เปิดตัวฉายไปแล้วสำหรับหลาย ๆ ประเทศกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Alita: Battle Angel ผลงานที่ดัดแปลงจากมังงะเรื่อง GUNNM ของอาจารย์ Kishiro Yukito ซึ่งมีการฉายไป 11 ประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ ฮ่องกง, เกาหลีใต้, อินโดนิเซีย, มาเลเซีย,สิงคโปร์, ไต้หวัน, ฟิลิปปิน และสหราชอาณาจักร ด้วยยอดรายได้ 32 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตัวภาพยนตร์เปิดตัวที่อันดับ 2 ในเกาหลีใต้ทำรายได้ไป 10.9 ล้านเหรียญ, ไต้หวัน 4.8 ล้านเหรียญ, สหราชอาณาจักร 4.2 ล้านเหรียญ และมาเลเซีย 2.9 ล้านเหรียญ ในส่วนรายได้อีกประมาณ 9 ล้านเหรียญเป็นของประเทศอื่น ๆ ที่ยังไม่มีการรายงานตัวเลขที่ชัดเจน

สำหรับรายได้ประมาณนี้ในตลาดต่างประเทศ เข้าขั้นไม่ดีไม่แย่สำหรับหนังฟอร์มยักษ์ที่ไม่ใช่ภาคต่อ หากเปรียบกับภาพยนตร์แนวไซไฟที่ดัดแปลงจากสื่อบันเทิงของญี่ปุ่นเช่นกันอย่าง Edge of Tomorrow ที่เปิดตัวในตลาดต่างประเทศในสัปดาห์แรกที่เข้าฉายไปเพียงแค่ 20 ล้านเหรียญ แต่ว่ายังน้อยกว่า Ghost in the Shell ที่ทำรายได้ในต่างประเทศสัปดาห์เปิดตัวไป 39 ล้านเหรียญ แต่ว่าหากเทียบกับประเทศที่เปิดตัวถือว่า Alita สามารถทำรายได้ดีกว่า (Ghost in the Shell เปิดตัวในตลาดต่างประเทศมากถึง 41 ประเทศในสัปดาห์ที่เข้าฉาย) ซึ่งตัวชี้ชะตาของภาพยนตร์ในตลาดต่างประเทศคงหนีไม่พ้นประเทศจีนที่จะเข้าฉายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 นี้ (ข้อมูลรายได้ภาพยนตร์จาก Box Office Mojo)

สำหรับรายได้ของภาพยนตร์ยังเข้าขั้นน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะตลาดสหรัฐ ที่นักคาดการณ์ Box Office เผยข้อมูลว่าภาพยนตร์อาจเปิดตัวในสัปดาห์แรกเพียง 25 ล้านเหรียญเท่านั้น และรายได้ 5 วันไม่น่าจะเกิด 45 – 50 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีนักสำหรับภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างมากถึง 200 ล้านเหรียญเรื่องนี้ ซึ่งต้องดูระยะยาวและตลาดโลกด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในอเมริกาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 หลังจากที่ได้มีการเลื่อนกำหนดการฉายมาแล้วถึงสองครั้งคือจาก 20 กรกฎาคม 2018 และ 21 ธันวาคม 2018 โยในญี่ปุ่นมีกำหนดจะเข้าฉายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Rosa Salazar (Maze Runner: The Scorch Trials, The Divergent Series: Insurgent, Man Seeking Woman) โดยการใช้โมชั่นแคปเจอร์เป็น Alita และมีนักแสดงรายอื่นดังนี้

  • Christoph Waltz (Inglourious Basterds, Django Unchained, Spectre, The Legend of Tarzan) รับบทเป็น Doctor Dyson Ido, “หมอผ่าตัดไซเบอร์ผู้มาพบไซบอร์ก (ตัวเอก) และกลายเป็นอาจารย์ของเธอ”
  • Jackie Earle Haley (Watchmen, A Nightmare on Elm Street remake, Preacher, The Dark Tower, The Birth of a Nation) รับบทเป็น “ปีศาจไซบอร์กฝ่ายตัวร้ายที่จะใช้ CG และ กรีนสกรีนเป็นส่วนมาก”
  • Ed Skrein (The Transporter Refueled, Deadpool) รับบทเป็น Zapan “ไซบอร์กตัวร้ายผู้ครอบครองอาวุธ Damascus blade.”
  • Keean Johnson (Nashville, Spooksville) รับบทเป็น Hugo “ผู้ใฝ่หาความรัก และชายหนุ่มผู้สอน Alita ให้เล่นเกมกลาดิอเตอร์ที่ชื่อ Motorball และยังมีงานลับๆ เป็นการขโมยชิ้นส่วนหุ่นยนต์อีกด้วย”
  • Eiza Gonzales (From Dusk Till Dawn: The Series)
  • Jorge Lendeborg Jr. (Spider-Man: Homecoming,The Land) รับบทเป็น เพื่อนฉลาดแกมโกงและเขี้ยวลากดินของ Keean Johnson
  • Lana Condor (X-Men: Apocalypse) รับบทเป็น Koyomi ช่างภาพเด็กกำพร้าวัยรุ่นในมังงะ
  • Leonard Wu (Marco Polo) รับบทเป็น Kinuba ตัวละครไซบอร์กในมังงะ
  • Marko Zaror (Machete Kills) รับบทเป็น Ajakutty ผู้เล่น Motorball ที่ปรากฎตัวในมังงะ
  • Jennifer Connelly (American Pastoral, Hulk, Dark Water) รับบทเป็น หนึ่งในตัวร้ายในหนัง
  • Michelle Rodriguez (Fast and the Furious) รับบทเป็น Gelda.
  • Mahershala Ali (Moonlight, Hidden Figures) รับบทเป็น สองบทที่ยังไม่มีการระบุ

Hollywood Reporter ได้อธิบายถึงภาพยนตร์ไว้ว่า

เรื่องราวเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 26 บอกเล่าเรื่องราวของไซบอร์กสาว ที่ถูกพบอยู่ในกองขยะโดยนักวิทยาศาตร์ โดยไม่มีความทรงจำอยู่เลยนอกไปจากทักษะการต่อสู้สังหาร และได้กลายมาเป็นนักล่าเงินรางวัล และสะกดรอยเหล่าอาชญากร

เป็นเรื่องราวแอคชั่นผจญภัยที่มีไว้เพื่อเป็นฉากหลังของการค้นพบตัวเองและ ค้นหาความรัก

Robert Rodriguez (El Mariachi, Once Upon a Time in Mexico, Sin City, Spy Kids) กำกับการแสดง James Cameron และ Lightstorm Entertainment ของเขาจับมือกับ Jon Landau เป็นผู้โปรดิวซ์โปรเจค และ Laeta Kalogridis จาก Shutter Island เขียนบทภาพยนตร์

จากการให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly ผู้กำกับ Rodriguez ได้กล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีเนื้อเรื่องของตัวเอง แต่ก็สามารถที่จะช่วยเสริมให้จักรวาลในเรื่องและตัวละครสามารถไปต่อไปได้เรื่อยๆ Cameron กล่าวไว้ว่าโปรเจคนี้มีแผนที่จะทำเป็นภาพยนตร์ไตรภาคอีกด้วย

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีการฉายในระบบ IMAX อีกด้วย

Source : Deadline (Nancy Tartaglione), Eiga Natalie via ANN