อยากทำงานที่ญี่ปุ่นเตรียมเอาไว้ นายกประกาศใกล้ได้ฤกษ์อ้าแขนรับเข้าทำงานในประเทศ พร้อมครอบครัวเข้าอยู่ได้ถาวรสวัสดิการพร้อม

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แหล่งข่าวกล่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าใน 5 ปีนับแต่เดือนเมาายนเป็นต้นไป จำนวนผู้ใช้แรงงานจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 260,000 ไปจนถึง 340,000 คน จากการแก้ไขข้อกฎหมายการควบคุมคนเข้าเมือง โดยมุ่งไปถึงภาวะการขาดแคลนแรงงานในประเทศ ที่ยังเป็นปัญหาร้ายแรงของประเทศอยู่ในขณะนี้

การประมาณการครั้งนี้ทำให้เกิดการวิจารณ์อย่างไม่เป็นทางการขึ้นในฝ่ายค้าน ในประเด็นการเร่งจัดการเพื่อออกพระราชบัญญัติโดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เช่น การจัดสรรจำนวนคนงานให้เหมาะสมกับความต้องการในแต่ละพื้นที่

การหารือเกี่ยวกับการออก พรบ. โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีขึ้นในวันเดียวกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี อาเบะ ชินโซ ได้กล่าวว่ารัฐบาลจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ “ในเร็ว ๆ นี้”

ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว รัฐบาลคาดว่าในช่วง 5 ปี ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะขยายตัวขึ้นจาก 1,300,000 คน เป็น 1,350,000 คน แต่ในขณะเดียวกันก็คาดว่าในเดือนเมษายนปีหน้าเพียงอย่างเดียว จะมีจำนวนแรงงานชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นราว 33,000 – 47,000 คน เพื่อชดเชยการขาดแคลนแรงงานที่มีอยู่มากกว่า 60,000 คน

รัฐบาลคาดว่าจะออกโครงสร้างรูปแบบของการจัดระเบียบ ในวันพุธที่จะถึงนี้

อาเบะยังกล่าวอีกว่า ตัวโครงสร้างนั้น “ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา” แต่ในการคาดการณ์นั้นจะคำนึงถึงเพดานของจำนวนแรงงานต่างชาติที่สามารถรับได้ ภายใต้ระบบใหม่ เว้นแต่จะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงอะไรเกิดขึ้นกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลตั้งเป้าที่จะผ่านร่าง พรบ. ในช่วงที่ยังเป็นรัฐบาลอยู่ จนถึงช่วง 10 ธันวาคม โดยจะมีการประกาศการดำเนินการรูปแบบใหม่ ในเดือนเมษายนปีหน้า

ร่าง พรบ. นี้จะบัญญัติเกี่ยวกับการมี VISA แบบใหม่สำหรับแรงงานต่างชาติ ที่เอื้ออำนวยให้สามารถประกอบอาชีพในงานที่กำลังขาดแรงงานอย่างรุนแรงได้ เช่นงานก่อสร้าง งานเกษตรกรรม ไปจนถึงงานสาธารณสุข

ระบบดังกล่าว จะมีเงื่อนไขที่สามารถเป็นใบเบิกทางให้กับแรงงานชาวต่างชาติได้เข้าพักอาศัยในญี่ปุ่นอย่างถาวร ซึ่งยังมีข้อพิพาทบางประการในเรื่องนี้ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายของญี่ปุ่นในระดับมหภาค ที่เคยจำกัดเรื่องการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ

นายกอาเบะ ในฐานะรัฐบาลได้ย้ำว่าระบบใหม่นั้นมีความแตกต่างกับนโยบายตรวจคนเข้าเมือง ว่าเป็นแนวคิดในการรักษาผลิตภาพของประเทศเอาไว้ โดยการรับแรงงานต่างชาติ และครอบครัวเข้ามาพักอาศัยอย่างไม่จำกัดจำนวน

โดยปกติญี่ปุ่นเน้นความต้องการแรงงานต่างชาติที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านกายแพทย์และกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันยังมีแรงงานทางด้านนี้ไม่เยอะนัก แต่แรงงานด้านอื่น ๆ ก็กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ด้วยปัญหาสังคมผู้สูงอายุ และอัตราการเกิดที่ต่ำลง

เหล่านักวิจารณ์ได้ถกเถียงกันในเรื่องของการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมาย โดยปราศจากการเตรียมการในด้านการป้องกันความปลอดภัยในสังคม และระบบการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น

พวกเขาเป็นกังวลว่าหากจำนวนประชากรในประเทศมีการขยายตัวสูงขึ้น ก็จะทำให้ต้นทุนการรักษาความปลอดภัยสูงตามไปด้วย ซึ่งนายกอาเบะได้ชี้แจงถึงความเหมาะสมในการใช้ร่างกฎหมายและประโยชน์จากระบบสวัสดิการด้านสุขภาพก่อน จึงจะดำเนินการต่อไปได้

ในขณะนี้ ไม่เพียงแค่แรงงานชาวต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นที่ได้รับสวัสดิการด้านสุขภาพ ทางรัฐบาลจะมอบสิทธิในการรักษาพยาบาล และประกันชีวิตในด้านของสุขภาพเท่าเทียมกันกับแรงงานที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่น แม้พวกเขาจะทำงานอยู่ยังต่างประเทศก็ตาม แต่เหล่านักวิจารณ์เชื่อว่าการครอบคลุมสิทธิประโยชน์นี้อาจจำกัดให้แคบลงในอนาคต เนื่องจากต้นทุนการรักษานั้นมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น

และในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แรงงานชาวต่างชาติมีจำนวนสูงถึง 1,280,000 คน ซึ่งนับเป็น 2 เท่าของจำนวนแรงงานชาวต่างชาติในปี 2012 ถึง 680,000 คน ตามที่กระทรวงสาธารณะสุข แรงงานและสวัสดิการได้บันทึกไว้ รองลงมาคือสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีอัตราแรงงานชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นสูงรวม 370,000 คน ตามมาด้วยเวียตนามและฟิลิปปินส์

Source: JapanToday