สิ้นสุดกันไปแล้วสำหรับปี 2018 ที่ก็มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น ที่เกี่ยวกับวงการการ์ตูน เกม อนิเมะ เพลง ที่ได้เกิดขึ้นในปี 2018 ซึ่งเพื่อนๆ หลายคนก็น่าจะได้เห็นผ่านตากันไปบ้างแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อาจจะพลาดไป หรือนึกไม่ออกเพราะหลายเรื่องจริงๆ ทีมงาน Akibatan ก็เลยจะขอคัดเอาเรื่องดี เรื่องเด็ด ที่เป็นกระแสในปี 2018 มารวมไว้ให้ได้ชมกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย!

เรื่องที่ 1 – 2018 ปีสุดท้ายของยุคเฮเซย์

เรื่องนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับวงการการ์ตูน เกม อนิเมะ โดยตรง แต่ใครที่ติดตามวงการนี้มา ก็น่าจะคุ้นเคยกับยุคต่างๆ ของญี่ปุ่น อย่างยุคโชวะ และเฮเซย์ ที่มักถูกใช้เรียกแบ่งยุคของอนิเมะ หรือภาพยนตร์ของญี่ปุ่นมาอยู่บ้าง โดยในปี 2018 นั้น สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว น่าจะเป็นปีที่ชาวญี่ปุ่นต้องจดจำ เพราะว่าจะเป็นปีสุดท้ายของยุคเฮเซย์นั่นเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งประเทศญี่ปุ่น ในพระชนมพรรษา 84 พรรษา ได้ประกาศสละราชบัลลังก์ในวันที่ 30 เมษายน 2019 นี้ เนื่องจากพระชนมายุสูง และสุขภาพพระวรกายที่ไม่เอื้อต่อการประกอบพระราชกรณียกิจ จึงทำให้ยุคสมัยเฮเซย์จะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

สำหรับใครที่ไม่ทราบว่ายุคเฮเซย์คืออะไร ญี่ปุ่นจะมีการจัดปฏิทินตามรัชสมัยของจักรพรรดิ ซึ่งยุคเฮเซย์ถูกนับตั้งแต่จักรวรรดิอากิฮิโตะเริ่มครองราชย์เมื่อวันที่ 8 มกราคม 1989 หลังจากการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิฮิโรฮิโต ซึ่งนับเป็นยุคโชวะนั่นเอง

คำว่าเฮเซย์ (平成) แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ร่มเย็นทั่วผืนแผ่นดิน” ส่วนชื่อของยุคสมัยถัดไปจะมีชื่อว่าอะไรนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคนกำลังรอคอยคำตอบ

เรื่องที่ 2 – One Piece มังงะตัวแทนแห่งยุคเฮเซย์

ไหนๆ พูดถึงยุคสมัยของญี่ปุ่นที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เมื่อมาดูทางฝั่งการ์ตูน ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในมังงะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งยุคเรื่องหนึ่งนั้น ก็ต้องมีเรื่อง One Piece ของอาจารย์ Oda Eiichiro รวมอยู่ด้วยแน่นอน ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน จะมีออกมากันอีกกี่เล่ม แฟนๆ ก็ยังรอติดตาม และให้การตอบรับที่ดีอย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงในต่างประเทศอีกหลายๆ ประเทศ และรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

ซึ่งชาวญี่ปุ่นเองก็น่าจะเห็นเป็นเช่นนั้น เพราะจากผลโหวตของผู้อ่าน e-book ในแพลตฟอร์ม Book Live! จำนวนมากถึง 5,653 คน ได้โหวตให้ One Piece เป็นมังงะตัวแทนแห่งยุคเฮเซย์ โดยผู้โหวตได้ให้ความเห็นว่า “เป็นมังงะที่คนไม่เคยอ่านก็รู้จัก” และ “มังงะของเด็กที่ผู้ใหญ่ก็เข้าถึง”

โดยถึงจะเป็นผลการโหวตจากเพียงแพลตฟอร์มเดียว แต่เชื่อเถอะว่านี่คือมังงะแห่งยุคเฮเซย์ของจริง  ในแบบที่เดินไปถามใครที่ไหนต้องมีคนที่รู้จัก ถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะไม่เคยอ่านมังงะเรื่องนี้มาก่อนเลยก็ตาม

เรื่องที่ 3 – กระแส Virtual Idol มาแรง Hatsune Miku ถูกใส่ลงในตำราเรียนประวัติศาสตร์

