ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี จะเป็นช่วงสำคัญของเหล่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่เรียกว่า งานเทศกาลวัฒนธรรม ที่จะจัดขึ้นในวันหยุดและเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมได้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันในชีวิตวัยเรียนของเด็กญี่ปุ่นกันเลย

สำหรับเด็กนักเรียนทั่วไปเมื่อพูดถึงการออกร้านในงานเทศกาลวัฒนธรรมแล้วที่มักจะโผล่มาเป็นอันดับต้นๆ ก็คงไม่พ้นคาเฟ่และบ้านผีสิง แต่ไม่ใช่กับนักเรียนปีสามกลุ่มนี้ที่โรงเรียนมัธยมต้นทาคานาว่า ในเขตมินาโตะ โตเกียว ที่พวกเขามีความคิดที่ใหญ่กว่านั้น พวกเขามีความตั้งใจที่จะสร้างรถไฟเหาะขึ้นมาก และสิ่งที่พวกเขาทำก็แค่เพียงการนำแผ่นไม้มาสร้าเป็นรางรอบห้องเรียนของพวกเขา แต่เพื่อให้มันเจ๋งยิ่งขึ้นไปอีกเขาได้ให้ผู้เล่นสวม VR Headset ที่จะนำพวกเขาออกนอกโรงเรียนไปสัมผัสการนั่งรถไฟเหาะอันน่าเหนือเมืองจำลอง

คลิปนี้ถูกแชร์โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @MobileHackerz ที่เราจะได้เห็นการทำงานของรถไฟเหาะนี้รวมไปถึงภาพจากระบบ VR ที่พวกเขาจะได้เห็นขณะเล่นเครื่องเล่นนี้ ที่เราสามารถดูได้ไปพร้อมกับผู้เล่นผานภาพฉายบนกระดานดำ แต่เพื่อให้เห็นความเจ๋งของมันมากขึ้นผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @pansan1029 ที่เป็นนักเรียนที่ทำระบบ VR นี้ขึ้นมาได้อัพโหลดคลิปภาพที่จะได้เห็นแบบสมบูรณ์ให้ดูกันเต็มๆ ไปเลย

และที่ทำให้มันเจ๋งสุดๆ ไปอีกก็คือการที่เราได้เห็นเครื่องมือที่ @pansan1029 นำมาใช้งานการสร้างภาพจำลองทั้งหมดนี้ ซึ่งสิ่งที่เขาใช้นั้นก็มีเพียงแค่เกมยอดนิยมอย่าง Minecraft และม็อดปรับแต่งเกมอีกสองชุด ชุดหนึ่งคือ ExRollerCoaster ส่วนอีกชุดคือชุดที่ใช้เพื่อปรับแสงเงาให้ดูสมจริงขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้นั้นออกมาน่าประทับใจจนคนที่ได้ลองเล่นบอกว่ารู้สึกมันยาวนานกว่า 20 วินาทีที่นั่งจริงซะอีก

แต่ยังไงก็ดูเหมือนว่า @pansan1029 จะยังไม่พอใจกับผลงานเท่าไหร่ ด้วยความยากของทีมงานที่ต้องปล่อยตัวให้พอดีกับโปรแกรม VR ถ้าหากว่ามีเวลาและทรัพยากรมากกว่านี้เขาก็หวังที่จะสร้างระบบที่ใช้อุปกรณ์อย่าง Touch Sensor เพื่อให้ได้เวลาการออกตัวที่แม่นยำที่สุด และการใช้โปรแกรมขั้นสูงกว่านี้อย่าง Unity เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้ดูสมจริงกว่าที่ได้จากเวอร์ชันปรับแต่งของ Minecraft แบบที่ใช้อยู่

ยังไงก็ตามนี่ก็ถือว่าได้เป็นผลงานที่เจ๋งมากแล้วสำหรับกลุ่มเด็กนักเรียนอายุเพียว 14-15 ปี และเราก็หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นผลงานสุดเจ๋งจาก @pansan1029 และเพื่อนๆของเขา ในงานเทศกาลวัฒนธรรม ในโรงเรียนของพวกเขาในปีหน้าเช่นกัน

Source: Twitter/@MobileHackerz, IT Media