หลายคนเมื่อพูดถึงการเที่ยวญี่ปุ่นก็มักจะพูดว่าช่วงที่น่าท่องเที่ยวที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ ด้วยการที่เป็นช่วงเวลาที่คุณไม่ต้องเผชิญทั้งความหนาวเหน็บในหน้าหนาว และ ความร้อนระอุในหน้าร้อน แต่ว่านอกจากช่วงใบไม้ผลิแล้วคุณก็ยังสัมผัสอากาศที่รู้สึกสบายแบบเดียวกัน พร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ที่งดงามไม่แพ้กันในฤดูใบไม้ร่วงได้เช่นกัน

แม้ว่าการท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะหมายถึงการที่คุณจะต้องพลาดชมดอกซากุระบาน แต่ที่ญ๊ปุ่นแห่งนี้ยังมีความงดงามจากธรรมชาติที่งามไม่แพ้กันอย่างการชมใบไม้เปลี่ยนสี และที่สำคัญช่วงการชมใบไม้แดงแบบนี้มีช่วงเวลาที่สามารถชมได้มากกว่าช่วงเวลาของดอกซากุระบานซะอีก ทำให้คุณไม่ต้องคอยห่วงว่าคุณจะบินมาเที่ยวตรงช่วง เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

และเมื่อคุณตัดสินใจที่จะมาเที่ยวในช่วงใบไม้ร่วงแล้ว ขั้นต่อไปที่คุณต้องทำก็คือการหาสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการไปเที่ยว และเพื่อการนี้เว็บไซต์สำหรับท่องเที่ยวญี่ปุ่น Jalan จึงได้จัดโพลโหวตจากผู้ใช้งาน 533 คนเพื่อจันอันดับจุดที่สามารถรับชมความสวยงามของฤดูใบไม้ร่วงได้ขึ้นมา

  1. หุบเขาโครันเคย์ (Korankei Gorge) (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม)

ด้วยระยะทางที่สามารถจัดเที่ยววันเดียวจากนาโกย่าได้ หุบเขาโครันเคย์ จึงกลายเป็นจุดชมใบไม้แดง และการปีนเขาไปตามเชิงเขาบริเวณภูเขาอิอิโมริ ที่มีชื่อเสียง

  1. Meiji no Mori Mino Quasi-National Park (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม)

สวนธรรมชาติในโอซาก้าแห่งหนึ่ง มีเส้นทางปีนเขาสูง, วัดพุทธ และน้ำตกมิโนที่ความสูงถึง 33 เมตร ท่ามกลางใบไม้แดงเกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามจนอดที่จะบันทึกภาพเก็บไว้ไม่ได้

ทางเดินขึ้นเขาค่อนข้างไกล และหากมีฝนตก บางครั้งอาจมีประกาศเตือนระวังดินถล่มซึ่งจะมีการปิดทางเดิน ทำให้ไม่สามารถขึ้นไปถึงน้ำตกได้ ใครสนใจมาที่นี่เช็คสภาพอากาศล่วงหน้าด้วยนะครับ

  1. ถนนต้นสนแดง (Metasequoia Road) (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: ต้นพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม)

ที่ญี่ปุ่นนั้นมีอยู่หลายสถานที่ที่ห้อมล้อมด้วยต้นไม้ตลอดเส้นทางที่รู้จักกันในชื่อ ถนนต้นสนแดง แต่สถานที่แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชิกะที่ทอดยาวถึง 24 กิโลเมตรสู่ทางเข้าของที่ราบสูงมากิโนะ สถานที่พักผ่อนในเมืองทากาชิมะ

6 (ร่วม). Hitachi Seaside Park (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: กลางตุลาคม)

ใบไม้แดงอาจจะเป็นสิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อพูดถึงความงดงามในฤดูใบไม้ร่วง แต่ที่สวนหย่อมในจังหวัดอิบารากินี้มีชื่อเสียงในด้านของเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้พุ่มโคเชีย แม้ว่ามันจะมีสีเขียวเกือบตลอดปีแต่ในช่วงใบไม้ร่วงนี้พวกมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดอันแสนสวยงาม และสามารถมาได้ง่ายๆ ด้วยระยะทางไปกลับได้ในวันเดียวจากโตเกียว

6 (ร่วม). หุบเขานารูโกะ (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: ปลายตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน)

เมืองเซนไดในจังหวัดมิยากิ ถือได้ว่าเป็นจุดตั้งต้นก่อนจะเข้าสู่หุบเขานารูโกะ ที่นี่นักท่องเที่ยวจะต้องเลือกว่าจะชมจากด้านล่างรอบหุบเขาบนทางเดินโอฟุกะซาวะ หรือเลือกที่จะชมจากบนรถไฟที่วิ่งผ่านสะพานสูงที่ตั้งตระหง่านเหนือหมู่บ้าน ที่วิวทิศทัศน์นั้นสวยงามมากพอจะไม่ให้คุณมาไม่ถูกเลยทีเดียว

