ภาพ JGSDF กำลังยิง FH70 155mm howitzer ระหว่างการฝึกซ้อมรบประจำปี ที่ศูนย์ฝึกฮิงาชิฟุจิ ในโกเทมบะ ใกล้ภูเขาฟูจิ โตเกียว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2019

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลของญี่ปุ่นได้อนุมัติร่างงบประมาณการป้องกันประจำปี 2020 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5.31 ล้านล้านเยน ซึ่งถือได้ว่าเป็นงบประมาณการป้องกันที่มากเป็นประวัติการณ์ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับกองกำลังป้องกันตนเอง ให้พร้อมกับการทำงานในอวกาศ และในโลกไซเบอร์

โดยร่างงบประมาณนี้รวมไปถึงส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการรองรับการตั้งฐานของกองทัพสหรัฐซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณในปี 2019 มา 1.1% และเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 6 ปี นับตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นต้องการเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับขีปนาวุธ และนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ และการโจมตีทางทะเลจากจีน

ในด้านของบประมาณการป้องกันรวมทั้งหมดถือได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 แล้วภายใต้การนำประเทศของนายกอาเบะ ชินโซ โดยจากงบประมาณทั้งหมดมีงบประมาณ 5.06 หมื่นล้านเยน ถูกจัดไว้สำหรับการพัฒนาความพร้อมการทำงานบนอวกาศ ซึ่งเป็นส่วนเดียวกันที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ, รัสเซีย และจีนให้ความสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

และด้วยหน่วยปฏิบัติการทางอวกาศที่จะจัดตั้งขึ้นภายใต้กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่นในปีงบประมาณหน้า ทำให้งบประมาณส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในการซื้ออุปกรณ์สำหรับตรวจจับการแทรกแซงด้วยสนามแม่เหล็กที่จะนำไปใช้กับดาวเทียมของญี่ปุ่น รวมไปถึงการเฝ้าระวังเศษซาก และวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้ในอวกาศ

งบประมาณจำนวน 2.56 หมื่นล้านเยนจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยที่ทางรัฐบาลมีแผนที่จะขยายหน่วยป้องกันภัยทางไซเบอร์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2014 ด้วยการเพิ่มทีมงานจาก 220 เป็น 290 คน

นอกจากนี้ยังมีงบอีก 1.5 หมื่นล้านเยนที่จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนา “เครื่องบินจู่โจมทางอิเล้กทรอนิกส์แบบควบคุมระยะไกล” ซึ่งสามารถรบกวนการบุกของฝ่ายศัตรูด้วยการรบกวนอุปกรณ์ต่างๆ

แนวทางการป้องกันประเทศล่าสุดของญี่ปุ่นที่ตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมของปีก่อนได้ระบุว่าการป้องกันทางไซเบอร์ และอวกาศจะเป็นสิ่งที่สร้างศักยภาพให้กับ “พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงการคงอยู่ของแบบแผนการรักษาความปลอดภัยของประเทศ” ซึ่งครอบคลุมการป้องกันภัยทั้งทางบก อากาศ และทะเล

ทางรัฐบาลยังได้มีการจัดสรรงบประมาณราว 2.8 หมื่นล้านเยน เพื่อพัฒนาและวิจัยการควบคุมเครื่องบินเจ็ทขับไล่ที่จะนำมาทดแทนรุ่นที่อยู่มานานอย่าง F-2 ที่คาดว่าจะถูกปลดประจำการในช่วงปี 2030 ซึ่งทางญี่ปุ่นกำลังพิจารณาการพัฒนาร่วมกับบริษัทของสหรัฐ หรืออังกฤษ ตามแหล่งข้อมูลของรัฐบาล

แล้วด้วยแผนการจัดซื้อเครื่องบินเจ็ทขับไล่ F-35 ของ Lockheed Martin Corp จึงมีงบราว 2.81 หมื่นล้านเยนที่จะถูกใช้ในการนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับ F-35As จำนวน 3 ลำ ซึ่งจะถูกนำมาประกอบในประเทศเพื่อลดค่าใช้จ่าย ในขณะที่งบอีก 7.93 หมื่นล้านเยนจะใช้กับ F-35Bs จำนวน 6 ลำ ซึ่งมีความสามารถในการออกตัวด้วยเวลาสั้น และการจอดในแนวดิ่ง โดยมีการอนุมานว่า F-35Bs จะประจำการที่เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อิซึโมะ ซึ่งทางรัฐบาลตัดสินใจอัพเกรดด้วยงบ 3.1 พันล้านเพื่อให้สามารถบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่ ๆ ได้

และเพื่อเตรียมตอบโต้การข่มขู่ด้วยขีปนาวุธของทางเกาหลีเหนือ จึงมีการตั้งงบประมาณ 1.29 หมื่นล้านเยน เพื่อทำระบบยิงแนวตั้งสำหรับกองปืนใหญ่ภาคพื้นดิน Aegis-Ashore ของสหรัฐ และการจัดทำแบบสอบถามเพื่อหาผู้ที่จะมารับติดตั้ง

Source : JapanToday