เริ่มตั้งแต่ศิลปะร่วมสมัย ไปจนถึงวัดวาอาราม กับสถานที่ทั้ง 9 แห่งนี้ ที่เว็บไซต์ท่องเที่ยวขอแนะนำให้ไปถ่ายรูปกัน

ว่ากันว่าคนญี่ปุ่นนั้นชอบการท่องเที่ยว และการถ่ายรูป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บัญชีในโซเชียลมีเดียของพวกเขาจะเต็มไปด้วยภาพทิวทัศน์สวยงามอันมาจากการท่องเที่ยวเหล่านี้ แน่นอนว่าด้วยความได้เปรียบที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ อยู่เต็มประเทศแบบนี้ สายกล้องหากได้ไปแล้วคงแทบไม่อยากกลับบ้านเลยเป็นแน่แท้ และทางเว็บไซต์ Snaplace ก็ได้นำเอาสถานที่ทอ่เงที่ยวเหล่านี้มาจัดอันดับ ประชันความน่าไปถ่ายรูป มาให้เราได้ชมกัน

การจัดอันดับดังกล่าวอาศัยข้อมูลจากการสำรวจในปี 2018 ฉะนั้นในวันข้างหน้าถัดไป อาจมีความเปลี่ยนแปลงได้

จุดที่ 9 – สวนโยโรเท็นเม ฮันเทนฉิ (養老天命反転地) จังหวัดกิฟุ

หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดินแดนแห่งการพลิกโชคชะตา” ที่สวนโยโรเท็นเม ฮันเทนฉิ นี้ เป็นสวนศิลปะขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาปนิก Arakawa Shusaku และนักกวี Madeline Gins สวนที่เต็มไปด้วยอาคารก่อสร้างและพืชพรรณนี้ ถูกให้คำนิยามว่าเป็น “สวนที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่จะทำให้คุณหลงทาง และลืมบาลานซ์ในการยืนไปเลย”

จุดที่ 8 – ศาลเจ้าซังโค อินาริ (三光稲荷神社) จังหวัดไอจิ

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทอินุยามะ ภายนอกอาจดูไม่มีอะไร เหมือนศาลเจ้าชินโตทั่วไป มีโทริอิยาว ๆ แต่…

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้มีแผ่นป้ายเอมะ ในแบบที่ไม่เหมือนกับศาลเจ้าแห่งอื่นที่ทำเป็นรูปทรงห้าเหลี่ยม แต่ที่นี่ทำเป็นรูปทรงหัวใจสีชมพู เพราะเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในการให้พรเรื่องความรักนั่นเอง

จุดที่ 7 – เกาะซารุ (猿島) จังหวัดคานางาวะ

ข่าวร้ายสำหรับสถานที่แห่งนี้ อย่างแรกคือถึงชื่อจะบอกว่าเป็นเกาะลิง แต่ก็ไม่มีลิงสักตัวให้พบในสถานที่แห่งนี้ แต่สิ่งที่จะได้พบ คือสิ่งก่อสร้างสวยงามที่ปกคลุมไปด้วยธรรมชาติที่ทวงคืนพื้นที่เข้ามาตามกาลเวลา ในบางมุมก็แอบดูสยองขวัญ เพราะเกาะซารุเคยเป็นฐานทัพเก่านั่นเอง

กระนั้น ทางผู้ดูแลก็ยังมีการจัดเตรียมฉากแบ็คดรอปเอาไว้ให้ถ่ายรูปกัน ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากโตเกียว ทำให้สามารถเที่ยวแบบวันเดียวกลับได้ แถมยังเคยถูกใช้เป็นฉากหลังในภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังอย่าง “Tenkuu no Shiro Laputa” ของ Studio Ghibli อีกด้วย

View this post on Instagram

"Passage Cutting (fortress site)" on "Sarushima Island (monkey island)". Barracks and ammunitions still remain along this cutting. "Sarushima Island" was used as a battery by the Tokugawa shogunate during the Edo period (1600–1868), and after the Meiji Restoration in 1868, the island was developed as the Yokosuka Navy Yard. The highest part of the island is still surrounded by a stone wall from the pre-war period, and features the remains of red brick barracks and a gunpowder magazine. http://www.cocoyoko.net.e.rb.hp.transer.com/spot/sarushima.html ・ ・ 「猿島」の「切り通し(要塞跡)」。この切り通し沿いには兵舎や弾薬庫などがそのまま残っています。「猿島」は東京湾に浮かぶ唯一の無人島で、1847年(弘化4年)に江戸幕府によって国内初の台場が築造され、明治時代に入ると東京湾要塞の猿島砲台が築造されたところ。レンガ積みのトンネルや砲台跡など、今もなお島内には台場・要塞時代の建造物が残っています。 https://www.tryangle-web.com/sarushima.html Sep 26 2017 #神奈川 #横須賀 #yokosuka #kanagawa #無人島 #uninhabitedisland #uninhabited #猿島 #sarushima #sarushimaisland #monkeyisland #旅行好きな人と繋がりたい #japan #japantrip #関東おでかけスポット #travellover #神奈川おでかけ #横須賀観光 #tokyoexcursion #visityokosuka #從東京短途旅行 #神奈川旅遊 #神奈川旅行 #battery #redbrick #gunpowdermagazine #レンガ積み #要塞 #海水浴場 #onedaytripfromtokyo

A post shared by @ travelrtw0427 on

จุดที่ 6 – พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21 เมืองคานาซาวะ (噂の21世紀美術館) จังหวัดอิชิคาวะ