ถ้าให้พูดถึง Hatsune Miku ซึ่งเป็น Virtual Idol ที่รู้จักกันดี จากโปรแกรมสังเคราะห์เสียง Vocaloid ในปี 2007 ที่ในบ้านเราพักหลังอาจจะไม่ได้มีการพูดถึงในวงกว้างนัก แต่ในประเทศญี่ปุ่นเองนั้น  กระแสของความเป็น Virtual Idol หรือ Vocaloid Idol ไม่ได้เสื่อมคลาย และมีการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง จนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นไปแล้ว ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมา สำหรับแฟนๆ ของ Hatsune Miku ก็มีเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง  เมื่อเรื่องราวของเธอได้ถูกบรรจุลงในหนังสือเรียนประวัตศาสตร์สำหรับชั้นมัธยมเป็นที่เรียบร้อย

โดยในหนังสือได้อธิบายถึง Vocaloid Idol เอาไว้ว่า “นักร้องเสมือนจริงในระดับสากล” พร้อมพูดถึงต้นกำเนิดของ Hatsune Miku จากซอฟต์แวร์เมื่อปี 2007 สู่ความสำเร็จมากมาย โดยติดอับดับที่ 8 ของนิตยสาร TIME ในหมวด “15 ตัวละครสมมติที่มีอิทธิพลในปี 2014”

และตามที่ได้กล่าวว่า Virtual Idol นั้นมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เอาแค่เรื่องโปรแกรมสังเคราะห์เสียง ก็มีการใช้ A.I. เข้ามาช่วยทำให้เสียงสมจริง เหมือนกับเสียงของมนุษย์มากยิ่งขึ้น จนแทบจะแยกไม่ออกแล้ว ส่วนตัวของ Idol นอกจาก Hatsune Miku ที่เราพอจะคุ้นกันดีแล้ว ในปี 2018 ก็มี Virtual Idol น้องใหม่แจ้งเกิดในวงกว้าง สำหรับ Kizuna Ai ที่เริ่มต้นจากการเป็น Virtual Youtuber ใน Youtube จนได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง เกิดกระแสใหม่ๆ ของการเป็น Virtual Youtuber ในญี่ปุ่น ถึงขั้นที่เธอได้มีคอนเสิร์ตของตัวเอง จนถึงเป็นฑูติการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นกันเลย ซึ่งกระแส Virtual Youtuber น่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของญี่ปุ่น ที่มาแรงไม่เบาเลยล่ะ

เรื่องที่ 4 – การกลับมาอีกครั้งของ Gridman ถูกใจแฟนๆ ยิ่งนัก!? ผสมกับกระแสการห้ามหากำไรจากสินค้า Fan Made โดยทางต้นสังกัด Tsuburaya ที่ทำให้เกิดการตระหนักและตั้งคำถามเกี่ยวกับขอบเขตของลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวาง

การกลับมาอีกครั้งของซีรี่ส์โทคุซัทสึของ Tsuburaya ในอดีตอย่าง Gridman ในรูปแบบของอนิเมะที่ใช้ชื่อว่า SSSS.Gridman ที่ยังคงความเป็นซีรี่ส์แอคชั่นแปลงร่างเหมือนเดิม แต่ว่าด้วยองค์ประกอบทันสมัยใหม่ๆ โดยเฉพาะสาวๆ ในเรื่องนี้ ที่ต้องบอกว่าร้อนแรงเหลือเกิน จนหลายคนอาจจะมองข้ามความเป็นอนิเมะแอคชั่นไปเลยทีเดียว…

แน่นอนว่าสมัยนี้เรื่องไหนดัง และยิ่งเป็นเรื่องที่มีสาวๆ โดนใจแฟนๆ ด้วยแล้วล่ะก็  เป็นธรรมดาที่บรรดาแฟนๆ นักวาด จะวาดแฟนอาร์ตและโดจินออกมากันมากมาย โดยเฉพาะสาย 18+ ซึ่งก็มีมากมายเสียจนเกิดประเด็นที่ทาง Tsuburaya ออกมาเตือนถึงคนที่จะทำสินค้า หรือวาดภาพเพื่อหารายได้จาก SSSS.Gridman และเป็นที่ถกเถียงกันไปจนถึงขั้นว่าทาง Tsuburaya ห้ามแฟนๆ วาดแฟนอาร์ตของเรื่องนี้เลยทีเดียว แต่สุดท้ายน่าจะเป็นความเข้าใจผิดอยู่บ้าง โดยทาง Tsuburaya เอง ก็ได้ออกมาตอบข้อสงสัยต่างๆ ที่สุดท้ายแล้วแฟนๆ ก็ยังสามารถวาดแฟนอาร์ตจาก SSSS.Gridman ได้ตามปกติ เพราะแม้ทาง Tsuburaya แม้จะมีกฏออกมา แต่ทางบริษัทก็ไม่ได้ซีเรียสกับการโปรโมทผ่านทางแฟน ๆ ที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร

