หากคำจำกัดความของคำว่า “โมเอะ” คือการแตกหน่อ หรือการเผาไหม้ ด้วยเพลิงแห่งความรัก ความชื่นชอบ มันก็คงจะดี ถ้าเปลวเพลิงนั้นสามารถโชติช่วงไปได้ตลอด ไม่มอดดับไปในสักวันหนึ่ง อย่างที่หลายคนเป็นกัน

เชื่อขนมกินได้เลยว่าเด็ก ๆ นับตั้งแต่ยุค 80 เป็นต้นมานั้นเติบโตมาพร้อมกับการ์ตูนญี่ปุ่น และด้วยความรักความชอบในการ์ตูนญี่ปุ่น ก็ทำให้หลายคนก็เติบโตขึ้นมาเป็นโอตาคุการ์ตูนญี่ปุ่น ที่มีทั้งกำลังและทรัพย์สินพร้อมจะทำตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเปย์สินค้า หรือจัดกิจกรรมชุมนุมตามกลุ่มสังคมที่มีความชอบร่วมกัน เพื่อหาความสนุกสนานในช่วงชีวิตหนึ่ง

แต่ความรู้สึกรักชอบนั้น จะยืนยงคงกระพันสำหรับทุกคนหรือเปล่า? มีทั้งบางคนที่ยังคงชื่นชอบในการทำสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่คนการ์ตูนทำกันอยู่ ส่วนบางคนก็ล้มเลิก ถอนตัวไปทำอย่างอื่น ปีก่อนฉันอาจจะดูอนิเมหลายเรื่องต่อซีซัน ปีนี้มาฉันเบื่อแล้ว อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้าง เช่นดูหนัง ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร หรือเกี่ยวกับพวกเครื่องยนต์กลไก เป็นต้น เหมือนกับการเผาไหม้ที่เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องมอดดับไป ไม่มีเชื้อเพลิงอีกแล้ว

ผู้ใช้ทวิตเตอร์นาม @mitragyna ได้รวบรวมรายการ 10 ขั้นตอนสิ่งที่บอกได้ว่าคุณกำลังจะเลิกเป็นโอตาคุ หรือ ไม่ได้เป็นเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

Level 1: เลิกไปงานการ์ตูน
Level 2: เกมที่ดองไว้เริ่มพอกพูนขึ้นทุกที
Level 3: นิยายที่ดองไว้เริ่มมีชะตากรรมเหมือนเกมข้างบน
Level 4: มังงะตามไป
Level 5: หยุดตามอนิเมใหม่ ๆ
Level 6: หยุดตามอนิเม ที่เคยดูภาคก่อนหน้ามาแล้ว
Level 7: หยุดเล่นอีเวนท์ตามฤดูกาล ของเกมออนไลน์
Level 8: หยุดตามข่าวสารวงการการ์ตูน ที่โผล่มาในไทม์ไลน์
Level 9: หากมีการพูดถึงการ์ตูน เกม จะมองว่ามันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเมื่อนานมาแล้ว
Level 10: ถึงจุดที่เรียกได้ว่าเลิกเป็นโอตาคุอย่างสมบูรณ์

สเต็ปข้างต้น เมื่อมองดี ๆ แล้วก็พบกว่าอาจจะใช้ได้สำหรับคนญี่ปุ่น แต่สำหรับชาวต่างชาติ ที่อาศัยอยู่ต่างแดน อาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป สมมติว่าโอตาคุรายหนึ่งอาศัยอยู่ที่โตเกียว เมืองหลวงศูนย์รวมแห่งการจัดงานอีเวนท์การ์ตูน จนทำให้งานการ์ตูนเหล่านี้อาจใช้เป็นข้ออ้างในการออกจากบ้านได้แบบไม่ผิดสังเกต ก็เปลี่ยนมาเป็นไม่สนใจงานเหล่านี้ และหันไปหากิจกรรมอย่างอื่นแทน ก็นับเป็นก้าวหนึ่ง ดังที่อยู่ใน Level 1 แล้ว หรือแม้แต่ไลท์โนเวลที่มีวางขายในร้านหนังสือแทบทุกร้าน หากจะเปลี่ยนมาเป็นไม่ซื้อมาอ่านอีกเลย ก็อาจคาดเดาได้ว่าโอตาคุรายนั้นเริ่มออกห่างจากการเป็นโอตาคุไปแล้วนิดนึง

กลับกันกับชาวต่างชาติที่งานอีเวนท์การ์ตูนไม่ได้มีจัดเยอะเท่าญี่ปุ่น การ์ตูนหรือนิยายต้องรอมีค่ายซื้อลิขสิทธิ์มาแปลและพิมพ์ขาย สเต็ปข้างต้นก็อาจใช้งานในบริบทแวดล้อมของชาวต่างชาติได้แบบไม่ค่อยจะตรงนัก

กระนั้น สเต็ปดังกล่าวของคุณ @mitragyna ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะต้องเดินไปตามขั้นตอนแบบไม่มีวันถอยกลับได้เสมอไป บางคนที่หมดไฟกับการ์ตูนไปแล้ว ก็อาจจะกลับมาได้อีกครั้งหากพบผลงานเรื่องใหม่ ๆ หรือตัวละครการ์ตูน/เกม ตัวไหนที่ถูกใจ ฉะนั้นจึงอย่าไปจริงจังกับสเต็ปเหล่านี้มาก เพราะเดิมทีการเป็นโอตาคุนั้นเป็นการบ่งบอกถึงงานอดิเรก ที่จะหันมาทำ หรือจะเลิกทำไปเมื่อไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับความรู้สึก สิ่งแวดล้อม และอายุที่เพิ่มขึ้นของแต่ละคน

Source: Twitter/@mitragyna via SoraNews24
Image: Irasutoya