  1. Kokoen Garden (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: กลาง – ปลายพฤศจิกายน)

จังหวัดเฮียวโงะ อาจจะมีสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่ออย่างปราสาทฮิเมจิ ที่มักถูกเรียกว่าฐานที่มั่นที่ดีที่สุดของซามูไร แต่เมื่อคุณมาที่นี่ก็อย่าลืมที่จะเผื่อเวลาเพื่อมาเที่ยวชมสวน Kokoen ด้วยหละ สวนแห่งนี้อยู่ในระยะที่สามารถเดินมาได้ในไม่กี่นาทีจากประตูของปราสาท สวนแห่งนี้ได้มีการตกแต่งสไตล์เอโดะที่มีการใช้พื้นที่จากอาคารฝั่งตะวันตกของปราสาท และบ้านของซามูไรในการสร้างทำให้ได้บรรยากาศย้อนยุคอันมีเสน่ห์ และถูกวางพื้นที่ไว้ให้เมื่อถึงฤดูนี้จะสามารถมองเห็นปราสาทฮิเมจิที่มีพื้นหลังเป็นใบไม้แดงได้อีกด้วย

  1. หุบเขาสุมาตะ (Sumata Gorge) (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: ต้นพฤศจิกายน – ปลายธันวาคม)

จุดไฮไลท์สำคัญของหุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้และแม่น้ำแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชิซูโอกะแห่งนี้ คือการเดินข้ามสะพาน Yume no Tsuribashi หรือ “สะพานแขวนแห่งความฝัน” ที่สามารถรับน้ำหนักคนได้เพียง 10 คน ที่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสีแดงของใบไม้จะตัดกับสีสันของแม่น้ำได้เป็นอย่างดี

  1. อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Momiji Kairo) (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: ต้น – กลางพฤศจิกายน)

อุโมงค์ใบเมเปิ้ลในเมืองฟุจิคาวากุจิโกะ เขตมินามิสึรุ จังหวัดยามานาชิ สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีอันเลื่องชื่อ และถ้าคุณสะดุดตากับคำว่าฟุจิในชื่อสถานที่นี้แล้วหละก็ นั้นก็เพราะว่าที่นี้คุณจะสามารถชมทิวทัศน์ผ่านต้นเมเปิ้ลที่แผ่นกิ่งก้านอยู่บริเวณริมฝั่งของทะเลสาบคางากุจิ ที่มีภูเขาไฟฟูจิตั้งตระหง่านอยู่ที่อีกฝั่งของทะเลสาปนั้นเอง

  1. Tsutanuma (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: ต้น – ปลายตุลาคม)

บางคนอาจจะเรียกที่นี้ว่าทะเลสาบ แต่บางคนก็เรียกสถานที่ในจังหวังอาโอโมริแห่งนี้ว่า ร่างแห่งน้ำ ที่เป็นแอ่งน้ำที่มีเส้นรอบวางถึง 1 กิโลเมตร ที่ผิวน้ำอันกว้างใหญ่นี้สงบและนิ่งมากพอที่จะทำให้ผิวน้ำกลายเป็นกระจกสะท้อนผืนป่าที่อยู่ด้านบน ราวกับโลกนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงชาด

  1. วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) (ช่วงที่เหมาะแก่การมาชมที่สุด: ต้น – กลางพฤศจิกายน)

และสถานที่ที่คว้าอันดับ 1 ไปครองนั้นก็คือ วัดเบียวโดอิน สถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงในจังหวัดเกียวโต ที่ชาวญีปุ่นเห็นกันจนชินตาทุกครั้งที่พวกเขาซื้อเครื่องดื่มผ่านเครื่องขายอัตโนมัติ เพราะสถานที่แห่งนี้คือสิ่งที่อยู่บนเหรียญ 10 เยนนั้นเอง

แต่ไม่ว่าจะเห็นมันผ่านตาบนเหรียญบ่อยแค่ไหนก็ตาม ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับการมายังสถานที่จริงกับตาในเมืองอุจิแห่งนี้ แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีผู้มาเที่ยวชมมากมายในทุกฤดูกาลแต่ก็จะมีคนมาเยี่ยมชมมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับสีแดงที่ถูกทาบนเสาไม้ของวัดแห่งนี้

และถ้าคุณเกิดเหนื่อยล้าจากการเดินชมใบไม้หลากสีแล้วหละก็ ที่เมืองอุจิแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่มีชาเขียวมัทฉะที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย นั้นหมายถึงที่นี่จะอุดมไปด้วยคาเฟ่ที่มีเมนูของหวานจากชาเขียวมาช่วยเติมพลังให้คุณอย่างเต็มที่แน่นอน

Source: Jalan