แต่ถ้าใครอยากสนับสนุนสินค้าจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เขาก็มีหมอนนอนกอดลายสาวๆ ด้วยเหมือนกันนะ

เรื่องที่ 5 – ความน่ารักแห่งปี 2018 ยกให้น้องเกล็ดเลือด

ถ้าพูดถึงความน่ารักในปี 2018 ต้องยกให้เธอคนนี้เลย กับน้องเกล็ดเลือดจาก เซลล์ขยันพันธุ์เดือด (Hataraku Saibou) ที่กระแสตอบรับตอนอนิเมะเข้าฉายดีเอามากๆ จนทำเอาใครต่อใคร ต่างหลงรัก (เกล็ดเลือดในร่างกาย) ไปตามๆ กัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องในปี 2018 ที่ได้รับการพูดถึงอย่างมาก ทั้งในกลุ่มนักวาดเอง ที่ก็มีงานแฟนอาร์ตออกมาไม่น้อย หรือจะเป็นคอสเพลเยอร์ที่ออกมาคอสเป็นน้องเกล็ดเลือดกันไม่น้อย

จากการที่ได้เห็นแฟนๆ นักวาด หลายคนออกมาวาดภาพแฟนอาร์ต หรือคอสเพลเยอร์แต่งเป็นน้องเกล็ดเลือดอยู่หลายคน ซึ่งจากข่าวคราว และจากโพลที่เราได้เห็นก็เป็นการยืนยันได้เลยว่า เธอเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ได้รับความนิยมในปี 2018

ซึ่งจากโพลโดยชาวญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ยืนยันความนิยมในตัวน้องเกล็ดเลือดได้อย่างดี เมื่อเธอถูกโหวตจากแฟนๆ จำนวน 10,000 คน ให้เธอเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์แห่งปีไปเรียบร้อย

เรื่องที่ 6 – เมื่อ Bowser คู่แค้น Mario กลายเป็นเจ้าหญิงสุดเซ็กซี่ วงการนักวาดทั้งโลกก็ลุกเป็นไฟ!

มาถึงเรื่องที่น่าจะร้อนที่สุดแล้วในวงการนักวาดในปี 2018 จากจุดเริ่มต้นคือตัวอย่างของเกม New Super Mario Bros U Deluxe บนเครื่อง Nintendo Switch ที่เผยไอเทมพิเศษชื่อว่า Toadette เป็นมงกฏซึ่งสวมแล้ว จะแปลงร่างหน้าตาเหมือนเจ้าหญิง Peach และมีชื่อว่า Peachette แทน

ซึ่งนั่นก็ก่อเกิดเป็นไอเดียของสมาชิก Twitter นามว่า @ayyk92 ที่นำเอาฉากจบของ Super Mario Odyssey มาวาดล้อ โดยเนื้อหาคือ ท้ายที่สุดทั้ง Mario และ Bowser ต่างถูกเจ้าหญิง Peach ปฏิเสธความรัก แต่แล้ว Bowser ได้หยิบมงกุฎเปลี่ยนร่าง และกลายร่างเป็นเจ้าหญิงแสนสวยสุดเซ็กซี่ออกเดทกับ Mario แทน!!

โดยมีการตั้งชื่อเล่น ๆ ว่า Bowsette แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันคือ มันถูกใจหลาย ๆ คนมาก ด้วยความสวย น่ารัก และดูเซ็กซี่ และทำให้นักวาดในโลกอินเตอร์เน็ตทั่วโลก หันมาวาดแฟนอาร์ตของ Bowsette หรือ Bowser ในร่างเจ้าหญิงคนนี้กันยกใหญ่ ไปจนถึงการคอสเพลย์ของเหล่าเลเยอร์ต่างๆ อีกมากมาย โดยอีกตัวละครที่ได้รับความนิยมจากไอเดียเดียวกันนั้น ก็เหมือนจะเป็นน้องผี Booette จากเกม Mario ด้วยนั่นเอง

เรื่องที่ 7 – ผลสำรวจเผย อุตสาหกรรมผลิตอนิเมะญี่ปุ่นสร้างรายได้สูงกว่า 2 แสนล้านเยน ส่วนใหญ่มาจากการขายลิขสิทธิ์!

