ด้วยค่าแรงต่อชั่วโมงราคาเท่าน้ำอัดลมกระป๋องนึง จะทำให้พวกเขาหาอาสาสมัครกว่า 80,000 คน ตามที่ตั้งเป้าไว้ได้จริงหรือ?

ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว กับงาน 2020 Olympics and Paralympics หรือ “กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020” ที่จะจัดขึ้นที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางผู้จัดเองก็คาดว่าจะมีผู้ชมมาจากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมชมมหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งนี้ และมีการเปิดรับสมัครอาสาสมัครเข้ามาทำงานเป็นเรี่ยวแรงภายในงานนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสังคมกลับไม่แสดงความกระตือรือร้นที่จะเข้ามาเป็นอาสาสมัครกันเลยแม้แต่น้อย

คณะกรรมการจัดงานโตเกียวโอลิมปิค ได้เริ่มต้นประกาศคุณสมบัติของอาสาสมัครไปเมื่อปี 2016 ที่เอาทั้งทักษะภาษา ความรู้เกี่ยวกับตัวงานหรือเคยเข้าชมงานโอลิมปิคมาก่อน สามารถทำงานได้เกินวันละ 8 ชั่วโมง ต้องมาเข้ารับการฝึกและสัมภาษณ์ก่อนคัดเลือก ต้องจ่ายค่าอาหาร ยานพาหนะ และค่าที่พักเอง เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเชิงลบกลับมาในเรื่องของการใช้แรงงานนรกแบบไม่มีค่าตอบแทน อันเป็นเหตุผลใหญ่ ๆ ที่หลายคนเลือกที่จะไม่ไปทำงานอาสาสมัครให้ คณะกรรมการจึงหันไปทางเหล่านักเรียนนักศึกษา ที่มีการปรับเลื่อนช่วงเวลาการสอบให้ไม่ตรงกับช่วงการแข่งขัน หรือมอบเงินรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับผู้ที่มาเป็นอาสาสมัคร จนกระทั่งตอนนี้ที่มีการกำหนดค่าแรงตายตัวสำหรับอาสาสมัคร อันเป็นสิ่งที่สังคมกำลังรอคำตอบมานาน

ทว่า ค่าแรงสำหรับอาสาสมัครนั้นอยู่ที่วันละ 1,000 เยน (ราว 280 บาท) ต่อวัน โดยมีระยะเวลาทำงานเป็นกะละ 8 ชั่วโมง (รวมพักเบรค) ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวได้รวมเป็นค่ายานพาหนะสำหรับเดินทางมาปฏิบัติงานด้วยแล้ว เพราะทางผู้จัดงานไม่มีที่พักไว้รองรับ เรียกได้ว่าถ้าบ้านไม่ได้อยู่ใกล้ที่จัดงาน ก็ต้องเช่าห้องเช่าโรงแรมกันเอาเอง เพื่อเงิน 1,000 เยน เฉลี่ยแล้วเหลือ 125 เยนต่อชั่วโมง แม้จะมีสปอนเซอร์มากแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ค่าแรงตรงนี้เพิ่มขึ้น

เมื่อชาวเน็ตเห็นข่าวดังกล่าว ก็มีความเห็นตอบกลับเช่น

“ถูกโคตร!”
“งี้แปลว่าพวกคณะกรรมการเองก็ได้วันละ 1,000 เยนเหมือนกันใช่ไหม?”
“1,000 เยนเหรอ? เลข 0 ตกไปตัวหรือเปล่า?”
“เหมือนกำลังล้อกันเล่นอ่ะ”
“มีเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกเขาไม่อยากจ่ายมากกว่านั้นหรือเปล่า?”
“ถ้าถังแตกถึงขนาดจ่ายได้แค่วันละ 1,000 เยน ก็ไม่น่ามาจัดงานโอลิมปิคนะ”

แน่นอนว่ายังคงมีการโต้เถียงกันในประเด็นของคำว่า “อาสาสมัคร” อีกด้วย ตามความหมายที่ว่าเป็นการลงแรงทำอะไรสักอย่างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และด้วยเรทนั้น 1,000 เยนตามการคำนวนของคณะกรรมการแล้ว ก็ยังเพียงพอสำหรับค่ายานพาหนะ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในโตเกียวเท่านั้น

การเปิดรับสมัครอาสาสมัครจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 26 กันยายน โดยคณะกรรมการมีเส้นตายว่าจะต้องหาอาสาสมัครให้ได้ 80,000 คน พวกเขาจะใช้วิธีใดได้อีกบ้าง งานระดับหนังมาร์เวล แต่ค่าแรงระดับเรดแมน จะมีใครสนใจมาเป็นอาสาสมัครหรือไม่ ต้องติดตาม

Source: Nihon Keizai Shimbun via SoraNews24