สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Akibatan เป็นโอกาสอีกครั้งที่เราจะพาเพื่อนๆ ไปท่องเที่ยวตามรอยหนึ่งในซีรี่ส์ดังของญี่ปุ่น ที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักในหมู่คนติดตามการ์ตูนเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในวงการแข่งขันไพ่คารุตะอีกด้วย ใช่แล้วซีรี่ส์ที่ว่านั้นก็คือ Chihayafuru หรือชื่อไทย “จิฮายะ กลอนรักพิชิตใจเธอ” นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ก็ได้ประกาศสร้างอนิเมะซีซั่น 3 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับทริปนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง JETRO ที่ได้เชื้อเชิญให้ทีมงานได้ไปเที่ยวตามรอยในจังหวัดชิงะ และโตเกียว ในครั้งนี้กับการเดินทางตลอด 5 วันเต็ม ตั้งแต่ 1 – 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนจะน่าประทับใจขนาดไหนนั้น มาติดตามการเดินทางของพวกเราในครั้งนี้เลย!

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561

วันแรกของการเดินทาง ทางทีมงานได้มารวบตัวพร้อมกับผู้ร่วมทริปคนอื่นๆ ที่สถานี Akihabara เพื่อออกเดินทางด้วยรถไฟ Shinkansen ไปยังเมืองโอตสึในจังหวัดชิงะ

เมื่อมาถึงพร้อมกับการตามรอยที่เริ่มต้นขึ้น ณ จุดนี้ นั่นก็คือสถานีรถไฟ Otsukyo ซึ่งถูกใช้เป็นฉากหลังในอนิเมะ Chihayafuru ในตอนที่ทีมของ Chihaya มาเป็นตัวแทนแข่งขันระดับมัธยมปลายจาก Tokyo และเดินทางไปแข่งขันระดับประเทศที่ศาลเจ้าโอมิ นั่นเอง

ก่อนจะเดินทางต่อ มื้อแรกของพวกเราเมื่อมาถึงที่นี่ก็คือร้าน Fugetsu ที่มีชื่อเสียงเรื่องโซบะ และได้รับรางวัลมากมาย เรียกได้ว่าเป็นอีกร้านแนะนำเลยเชียว

หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปสักการะที่วัด Onjoji หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อวัด Mii-dera ซึ่งเป็นสมบัติของประเทศ และยังเป็น 1 ในวัดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (จากทั้งหมด 4 แห่ง) อีกทั้งยังมีจุดชมวิวทะเลสาบบิวาโกะจากเนินเขา ซึ่งเป็นทะเลสาบที่สวยงามมากแห่งหนึ่งอีกด้วย

จากนั้นก็มาตามรอยกันต่อกับทางข้ามทางรถไฟ ซึ่งถูกใช้เป็นฉากหลังในอนิเมะตอนที่ Arata ตัวเอกของเรื่องจะข้ามมาเพื่อไปศาลเจ้าโอมิ นั่นเอง

และพวกเราก็เดินทางมาถึงยังศาลเจ้าโอมิ สถานที่สำคัญในเรื่อง Chihayafuru และยังเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของผู้เล่นคารุตะ ในการใช้เป็นสถานที่แข่งขันในระดับประเทศด้วย โดยพวกเราได้ฟังประวัติความเป็นมาของศาลเจ้า ไพ่คารุตะ และเยี่ยมชมอาคารสถานที่ที่ใช้ในการแข่งจริงด้วย

ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นกับการทานอาหารที่ร้าน Ayura ลิ้มรสชาติอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชิงะ อาทิ

“เนื้อโอมิ” 1 ใน 3 สุดยอดวากิวของญี่ปุ่น นำมาย่างแบบแรร์

“ฟูนะซูชิ” หรือ ปลาดิบหมัก รสชาติเปรี้ยวและเค็มนิดๆ มีกลิ่นเฉพาะตัวที่แรงมากจนคนญี่ปุ่นหลายคนก็ยังไม่กล้ากิน

“ปีกไก่โอมิย่าง” เดาจากขนาดของปีกแล้วคิดว่า ไก่โอมิน่าจะใหญ่กว่าไก่ธรรมดา 2-3 เท่า หนังกรอบเนื้อแน่นกรุบ

“ชาบูชาบูเป็ดโอมิ” นอกจากเนื้อโอมิแล้วก็ยังมีเป็ดโอมิด้วย

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561

เริ่มเช้าวันที่ 2 การเดินทางของพวกเรายังคงอยู่กันที่ศาลเจ้าโอมิ ที่ในวันนี้ได้ทดลองใส่ Hakama แบบเดียวกับที่ Chihaya ใส่ในเรื่อง พร้อมกับเดินชมศาลเจ้ายามเช้าในชุดนั้นเลย ได้บรรยากาศสุดๆ โดยถ้าใครมีโอกาสเดินทางมา ที่นี่เขามีให้เช่าชุด Hakama ด้วยนะ

สำหรับมื้อเที่ยงของวันนี้เราทานอาหารกันที่ร้าน Sosuitei เป็นร้านเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นที่คุณป้าพนักงานสามารถพูดทักทายได้หลายภาษามากๆ จนน่าทึ่ง!

