งก็ลงตัวเช่นเคยครับ

https://www.tokyomxplus.jp/article/201809081800/detail/

พูดถึงเพลงใหม่ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยเพลงชนะเลิศการประกวดอย่าง Meteor อาจจะมีทำนองที่ไม่คุ้นหูนัก แต่เพลงมีเนื้อหาที่ดีมากโดยกล่าวถึงการพยายามถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลง และเพลงปิดคอนเสิร์ตอย่าง Greenlights Serenade ต้องยอมรับว่าเป็นเพลงเร็วที่ปิดคอนเสิร์ตได้อย่างฟินเกินคาดมาก ๆ ครับ อีกทั้งยังมีการแอบเปลี่ยนแปลงเนื้อเพลงช่วงท้ายเล็กน้อยด้วย จาก “อยากเห็นประกายแสงสีรุ้งนั้นใกล้ ๆ” เปลี่ยนเป็น “อยากเห็นประกายแสงสีรุ้งนั้นใน Magical Mirai อีกครั้ง” เป็นการบอกใบ้ล่วงหน้าว่า งานยังคงมีจัดอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

https://twitter.com/chloettyyy/status/1036215634038673408

และแน่นอนว่าเราพูดถึงศิลปินหลักมาเยอะแล้ว จะไม่พูดถึงนักดนตรีเลยก็ไม่ได้ ซึ่งปกติแม้เราจะทราบกันดีว่า Vocaloid เป็นเสียงสังเคราะห์จากโปรแกรม แต่การแสดงคอนเสิร์ตที่ได้พลังอย่างแท้จริง คือดนตรีที่บรรเลงประกอบโดยนักดนตรีจริง ๆ นี่ล่ะ ซึ่งปีนี้พวกเขาก็ยังทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ได้มีมือเบสคนใหม่คือคุณ Chloe สาวน้อยผมสีชมพู มาเป็นสมาชิกใหม่ด้วย ซึ่งก็ขอขอบคุณและยกนิ้วให้ทุกคนเลยว่า พวกคุณสุดยอดมาก ๆ

โดยตอนนี้ใครที่พลาดชมคอนเสิร์ตปีนี้ ก็สามารถพรีออเดอร์ Blu-ray ได้กันที่นี่จ้า
http://www.jvcmusic.co.jp/magicalmirai/

https://www.tokyomxplus.jp/article/201809081800/detail/

สำหรับในปีหน้า Magical Mirai 2019 นั้น ก็เป็นน่ายินดีว่าจะมีการจัดงานใน 2 เมือง โอซาก้าและโตเกียวเช่นเดียวกันกับปีนี้ครับ ก็เรียกได้ว่าคงต้องติดตามกันดูต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร และงาน Miku Expo ที่จะจัดปลายปีนี้ที่ยุโรปจะเป็นเช่นไรนั้น ก็น่าติดตามไม่น้อยทีเดียวครับ

ส่งท้ายกันด้วยคลิปปิดคอนเสิร์ตเพลง Greenlights Serenade แบบฟิน ๆ จาก Miku Channel ออฟฟิเชียลนั่นเอง แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าจ้า