เมื่อข้อสอบกลายเป็นประเด็นขึ้นมา จนทำให้เหล่าคณาจารย์ต้องออกมาขอโทษนักเรียน

หลายครั้งแล้วที่ ธงอาทิตย์อุทัย กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งในเอเชีย ธงพื้นขาวพร้อมลายวงกลมขนาดใหญ่สีแดงตรงกลาง ที่สื่อถึงดวงอาทิตย์ ประดับด้วยแถบสีแดงหลายเส้นจากกลางจุดสีแดงจนถึงขอบธงทุกด้าน นั่นคือธงอาทิตย์อุทัยที่เคยถูกใช้โดยจักวรรดิ์ญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งสำหรับบางประเทศอย่างเกาหลี และจีน ธงนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ และความรุนแรง

ธงชาติพื้นฐานของญี่ปุ่นธงอาทิตย์อุทัย ที่เคยใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

แม้แต่ทุกวันนี้ การที่ศิลปินนำเอาธงอาทิตย์อุทัยมาใช้ประกอบการแสดงโดยบังเอิญ จนทำให้แฟนผลงานในต่างประเทศอึ้งไปถ้วนหน้า รวมไปถึงการแสดงออกในทำนองที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการแสดงความเคารพนับถือธงอาทิตย์อุทัย ก็กลายเป็นดราม่าจนตัวศิลปินต้องออกมาขอโทษต่อสังคม ดังนั้นโดยปกติแล้วหลายคนจึงพยายามเลี่ยงไม่นำธงลายนี้มาใช้ ทว่า อาจารย์สอนชั้นมัธยมต้นท่านหนึ่ง ด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่เขาได้ใช้ธงอาทิตย์อุทัยนี้ กับข้อสอบวิชาภูมิศาสตร์ของนักเรียน

สิ่งที่แย่กว่านั้นคือยังมีการเพิ่มสโลแกนลงไปกลางภาพว่า “ให้โลกได้เห็น! ความเด็ดเดี่ยวของคนญี่ปุ่น” (世界に見せたれ! 日本人のど根性) ซึ่งภาพดังกล่างปรากฎอยู่บนมุมว่าง ๆ ของกระดาษข้อสอบ เป็นไปได้ว่าครูหนุ่ม ในช่วงวัย 20 รายนี้อาจมีเจตนาเพียงแค่อยากจะให้กำลังใจเด็ก ๆ จึงได้เข้ากูเกิลหารูปสร้างแรงบันดาลใจมาแปะ โดยที่ไม่ได้ทำการศึกษาความหมาย หรือการถูกใช้งานในอดีตของมันให้ชัดเจนเสียก่อน

กระดาษข้อสอบดังกล่าวถูกแจกให้กับนักเรียนชั้น ม.1 กว่า 95 คน และเมื่อถูกเก็บกลับคืนมาเพื่อตรวจคำตอบและให้คะแนนเด็ก ๆ คุณครูอีกท่านหนึ่งได้สังเกตเห็นรูปภาพดังกล่าวบนกระดาษข้อสอบ และได้แจ้งให้ครูใหญ่ทราบ เมื่อครูใหญ่ลงความเห็นว่าไม่เหมาะสม ครูผู้ออกข้อสอบ และครูอีกท่านที่รับผิดชอบร่วมกันจึงถูกตำหนิ และให้ไปขอโทษกับนักเรียนผู้เข้าสอบ ในความไม่สะดวก หรือไม่สบายใจเมื่อเห็นรูปภาพเจ้าปัญหาดังกล่าวในขณะทำข้อสอบ

อาจารย์ใหญ่ได้ให้ข้อมูลว่าคุณครูคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้ภาพและสโลแกนนั้นเพื่อหวังผลทางการเมือง และยังบอกอีกด้วยว่าในตัวของธงอาทิตย์อุทัยนั้น สำหรับแต่ละคนแล้วมีความหมายไม่เหมือนกัน และตัดสินใจที่จะแก้ปัญหา ด้วยการเอารูปภาพนั้นออกไป เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อนักเรียน

เมื่อชาวเน็ตญี่ปุ่นได้รับรู้เรื่องราวนี้ ก็มีความเห็นหลากหลาย เช่น

“แล้วมันมีปัญหาตรงไหน?”
“ที่ครูคนนี้เขากล้าทำ ก็เพราะอาเบะมันกำลังเอาธงนี้โบกไปทั่ว แถมยังอวยพระราชกำหนดการศึกษาของจักรวรรดิ์นั่นแหละ”
“แทนที่จะขอโทษ ไปสอนให้นักเรียนรู้จักที่มาของธง และเหตุผลที่มันยังคงถูกใช้ในทางการทหายอยู่จนทุกวันนี้ดีไหม”
“นึกไม่ออกเลยว่าเรื่องนี้มันผิดยังไง”
“ถ้าธงอาทิตย์อุทัยมันไม่ผิดกฎหมาย เขาจะใช้ก็เรื่องของเขาสิ”
“เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่รูปภาพทางการเมืองงั้นเหรอ? อะไรน่ะ? เป็นครูสอนสังคมเสียเปล่าแต่ไม่รู้จักความหมายของธงนี้? ไม่โดนไล่ออกได้ยังไงนะ?”
“นี่คือญี่ปุ่น ทำไมเราจะต้องถูกเหมารวมลดตัวไปเหมือนพวกเกาหลีด้วย”

จากเหตุการณ์นี้ ต่อให้คุณครูจะใช้ภาพและสโลแกนด้วยเหตุผลทางการเมือง การตัดสินใจของครูใหญ่ที่รู้จักการมองในภาพรวมโดยไม่ทิ้งคนกลุ่มน้อยนั้น เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากในเรื่องนี้ เพราะเป็นแนวคิดที่หาได้ยากในสังคมญี่ปุ่น จากที่ญี่ปุ่นเคยมีบทบาทสำคัญในสงครามโลกครั้งที่สอง การโกรธเมื่อมีใครมาชี้โบ๊ชี้เบ๊ว่าญี่ปุ่นจะต้องรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้เมื่อเห็นธงอาทิตย์อุทัย ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ครูใหญ่กลับเลือกที่จะปล่อยให้แต่ละคนตัดสินความหมายของธงนี้กันเอาเองแบบเปิดกว้าง คงจะเรียกได้ว่าเรื่องนี้ดำเนินไปในทางที่สมควรของมันแล้วล่ะมั้ง?

แต่คอมเมนต์ที่บอกว่า “ไม่เห็นเป็นปัญหาตรงไหน” นี่ ค่อนข้างบอกได้ชัดเจนว่าการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศในย่านนั้น คงจะเป็นถนนสายยาวที่ยังมองไม่เห็นจุดปลายทางอย่างที่หลายคนหวังไว้

Source: Kyoto Shimbun via SoraNews24
Top Image: Irasutoya