แม้ว่าอาจจะเป็นการพูดเกินจริงๆ ไปบ้างถ้าจะบอกว่าที่จะบอกว่าซีรี่ส์นี้หลุดออกนอกลู่นอกทาง แฟนๆ และนักวิจารณ์หลายที่ต่างก็บอกว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น Final Fantasy ได้เสียแนวทางของตัวเองไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Final Fantasy XIII และ XV ที่สร้างความผิดหวังให้กับผู้เล่นหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นไตรภาคของภาค XIII ที่ต้องใช้เกมที่ต่างกันถึงสามภาคในการเล่าเรื่องราวที่คลุมเครือออกมา และภาค XV ที่มีการเลื่อนวางจำหน่ายแบบเลื่อนแล้วเลื่อนอีกและปัญหาระหว่างนั้นอีกมากมายกว่าเกมจะออก

แต่ในอีกด้าน Final Fantasy XIV กลับเป็นภาคที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากการเปิดตัวช่วงแรกที่เรียกได้ว่าหายนะ จนทาง Square Enix ต้องให้โปรดิวเซอร์และผู้กำกับคนปัจจุบันของเกมนี้อย่าง Yoshida Naoki มากู้สถานการณ์ มาปรับปรุงตัวเกมใหม่ จนในท้ายที่สุดก็ออกมาเป็น Final Fantasy XIV A Realm Reborn ที่ได้รับเสียงตอบรับและคำวิจารณ์ที่น่าประทับใจ

ตัวอย่างใหม่จากอัพเดทล่าสุดของ Final Fantasy XIV กับแพทช์ Shadowbringers

และหลังจากการลาออกจาก Square Enix ของผู้กำกับของ Final Fantasy XV อย่าง Tabata Hajime ทางบริษัทจึงได้รีบส่ง Nomura Tetsuya เข้ามาดูแลโปรเจครีเมคของ Final Fantasy VII Remake ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้าง บางคนก็เห็นว่า Yoshida ถือเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามารับไม้ต่อเพื่ออนาคตของซีรี่ส์นี้ และเมื่อสัปดาห์ก่อนคุณ Yoshida ก็ได้มาปรากฏตัวที่งาน Final Fantasy XIV Fan Festival ที่เมืองปารีส ซึ่งที่นั้นเขาได้ถูกถามว่า “ในฐานะผู้กำกับ สำหรับอนาคตบนระบบออนไลน์ของเกม Final Fantasy นั้น คุณคิดว่าองค์ประกอบแบบไหนที่คุณควรที่จะส่งไปยังผู้เล่นใน Final Fantasy XVI และ XVII”

อย่างไรก็ดีคำตอบของคุณ Yoshida กลับตอบออกมาเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากใส่เขาไปใน Final Fantasy ในแบบของเขาแทน

“นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของผม แต่ผมไม่อยากให้พวกเขารวมพวกเครื่องจักรต่างๆ หรือหุ่นยนตร์เข้าไปมากๆ ผมอยากจะเห็น Final Fantasy ในแบบที่เป็นเรื่องราว Fantasy แบบตรงๆ”

สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมในซีรี่ส์นี้มาก่อน อาจจะรู้สึกแปลกที่ได้ยินความเห็นว่า Final Fantasy นั้นมีความแฟนตาซีไม่พอ แต่ที่คุณ Yoshida พูดมามันก็ดูมีเหตุผลอยู่ หลังจากที่ในช่วงแรกของเกม Final Fantasy XV นั้นคือฉากของสี่หนุ่มตัวเอกนั่งรถหรู บางถนนทอดยาวที่วิ่งผ่านทิวทัศน์ต่างๆ ที่เห็นได้ชัดว่าได้แรงบรรดาลใจมาจากอเมริกาในแทบตะวันตกเฉียงใต้ ต่อด้วยการรับประทานมื้อค่ำแบบเต็มอิ่มที่ข้างถนน แล้วหลังจากนั้นก็ขึ้นเรือมุ่งสู่เมืองที่จะดูยังไงมันก็ได้แรงบรรดาลใจมาจากเวนิซชัดๆ และสุดท้ายก็ไปยังสถานที่ที่ราวกับยกเมืองชินจูกุมาตั้งไว้ และส่วน Final Fantasy XIII เองก็มีองค์ประกอบทางด้าน เทคโนโลยีอยู่มากมาย มากพอที่จะทำให้อย่างน้อยมีสื่อญี่ปุ่นรายหนึ่งให้คำจำกัดความเกมนี้ว่าซีรีส์ไซไฟ

แต่อย่างน้อยก็ต้องยอมรับว่าแฮมเบอเกอร์จาก Final Fantasy XV ที่ Square Enix Café นั้นมันเด็ดมาก

และจากความไม่เห็นด้วยในองค์ประกอบเหล่านี้ คุณ Yoshida จึงมีความต้องการที่จะเห็นซีรี่ส์นี้ก้าวออกไปสู่รูปแบบของความแฟนตาซีแบบเดิมๆ ที่มีกลิ่นอายความย้อนยุค ซึ่งจะทำให้มันดูสมเหตุสมผลกว่าที่เป็น โดยเฉพาะในเมื่อ Final Fantasy XIV ที่มีความเป็นจักรกลน้อยกว่าภาค XIII และ XV และดูมีอนาคตกว่าสองภาคนั้นอย่างเห็นได้ชัด

และเป็นที่น่าสังเกตว่า Final Fantasy XIV ก็ไม่ได้มีความล้าสมัยในเรื่องของความสวยงามและเนื้อเรื่องแต่อย่างใด คุณ Yoshida ยังกล่าวติดตลกเพราะจักรวรรดิ Garlean ตัวร้ายหลักใน Final Fantasy XIV เพราะมีเทคโนโลยีและจักรกลที่ล้ำกว่านี้ถึงได้เป็นภัยคุกคามยังไงล่ะ (หัวเราะ) นอกจากนี้ Final Fantasy XIV ก็ยังมีอีเวนท์ครอสโอเวอร์กับเกมอื่นๆ ของ Square Enix อย่าง Nier: Automata ที่ถือได้ว่าเป็นเกมที่มีความไซไฟเกมหนึ่งเช่นกัน

และด้วยความเห็นที่ต้องการเพิ่มความแฟนตาซีให้กับซีรีส์นี้ของ Yoshida ก็ทำให้เป็นน่าติดตามว่าเกมภาคถัดๆ ไปที่เราก็หวังว่ามันจะไม่ใช่ภาคสุดถ้ายตามชื่อของซีรี่ส์ จะออกมาเป็นอย่างไร

Source: Game Watch via Soranews24