สำหรับคนเรียนญี่ปุ่นแล้ว คันจิถือเป็นส่วนที่ยากที่สุดในการเรียน แต่มันจะง่ายขึ้น หากเรารู้ “ท่าโจมตี?!” ที่เกี่ยวข้องกับความหมายของมัน

หลายคนที่เรียนญี่ปุ่นคงมีประสบการณ์และความสัมพันธ์อันหลากหลายกันไปในแต่ละคน กับตัวอักษรคันจิ ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบตัวเขียนของญี่ปุ่น ที่มีตัวอักษรมากเสียจนที่ว่าต้องใช้เวลาอย่างมากกว่าจะจำได้หมด จนทำให้การเรียนตัวอักษรคันจิสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นนั้น เหมือนกับการสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งเอาการเลยทีเดียว

ถ้าจะต้องสู้กับมันแล้ว ทำไมไม่จินตนาการว่ามันเป็นเกมต่อสู้ไปเสียเลยล่ะ และนั่นคือคำถามที่คุณ @aramatypo ตั้งขึ้นมาอีกครั้ง

วันหนึ่ง คุณ @aramatypo ได้สังเกตว่าตัวอักษร 門 (มง แปลว่า ประตู) นั้นเหมือนมัดกล้ามเนื้อบนไหล่ที่แข็งแรง และนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาจินตนาการเอาตัวอักษรคันจิมาสู้กันแบบเกมต่อสู้ที่ฮิต ๆ จนเกิดเป็นวิดีโอนี้ขึ้น ที่จะทำให้รู้ว่าเหล่านักสู้คันจิทั้ง 13 ตัว ใครจะมีศักยภาพ (เส้นเขียน) สูงที่สุด

เริ่มด้วยการแนะนำตัวของเหล่านักสู้ ตามสไตล์เกมต่อสู้ที่เราคุ้นเคย

砕 (คุดะ) ที่เมื่อรวมกับตัว く (คุ) จะกลายเป็น 砕く (คุดะคุ) ที่แปลว่าตี ฟาด ด้วยความหมายนี้ทำให้ท่าโจมตีของเจ้าคันจิตัวนี้คือเอาเส้นที่อยู่มุมขวาล่าง มาตี มาฟาดแทนอาวุธนั่นเอง

棒 (โบ) ที่แปลว่า “แท่ง / ท่อน” ก็ตามตัว ท่าโจมตีของมันคือใช้ไม้ยาว ๆ เป็นอาวุธ

傘 (คาสะ) ที่แปลว่า “ร่ม” จุดเด่นของมันคือการใช้ร่มเพื่อป้องกัน และโจมตีอีกฝ่ายจากระยะไกล

廻 (มาวารุ) ที่แปลว่า “หมุนวน” พี่ก็เอาส่วนหนึ่งของตัวหนังสือนั่นแหละ มาปาเป็นกงจักรเลย

轟 (โทโดโระ) ที่แปลว่า “ส่งเสียงร้อง” นี่ดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นตัวที่เจ๋งที่สุดในนี้แล้ว เพราะประกอบไปด้วยจำนวนเส้นที่มากกว่าตัวอักษรคันจิตัวอื่น ๆ เสียอีก

巻 (มะ.คิ/มะ.คุ) ที่แปลว่า “ม้วน” อาจทำให้นึกถึงซูชิม้วน แต่สไตล์การต่อสู้ของมันคือการใช้ส่วนล่างที่เหมือนกับตะขอต่างหาก!

囲 (คาโคะ) ที่แปลว่า “รายล้อม” เหมาะกับการโจมตีศัตรูจากทุกด้านรอบตัว

操 (อายัทสึ) ที่แปลว่า “ใช้งาน ควบคุม บังคับ” หากพูดถึงสายควบคุม ก็ต้องนึกถึงคฑา ที่ใช้การควบคุมวัตถุอื่น ๆ ให้พุ่งเข้าหาเป้าหมาย

噛 (คะ) ที่แปลว่า “กัด เคี้ยว” แน่นอน ไม่พ้นการใช้ปากงับ ๆ จนศัตรูแหลกไปข้าง

興 (โอโคะ) ที่แปลว่า “หาความสุข” แม้จะเป็นคันจิที่ไม่ค่อยได้เห็นในชีวิตประจำวัน แต่มันก็ไปปรากฎอยู่ในคำว่า 興味 (เคียวมิ) ที่แปลว่า “ความสนใจ” แต่มันจะมีท่าโจมตียังไงนี่ไม่เข้าใจจริง ๆ

刈 (คะ) ที่แปลว่า “ตัด” ก็ตรงตัว ด้วยการเอาส่วนหนึ่งของตัวอักษรมาเป็นบูเมอแรงปาใส่อีกฝ่าย

函 (ฮาโคะ) ที่แปลว่า “กล่อง” นั้น เหมือนจะเป็นอีกมิติหนึ่ง ที่เก็บเอาอาวุธไว้ภายใน จอมเวทย์คนไหนอย่าพลาดเผลอเข้าไปเป็นเด็ดขาด

สุดท้ายกับตัว 鬱 (อุทสึ) ที่แปลว่า “ความกดดัน” ที่ดูท่าทางจะมีเส้นเยอะพอ ๆ กับโดโคโระ แต่มาพร้อมกับมุกลุง ๆ ด้วยการใช้คำว่า 撃つ (อ่านออกเสียงเหมือนกันว่า อุทสึ) ที่แปลว่า “ยิง” การโจมตีของมันจึงกลายเป็นการยิงไปโดยปริยาย และมีแววว่าจะเป็นบอสลับของเกมอีกด้วย

อาจจะดูพิสดารไปนิด แต่วิดีโอนี้ช่วยให้สามารถจำคันจิได้ง่ายขึ้นบ้าง จากการสอนเกี่ยวกับการนับเส้นของมัน และน่าเสียดายที่ไม่ได้ทำออกมาเป็นเกมจริง ๆ เพราะถ้าทำขึ้นมาจริง ๆ คนเขียนเกมคงต้องเทพสุด ๆ ไปเลยล่ะ

Source: Twitter/@aramatypo via SoraNews24