คงมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีกเยอะ จากการปรับขึ้นภาษีอุปโภคของญี่ปุ่นในครั้งนี้ และนี่ก็คงเป็นเพียงตัวอย่างความเห็นส่วนหนึ่ง ของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

จากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศเกี่ยวกับการขึ้นอัตราภาษีอุปโภคขึ้นเป็น 10% ในเดือนตุลาคมปี 2019 ก็ได้รับกระแสตอบรับไปหลายทิศทางจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทั้งฝ่ายที่เข้าใจว่าควรมีการฟื้นฟูสภาพการคลัง และฝ่ายที่มองว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เป็นต้น

ในภาคการค้าปลีกและอื่น ๆ ในหมวดเดียวกัน แสดงความกังวลถึงความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นในร้านค้า แม้รัฐบาลยังคงอัตราภาษีให้กับสินค้าจำพวกสิ่งของเครื่องใช้ประจำวัน อาหาร เครื่องดื่ม (ไม่รวมไปถึงธุรกิจร้านอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) ไว้ที่ร้อยละ 8 ก็ตามที

“การขึ้นภาษีมันกระทบกับความเป็นอยู่ของฉันแน่นอน แต่ช่วยไม่ได้ถ้ามันจำเป็น” กล่าวโดยหญิงอายุ 59 รายหนึ่งในโตเกียว แต่เธอได้บอกว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า คือจะสามารถคงระดับภาษีในสินค้าข้าวของเครื่องใช้ประจำวันแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน ซึ่งท้ายที่สุดก็มีโอกาสที่จะขึ้นตามไปอยู่ดี

มาที่อีกฝั่ง กับเหล่าเจ้าของธุรกิจชั้นนำที่สนับสนุนการขึ้นภาษีในครั้งนี้ เพราะพวกเขามองว่าการฟื้นฟูสภาพการคลัง ที่ตกอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าเลวร้ายที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม เป็นสิ่งจำเป็น ประกอบกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แปลว่าค่าใช้จ่ายในด้านสังคม เช่นค่ารักษาพยาบาลและเงินบำนาญที่รัฐต้องจ่าย จะเยอะตามขึ้นไป

“การขึ้นภาษีอุปโภคนั้นได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่แล้ว” กล่าวโดยคุณ Nakanishi Hiroaki ประธานสหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น อ้างอิงจากการคว้าชัยในสนามเลือกตั้งของนายก Abe Shinzo จากพรรค LDP เมื่อปีที่ผ่านมา ภายหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร และมองหาความชอบธรรมสาธารณะในการวางแผนขึ้นภาษีอุปโภค

แต่ทางฝั่งธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์กลับกำลังสร้างความสมดุลในการใช้จ่าย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการขึ้นภาษี

“เราเคยเจอกับผลกระทบอย่างรุนแรงมาแล้วในการขึ้นภาษีอุปโภคครั้งที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งนั่นทำให้เกิดการเติบโตขึ้นของอุปสงค์ ก่อนที่จะลดลงหลังจากนั้นไม่นานนัก” กล่าวโดยเจ้าของธุรกิจรถยนต์รายหนึ่ง

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งกล่าวถึงความคาดหวังใน “อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่งก่อนที่จะมีการปรับขึ้นภาษี” แต่สิ่งที่เขาก็กังวลอยู่นั้น คือผลกระทบต่อตลาดในระยะยาว

ร้านค้าปลีกจำเป็นต้องเหนื่อยกันมากขึ้นเพื่อระบุว่าสินค้าได้อยู่ในอัตราภาษีใด และอัพเดตระบบการลงทะเบียนสินค้าภายในร้านให้ตรงกับความเปลี่ยนแปลง

คุณ Nagata Hiroyuki เจ้าของร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เจ้าหนึ่งในโอซาก้ากล่าวว่า เขานั้นเห็นด้วยกับการขึ้นภาษี แต่ในเรื่องของการลดภาษีนั้น อาจจะเพิ่มงานเอกสารให้กับเหล่าผู้ประกอบการ กับการจัดการสินค้าภายในร้าน

“ต่อให้รัฐสนับสนุนเงินก้อนหนึ่งมา มันก็ยากอยู่ดีสำหรับการจัดหาซื้อเครื่องแคชเชียร์ตัวใหม่ที่ทำได้ตามที่รัฐกำหนดมา มันคงจะดีถ้าภาษีอยู่ในอัตราคงที่” คุณ Nagata กล่าว

Source: JapanToday