 

ส่วนข้างๆ ร้านนั้นก็เป็นคลองจากทะเลสาบบิวะ (Biwako Canal) และเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ Chihayafuru ฉบับคนแสดงในภาคที่ 3 ด้วย

กลับมาที่ศาลเจ้าโอมิ กันอีกครั้ง คราวนี้ได้ชมการซ้อมแข่งคารุตะก่อนการแข่งขันจริงในวันพรุ่งนี้ ถึงจะเป็นการซ้อมแต่บรรยากาศนั้นจริงจังเอามากๆ จนลุ้นตามไปด้วยเลย และพวกเราก็ได้พบทีมตัวแทนประเทศไทย จาก “ชมรมคารุตะกรุงเทพ” ซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศไทย และทางเราก็ได้สัมภาษณ์และพูดคุยเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ติดตามการพูดคุยกับน้องๆ ตัวแทนประเทศไทยได้ ที่นี่เลยจ้า

หลังจากนั้นพวกเราก็ได้แวะชมวัด Ishiyama-dera วัดที่ว่ากันว่า Murasaki Shikibu กวีชาวญี่ปุ่น ได้มาอาศัยอยู่ที่นี่และเกิดบันดาลใจในการแต่งนิยาย “ตำนานรักเกนจิ” นั่นเอง

ปิดท้ายวันนี้กันด้วยดินเนอร์ที่ร้าน Otsu Ouchu ที่นี่พวกเราได้ลิ้มรสซาชิมิ ปลาไหล รวมถึงข้าวอบเห็ดด้วย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561

วันนี้พวกเราไปยัง Kangaku-kan ในศาลเจ้าโอมิ เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Otsu Hikaru Kun Cup (Hyakunin Isshu Competitive Karuta แบบทีม ครั้งที่ 7 และ World Championship of Competitive Karuta ครั้งที่ 1) ซึ่งพวกเราก็ยังได้มีโอกาสเข้าพบคุณ Koshi นายกเทศมนตรีเมือง Otsu เพื่อแนะนำตัวในฐานะสื่อจากประเทศต่างๆ พร้อมกับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับคารุตะ

แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่รอคอย กับการเข้าชมการแข่ง Otsu Hikaru Kun Cup ที่บอกเลยว่าลุ้นระทึกกันสุดๆ ยิ่งกว่าการซ้อมแข่งเมื่อวาน ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้แข่งกันจนดึกเลย และน่ายินดีมากๆ เพราะตัวแทนจากประเทศไทยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ด้วย!!

สำหรับมื้อกลางวันของพวกเราในวันนี้คือที่ Biwako Otsu Kome Plaza ซึ่งเป็นทั้งจุดแวะพักรับประทานอาหาร จุดชมวิว และยังสามารถช็อปปิ้งซื้อของฝากจากจังหวัดชิงะ ได้ด้วย เช่น แกงกะหรี่เนื้อโอมิ น้ำมันรายุ ผลิตภัณฑ์ของแห้งจากปลาทะเลสาบบิวะ ข้าวเกรียบกุ้งทะเลสาบบิวะ ขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึกต่างๆ

ต่อมาพวกเราก็ได้แวะชม La Collina โรงงานขนมหวานและแหล่งท่องเที่ยวที่เขาบอกว่าฮิตสุดๆ ในจังหวัดชิงะ โดยตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบประยุกต์ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม ด้านในขายของฝากยอดนิยมอย่าง บามคูเฮน (มีแบบลิมิเต็ดเฉพาะที่นี่ด้วย!) และขนมของหวานอื่นๆ ซึ่งก็เชื่อว่าที่นี่ฮิตจริง เพราะลานจอดเต็มไปด้วยรถทัวร์ และด้านในก็มีผู้คนมาเยือนอย่างล้นหลาม

พวกเราเดินทางต่อไปยังเมือง Hikone เพื่อเข้าชมปราสาท Hikone ปราสาทที่บอกได้ว่าถ้าใครคิดจะบุกล่ะก็ “ยาก!” เพราะเต็มไปด้วยกับดัก ตั้งแต่ทางขึ้นที่ยาก ซับซ้อน ไกล สูงชัน คดเคี้ยว (มีทุกรูปแบบ) แถมระหว่างทางก็มีช่องให้สำหรับฝ่ายเจ้าของปราสาทสามารถโจมตีผู้บุกรุกได้ตลอด แค่ขึ้นก็เหนื่อยแล้ว ต้องมาคอยหลบการโจมตีอีก…

และดินเนอร์ของวันนี้กันต่อที่ร้าน Sennaritei Kyara ได้ทานเนื้อโอมิ อันเลิศรส ที่มาแบบฟูลคอร์สเลย ทั้งสเต็ก, ซาชิมิ, ซูชิ รวมถึงข้าวโอมิ ของที่ร้านนี้ก็อร่อยมากๆ จนอยากให้ชาวไทยได้ลิ้มลองกันจริงๆ นะ

ก่อนจะเดินทางกลับด้วยรถไฟ Shinkansen ไปยัง Tokyo แต่ก่อนจะเดินทางกลับก็ได้พบกับของแรร์ นั่นก็คือรถแท็กซี่ Chihayafuru ที่มีอยู่เพียงไม่กี่คันเท่านั้น!

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561

วันนี้พวกเรามารวมตัวกันที่สถานี Shin-Nakano โดยในวันนี้พวกเราได้มีโอกาสพิเศษในการเยี่ยมชมสตูดิโอ Mad House ที่มีผลงานอนิเมะดังๆ เช่น One Punch Man, No Game No Life, Overlord และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงอนิเมะของ Chihayafuru และพวกเราได้ร่วมสัมภาษณ์คุณ Asaka Morio ผู้กำกับอนิเมะ Chihayafuru ทั้ง 3 ซีซั่น โดยเพื่อนๆ สามารถติดตามบทสัมภาษณ์แบบจัดเต็มได้ ที่นี่เลยจ้า

จบการเดินทางกันไปอีกหนึ่งทริป สำหรับในครั้งนี้เรียกได้ว่ามีเรื่องที่น่าจดจำมากมาย ทั้งการแข่งขันคารุตะ แบบจริงๆ จังๆ ในศาลเจ้าโอมิ ซึ่งเป็นการแข่งระดับประเทศ รวมไปถึงบรรยากาศของเมืองโอตสึ