หลายครั้งที่เรานำเสนอข่าวในมุมการทำงานสายอนิเมะว่าไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด กลับจะต้องเจอกับปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องค่าแรงที่น้อย งานที่หนัก และแรงกดดันที่มาก แต่พอมองในมุมของธุรกิจแล้ว อุตสาหกรรมผลิตอนิเมะญี่ปุ่นจากตัวเลขในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ดูไม่เลวร้ายนัก

เมื่อบริษัทวิจัยการเงิน Teikoku Databank ได้สำรวจอุตสาหกรรมการผลิตอนิเมะ  และพบว่าอุตสาหกรรมส่วนนี้มีรายได้สูงถึง 2 แสนล้านเยน ในปี 2017 ซึ่งหากเทียบแบบปีต่อปี ก็นับว่าเติบโตต่อเนื่องมาเป็นปีที่สามแล้ว โดยทาง Teikoku Databank ได้เผยว่ารายได้หลักจากสตูดิโอขนาดใหญ่มาจาก Video Streaming แบบเสียเงินและรายได้จากการขายลิขสิทธิ์

ในทางตรงกันข้ามมีการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างสตูดิโอขนาดเล็ก ทำให้มีการลดต้นทุนลงแต่การทำงานเพิ่มขึ้นทั้งที่มีพนักงานน้อย จนเป็นปัญหาตามที่เราเคยนำเสนอข่าวอยู่หลายครั้ง

โดยทาง Teikoku Databank ได้รวบรวมข้อมูลจากบริษัทผลิตอนิเมะกว่า 255 บริษัท ในจำนวนนั้นมี 150 บริษัทที่ก่อตั้งหลังปี 2000 และถึงจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ด้วยรายได้เฉลี่ยของสตูดิโออนิเมะ 800 ล้านเยน จากที่เคยสูงสุดในปี 2007 ที่ทำไว้ 1,175 ล้านเยน ก็นับว่าลดลงไปแบบเห็นได้ชัดอยู่เหมือนกัน

สิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ได้นอกเหนือจากความยากลำบากของอุตสาหกรรมสายนี้แล้ว ก็คือสิ่งเดียวที่สถานภาพลูกค้าอย่างเรา ๆ จะช่วยค้ำจุนวงการนี้ให้อยู่รอดได้ ก็มีแต่เพียงการสนับสนุนลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องเพียงทางเดียวเท่านั้นครับ

เรื่องที่ 8 – รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการให้ชาวต่างชาติได้ VISA ทำงานเกี่ยวกับอนิเมะในประเทศแบบง่าย ๆ

สมัยก่อนความคิดที่อยากจะไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น อาจจะดูเป็นฝันไกลตัวของใครหลายๆ คนไปซักหน่อย แต่พอมาถึงในยุคนี้ความคิดนั้นอาจจะไม่ไกลเกินเอื้อมแบบเมื่อก่อนแล้ว และข่าวนี้ก็เป็นข่าวดีสำหรับคนที่คิดอยากไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในสายงานเกี่ยวกับอนิเมะ ที่น่าจะเป็นการเปิดโอกาสมากขึ้น จากประกาศของรัฐบาลญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม 2018 ว่าจะมีการปรับกฏเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับ Visa ให้ชาวต่างชาติมีโอกาสได้เข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาปรับกฏเกณฑ์ครั้งนี้ อาจด้วยปัญหาขาดแรงงานของญี่ปุ่น ที่มีประชากรเป็นผู้สูงอายุมากขึ้น ประกอบกับความต้องการแรงงานที่มากขึ้น ในช่วงจัดการแข่งขันโอลิมปิค 2020 ที่กำลังจะมาถึงด้วย ใครที่กำลังอยากไปศึกษาและทำงานต่อก็ลองหารายละเอียดกันดูนะ

จากมุมของผู้เขียน และหนึ่งในทีมงานที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องการใช้แรงงานที่ค่อนข้างเอารัดเอาเปรียบ และการทำงานล่วงเวลาที่ดุเดือดเหลือรับ แต่ความเป็นจริงแล้ว ก็ไม่ใช่ทุกองค์กร หรือทุกบริษัท จะเป็นไปในลักษณะนั้นเสียทั้งหมด แต่ยังมีองค์กรที่มีระบบทำงานยืดหยุ่นและเป็นกันเองไม่ต่างจากในไทยอยู่อีกหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ยังค่อนข้างเป็นปัญหาเหมือน ๆ กันก็คือเรื่องของกำแพงภาษา ที่ถ้าหากจะใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ไม่ว่าที่ใดก็ตาม คุณก็จำเป็นที่จะต้องช่ำชองในการใช้ภาษาญี่ปุ่นอยู่ดี

เรื่องที่ 9 – Miss World Japan คนล่าสุด เป็นทายาทสายตรงของซามูไรมังกรตาเดียว ดาเตะ มาซามูเนะ!?

