เป็นข่าวใหญ่ตลอดตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กับพายุไต้ฝุ่น Jebi (พายุไต้ฝุ่นหมายเลข 21) พัดขึ้นฝั่งญี่ปุ่นที่จังหวัดโทคุชิมะ เมื่อวันที่ 4 กันยายน และเคลื่อนที่ยาวต่อเนื่องในฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง, น้ำท่วม, พื้นดินถล่มและอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

คุณ Kikuchi Akihiro ตัวแทนจากกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่าเป็นพายุที่แรงที่สุดที่เคยมีมาในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1993 คุณ Sakai Keita โฆษกผู้รักษาการณ์ชายฝั่งกล่าวว่าเรือบรรทุกน้ำมัน Houunmaru ความยาว 89 เมตรถูกพายุพัดจากจุดทอดสมอจนไปชนเข้ากับสะพานเชื่อมสนามบิน Kansai Airport และเกาะหลักแต่ลูกเรือซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ 11 คน ทั้งหมดปลอดภัยดี

ศูนย์กลางของพายุก่อให้เกิดแผ่นดินถล่มในบริเวณใกล้เคียงเมืองชายฝั่งโกเบเมื่อเวลา 14:00 น.

เที่ยวบินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศจำนวนหลายร้อยเที่ยวบินที่ Kansai Airport จังหวัดโอซาก้าถูกยกเลิก ทางรันเวย์สนามบินถูกปิดและเกิดน้ำท่วมในเวลาต่อมา นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่าพายุที่แรงมากยังทำให้ระดับคลื่นทะเลในอ่าวโอซาก้าสูงที่สุดที่เคยมีมา

คนจำนวนมากแชร์ภาพเหตุการณ์พายุถล่มขึ้นโซเชียลมีเดีย

 

มีคำสั่งอพยพประชาชนให้ออกจากพื้นที่ 9 เมืองของประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากเส้นทางพายุที่กำลังจะผ่านเกาะฮอนชู หลายจังหวัดได้แก่ กิฟุ, ไอจิ, เกียวโต, โอซาก้า, เฮียวโงะ, นาราและวาคายามะในเกาะฮอนชูได้รับผลกระทบ นอกจากนี้จังหวัดโทคุชิมะ, คางาวะและโคจิในเกาะชิโคคุเองก็ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นไปด้วย

ประชาชนราว 14,000 คนถูกอพยพไปยังพื้นที่หลบภัยกว่า 5,000 แห่ง โดยพื้นที่หลบภัยที่ถูกจัดไว้มีทั้งศาลากลางเมือง และ โรงยิมโรงเรียนต่าง ๆ ตามการจัดการของหน่วยดับเพลิงและการจัดการภัยพิบัติ หรือ FDMA

ทาง FDMA ได้ออกคำสั่งอพยพให้กับ 9 เมืองที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และ ให้อีก 53 เมืองโดยรอบเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ

โดยก่อนหน้าที่พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นดิน มีความเร็วลมเฉลี่ยสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมกรรโชกสูงถึง 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจัดอยู่ในพายุเฮอริเคนระดับที่ 1

ตอนนี้ได้มีสัญญาณการเกิดน้ำท่วมในวงกว้างจาการที่พายุหมุน Jebi ได้ก่อให้เกิดปริมาณน้ำฝนกว่า 500 มิลลิเมตรในบางพื้นที่และระหว่าง 150 ถึง 300 มิลลิเมตรในอีกหลายพื้นที่

พายุหมุน Jebi นั้นได้เคลื่อนผ่านมาหลังจากพายุไต้ฝุ่น Cimaron ในเวลาห่างกันเพียงประมาณหนึ่งอาทิตย์เท่านั้นนับว่าเป็นการเกิดภัยพิบัติต่อเนื่องที่รุนแรงเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโอซาก้า ได้ลงประกาศไว้เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2018 ว่า สนามบินนานาชาติคันไซยังต้องปิดให้บริการชั่วคราวเพราะจำเป็นต้องซ่อมแซมและตรวจสอบความเสียหายอย่างไม่มีกำหนด

ใครที่มีแผนมาเที่ยวภูมิภาคคันไซในช่วงเดือนสองเดือนนี้ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และสอบถามสายการบินอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ

Source : CNN