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะที่ขึ้นชื่อระดับตัวท็อปของเมืองคานาซาวะ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ว่าประตูทางเข้าของพิพิธภัณฑ์นั้นไม่มี ทำให้ผู้ชมสามารถเข้ามาจากที่ไหนก็ได้ เพื่อพบกับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน อย่างเช่นในรูป ที่ผู้ชมจากอีกฝั่งหนึ่งของสระน้ำ กลายเป็นงานศิลปะให้ผู้ชมจากอีกฝั่งนึงมองดูได้ เป็นต้น

จุดที่ 5 – เกาะซาคุ (佐久島) จังหวัดไอจิ

View this post on Instagram

. #佐久島 #イーストハウス #夕焼け #f4f #l4l

A post shared by tora (@felidae_official) on

ไม่ไกลจากโตเกียว เช่นเดียวกับเกาะซารุที่เราเพิ่งกล่าวถึงกันไปเมื่อครู่ เกาะซาคุเองก็เป็นอีกจุดท่องเที่ยวยอดนิยมหากมาถึงนาโกยะ ซึ่งแทนที่จะมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่เหมือนข้อก่อนหน้า แต่กลับเต็มไปด้วยงานศิลปะริมชายหาด นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานปั่นชมสถานที่เหล่านี้ไปตลอดริมอ่าวมิคาวะ ในยามอาทิตย์อัสดงได้

จุดที่ 4 – ลา คอลลินา โอมิฮาจิมัง (ラコリーナ近江八幡) จังหวัดชิกะ

นี่อาจจะเป็นร้านเบเกอรี่ที่ดูมีสีสันที่สุดในโลกแล้วก็ว่าได้ ที่ ลา คอลลินา นั้นตกแต่งทั้งตัวร้านและพื้นที่โดยรอบให้เหมือนฟาร์มขนาดใหญ่ มีทางเดินแนวตรงก่อนจะเข้าถึงตัวร้าน แม้แต่หลังคาเองก็คลุมด้วยพืช ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเที่ยวเก็บภาพแนวคันทรี่

จุดที่ 3 – ป้าย บี โกเบ (BEKOBE) จังหวัดเฮียวโกะ

ไม่อยากเชื่อว่าเพียงแค่นำเอาตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่มาเรียงกัน ก็ทำให้เป็นงานศิลปะที่ดูโดดเด่นได้ ป้ายแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ริมชายฝั่ง และกลายเป็นแลนด์มาร์คยอดฮิตที่พอถ่ายรูปแล้วไม่ต้องถามซ้ำเลยว่า “เฮ้ยแกร รูปนี้ถ่ายมาจากไหนอ่ะ?”

จุดที่ 2 – ศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะ (川越氷川神社) จังหวัดไซตามะ

View this post on Instagram

なんか私の顔ばっかり並んでてごめんなさい🙇‍♀️💦💦 誰得www たまに特別なお出かけの時だけ自分の写真たくさん載せるので我慢してください😂 下駄の余り様よ… レンタルの時に「足何センチ?」って聞かれて「22センチです」って、そんな下駄無いよw 伸びてない新しいのをお借りしました✨しかもラベンダーで可愛い💜 12月なのでオプションの羽織もレンタルしました。 でも結構暖かい日で良かった☀️ 今日なんか寒いもんね😵❄️ #川越 #川越氷川神社 #神社巡り #着物女子 #着物レンタル #レンタル着物 #タビジョ

A post shared by 🍓さゆみ🦄 (@sayumi219) on

โดยปกติแล้วจังหวัดไซตามะมักจะขึ้นไปอยู่ในตารางจังหวัดที่มีที่เที่ยวยอดฮิตน้อยที่สุดในญี่ปุ่นอยู่เสมอ แต่กับศาลเจ้าแห่งนี้ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการอวยพรด้านความรักแก่ผู้ที่มาเยือน ก็ทำให้เหล่าคนโสดพากันไปหาหนทางแห่งรักกันที่นี่ ไม่สิ ไปสัมผัสบรรยากาศสงบ ๆ ลมเย็น ๆ พัดกระดิ่งที่แขวนอยู่เรียงรายในอุโมงค์ ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งไหวไปตามสายลม

จุดที่ 1 – วัดยาซากะ โคชิน (八坂庚申堂) จังหวัดเกียวโต

View this post on Instagram

#八坂庚申堂 #人力車のお兄さんイケメン

A post shared by れいな (@radyameria) on

มาถึงจุดสุดท้ายของตารางนี้ กับวัดที่มีสีสันฉูดฉาดฟรุ้งฟริ้งไม่เหมือนวัดอื่น ๆ ในเกียวโตด้วยกัน อย่างในภาพคือกระดานขอพรของวัดแห่งนี้ ที่เต็มไปด้วยลูกบอลผ้าหลากสี ที่เขียนคำอธิษฐานของผู้คนที่ผ่านไปมาเอาไว้

ตัวลูกบอลนั้นแทนความหมายถึงลิงที่เฝ้ามองหาความสำราญ แต่กลับถูกมัดขาเอาไว้ การเขียนขอพรลงบนลูกบอลและแขวนเอาไว้นอกวัด คือการปลดปล่อยลิงเหล่านั้นออกมาให้พรกับคนที่ปลดปล่อยพวกมัน

หากอิงตามความสะดวกเป็นที่ตั้ง แน่นอนว่าวัดแห่งนี้จะต้องเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายรูป เพราะนอกจากสถานที่จะแนวแล้ว ยังเข้ากันดีกับชุดกิโมโนหลากสีอีกด้วย

Source: Snaplace
Featured image: Instagram/racherryx