เรื่องนี้ก็ฮือฮาไม่เบา สำหรับ Date Kanako ผู้รับตำแหน่ง Miss World Japan คนล่าสุด ซึ่งถ้าตามประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นมา ก็ต้องคุ้นเคยกับนามสกุล Date ของเธออย่างแน่นอน และครั้งนี้ไม่ใช่แค่บังเอิญนามสกุลเหมือน แต่คิดไม่ผิดเพราะเธอเป็นผู้มีเชื้อสายของ Date Masamune ยอดขุนพลชื่อดังของญี่ปุ่นในยุค Sengoku เจ้าของฉายา “มังกรตาเดียว” ผู้ปกครองญี่ปุ่นในบริเวณเซนไดในปัจจุบัน และเสียชีวิตในปี 1636

โดยลำดับตระกูลของ Date Masamune มีหลายชั่วอายุคนมาก ๆ หากนับจริง ๆ ก็มีถึง 21 รุ่น ซึ่งเธออาจจะเป็นหนึ่งใน 21 รุ่นที่แตกแขนงออกมา

นี่นับเป็นอีกหนึ่งทายาทซามูไรจากประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เช่นเดียวกับ Oda Nobunari ทายาทสายตรงของ Oda Nobunaga ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาไอซ์สเก็ตที่มีชื่อเสียงและสร้างผลงานให้กับวงการกีฬาญี่ปุ่นมากมายช่วงราว 10 ปีที่แล้ว เป็นต้นครับ

เรื่องที่ 10 – เถียงกันจนลุกเป็นไฟ เรื่องไหนเป็นอนิเมะระดับโลกหรือโอตะคุคิดไปเองว่าเป็นระดับโลก?

ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ตอนลงข่าวดูจะเป็นข้อถกเถียงกันอยู่พอสมควร เมื่อสิ่งที่คิดอาจจะไม่ได้เป็นไปตามความเป็นจริง จากประเด็นถกเถียงใน Twitter ของผู้ใช้ที่ชื่อ @amamituhakushi (ปัจจุบันถูกลบไปแล้ว) ว่าอนิเมะเรื่องใดควรเป็นอนิเมะระดับโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกันก็มีบางความเห็นโต้ว่าเหล่าโอตะคุคิดกันไปเองว่าโลกยอมรับ ซึ่งจากภาพที่เห็นอยู่นี้ มันช่างแตกต่างกันคนละขั้วเลยจริงๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการตัดสินว่าเรื่องไหนดังหรือไม่ดัง จะมีเรื่องของความเห็นส่วนบุคคล และรสนิยมเข้ามาเป็นตัววัดด้วยก็ตาม แต่ถ้าหากมองออกไปในกลุ่มสังคม เราก็จะพบว่า มีระดับของความเป็นที่รู้จักของอนิเมะต่าง ๆ อยู่จริง เช่นในญี่ปุ่นนั้น วันพีซหรือโคนัน ก็จะเป็นการ์ตูนที่รู้จักกันในวงกว้างแม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามการ์ตูนก็ยังรู้จัก หรือคาแรกเตอร์ที่ได้ออกสื่อหลักเช่น ซานริโอ้ โดราเอมอน กัปตันสึบาสะ พรีเคียว ฮัตสึเนะ มิกุ ก็จะเป็นที่คุ้นเคยในสังคมวงกว้าง แต่อนิเมะฉายรอบดึกอย่าง Sword Art Online หรือ Love Live!! หรือ Highschool of the Dead ก็จะเป็นที่รู้จักในวงที่แคบลงมา รวมไปถึงตัวละครที่เชื่อกันว่าโด่งดัง เช่น ก็อบลินสเลเยอร์ หรือน้องเกล็ดเลือด คนวัยทำงานที่ไม่ได้ตามดูการ์ตูน ก็จะแทบไม่รู้จักเลย

และทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่เพียงบางส่วนของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2018 ที่ทางแอดมินเห็นว่าเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ และนำมาให้ทบทวนกันอีกครั้ง สำหรับในปี 2019 นี้จะมีประเด็นร้อนอะไรบ้างนั้น ไว้มาติดตามไปด้วยกัน!