จากการรายงานของสื่อญี่ปุ่นมีการรายงานออกมาว่านับตั้งแต่วันจันทร์ที่  7 มกราคมนี้เป็นต้นไปผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศญี่ปุ่นจะต้องเสียภาษีขาออกเป็นเงิน 1,000 เยน หรือประมาณ 300 บาทเสียแล้ว

โดยญี่ปุ่นจะเริ่มเกมภาษีขาออกมูลค่า 1,000 เยนสำหรับทุกคนที่จะเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะทางเครื่องบินหรือทางเรือ โดยไม่มีการเกี่ยงสัญชาติแต่อย่างใด

ภายใต้กฎหมายที่มีการประกาศใช้ไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วนั้น จะต้องมีการจัดเก็บเงินส่วนนี้ทุกครั้งที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยที่ภาษีส่วนนี้จะถูกจัดเก็บตั้งแต่การซื้อตั๋ว โดยถูกนำไปคำนวณรวมกับค่าตั๋วไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินหรือ ตั๋วเรือ เช่นเดียวกับภาษีสนามบินที่ในปัจจุบันก็มีการเก็บอยู่ก่อนแล้ว

โดยทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีแผนที่จะนำรายได้จากการเก็บภาษีส่วนนี้ มารองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้มากขึ้น, พัฒนาการท่องเที่ยวในจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และปรับปรุงระบบการตรวจคนเข้าเมืองให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาการรอคิวนานของผู้โดยสารขาเข้า

โดยสำหรับผู้ที่ต้องทำการเปลี่ยนเครื่องภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเครื่องลงที่สนามบิน และเด็กที่มีอายุตั้งแต่สองขวบลงไปจะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้

และสำหรับผู้ที่ได้ทำการซื้อตั๋วเดินทางไว้ก่อนวันที่ 7 มกราคมนั้นก็จะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้เช่นเดียวกัน

จากคาดว่ารายได้จากการเก็บภาษีขาออกจะอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านเยนในปีงบประมาณ 2018 ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2019 และพุ่งเป็น 5 หมื่นล้านเยนในปีงบประมาณ 2019

รายได้ส่วนนี้ได้มีการแจกแจงการนำไปใช้ในอนาคตไว้ดังนี้ การติดตั้งประตูระบบจดจำใบหน้าที่บริเวณจุดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และจะยังมีการนำไปใช้ในการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์หลายภาษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ และนำไปช่วยในการนำเสนอระบบการจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้เงินสดในการใช้ระบบการขนส่งสาธารณะต่างๆ แก่นักท่องเที่ยว

โดยในปีที่ผ่านมานั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่มายังญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงมากโดยในปี 2018 ที่ผ่านมามีจำนวนถึง 30 ล้านคนซึ่งถือได้ว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

ทางรัฐบาลเองก็ได้มีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้นไปอีก โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคนในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่จะมีการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก ณ ประเทศญี่ปุ่น

Source: THE STRAITS TIMES