ปัจจุบัน แอนิเมชันญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากกว่าที่ผ่านมา และบทสัมภาษณ์ฉบับนี้จะเปิดเผยเบื้องหลัง เบื้องลึก เกี่ยวกับกระบวนการ และความรู้สึกที่ผสมผสานกันเข้าไปในการสร้างแอนิเมชัน นี่คือโปรเจกต์ขนาดมหึมาที่เกิดจากการร่วมมือกัน โดยเว็บไซต์ผู้นำเสนอข่าวสารวงการแอนิเมชันหลายเจ้าทั่วโลก เช่นเว็บไซต์ Anime!Anime!, Tokyo Otaku Mode ที่มีผู้ติดตามกว่า 20 ล้านคนบน Facebook หรือจะเป็นเว็บไซต์ Bahamut จากทางประเทศจีน รวมถึงเว็บไซต์ Akibatan ของเราในประเทศไทย และอีกมากมาย

ผลงานขึ้นชื่อของ P.A.WORKS เช่น Irozuku Sekai no Ashita kara, Sayonara no Asa ni Yakusoku no Hana wo Kazarou, Uchoten Kazoku, Sakura Quest, Shirobako, Hanasaku Iroha, Another, Angel Beats!, Nagi no Asukara, True Tears เป็นต้น

เคยได้ยินชื่อของ P.A.WORKS กันหรือเปล่า? มันคือสตูดิโออนิเมที่นำเสนอความเป็นญี่ปุ่นผ่านทางอนิเม ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นจากแฟน ๆ แม้จะตั้งอยู่ที่เมืองนันโตะ จังหวัดโทยามะ อันแสนไกลจากโตเกียว ที่มีประชากรน้อยกว่า 50,000 คนก็ตาม

สตูดิโอจากจังหวัดโทยามะแห่งนี้เปิดทำการมาตั้งแต่ 18 ปีก่อน ซึ่งเราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง และประธานของ P.A.WORKS คุณ Horikawa Kenji เกี่ยวกับการผลิตอนิเมของสตูดิโอ, การส่งเสริมวิชาความรู้ให้แอนิเมเตอร์ และการสร้างสรรค์กิจกรรมในท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอนิเม

สถานีโจฮานะ ที่ใกล้สตูดิโอ P.A.WORKS ที่สุด
เส้นทางจากสถานีจนถึงสตูดิโอ รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์งดงาม ราวกัลหลุดออกมาจากผลงานของพวกเขา
ผิวน้ำของบึงซากุระกะ ฉากหลังของเรื่อง Sakura Quest ส่องประกาย สว่างไสว
อาคารหลักของ P.A.WORKS

ภายในอาคารทำด้วยไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ

นี่คือคุณ Horikawa Kenji ผู้ก่อตั้งและประธานของ P.A.WORKS คนที่เราจะมาพูดคุยกันในครั้งนี้

ทีละเล็กละน้อย ในสเกลที่ยิ่งใหญ่

– ก่อนอื่น ช่วยบอกเราเกี่ยวกับการก่อตั้ง P.A.WORKS หน่อย

Horikawa: ผมมีความฝันอยากจะทำงานในอุตสาหกรรมอนิเม ซึ่งก็ได้เข้ามาตอนปี 1990 ซึ่งตอนนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำงานอนิเมในชนบท มันเป็นยุคของเซลแอนิเมชัน ที่ผมต้องทำงานอนิเมอยู่ในโตเกียวเป็นสิบปี

ผมให้สัญญาไว้ตอนที่เริ่มทำงาน ว่าจะกลับมาที่โทยามะแห่งนี้ พอคิดจะหางานใหม่ ก็รู้สึกตัวว่าตัวเองอยากจะทำงานอนิเมต่อไปแบบนี้ ซึ่งก็พอดีกับตอนที่ทุกอย่างกลายเป็นดิจิตอล ทำให้การทำอนิเมแม้ตัวจะอยู่ในชนบท เป็นไปได้ง่ายขึ้น ผมถึงตั้งสตูดิโอขึ้นที่นี่ ในปี 2000

ตอนเริ่มเรามีกันแค่สองคน มันช่วยไมได้เพราะเราอยู่ห่างไกลออกมาที่ชนบท ต่อให้เราประกาศรับสมัครก็คงไม่มีใครมา ดังนั้นเมื่อ P.A.WORKS กลายเป็นที่รู้จักขึ้นมา เราจึงเริ่มเปิดรับพนักงานมากขึ้น ให้ความรู้กับพวกเขามากขึ้น

เราเป็นองค์กรที่เล็กมาก ดังนั้นแม้เราจะเริ่มต้นเหมือนครอบครัว เมื่อขยายตัวขึ้น องค์กรของเราก็เปลี่ยนไปมากขึ้น เรามีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนคนที่เรามี คำขอที่เรามี และความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่นำเรามาถึงตอนนี้ ปีที่ 18 ของเรา

คำถาม ที่เป็นแนวทางให้กับผลงานของพวกเขา

– P.A.WORKS สร้างผลงานต้นฉบับออกมามากมาย และเราเชื่อว่ามีน้อยเจ้านักที่สามารถทำให้พวกมันออกมาประสบความสำเร็จได้ทั้งหมด อะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้?

Horikawa: ผมไม่รู้ เมื่อไรที่เราทำผลงานต้นฉบับ ตอนที่เรามาพูดคุยกันว่าเราอยากจะทำโปรเจ็กต์แบบไหนกัน เราหารือกันเกี่ยวกับธีม มากกว่าเนื้อเรื่อง ผู้กำกับและคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนซีรีส์ จะหารือกันว่าอยากจะใส่ธีมไหนเข้าไปในเรื่อง

เวลาที่กล่าวถึงธีม ผมไม่ได้หมายถึงว่าเราสร้างผลงานด้วยการพูดว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักและมิตรภาพ” แทนที่จะทำอะไรแบบนั้น เราสนใจการคิดให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับสังคมในยุคปัจจุบัน หรืออะไรที่เราได้สัมผัสในชีวิตประจำวัน เราเริ่มด้วยการสงสัยว่าคำตอบเหล่านั้นคือะไร

– คือการตั้งคำถามต้องมาก่อน?

Horikawa: ใช่ครับ เราทำผลงานเพราะเราอยากหาคำตอบให้กับคำถามเหล่านั้น ฉะนั้นหากเราไม่ทำมันให้ดี มันน่ากลัวมากหากเราไม่สามารถตอบคำถามนั้นด้วยตอนสุดท้ายของเรื่องได้ แต่ผมคิดว่ามันน่าสนุกมากในการทำผลงานโดยตั้งคำถามต่อไปเรื่อย ๆ ในสิ่งที่เราสนใจ

เพราะเรามีคำถามพวกนั้น ผมคิดว่ามันจะง่ายขึ้นหากเราคิดถึงสิ่งต่าง ๆ เช่นว่าตัวละครจะเลือกทิศทางอย่างไร คิดกันอย่างไร หรือแม้แต่เหตุการณ์แบบไหนที่เราควรจะใส่เข้าไปด้วย ซึ่งเราสามารถปรับความลื่นไหลในทิศทางต่าง ๆ ได้ เพื่อให้มีคำตอบในคำถามของเราออกมา

พอเป็นการทำผลงาน ซึ่งในปีนี้เราจะเริ่มต้นฝากฝังงานให้กับเหล่าโปรดิวเซอร์รุ่นเยาว์บ้างแล้ว แต่ถ้าเป็นงานต้นฉบับ เราจะบอกพวกเขาว่าอย่าลืมคำถามที่ตัวเรื่องของพวกเขากำลังตั้งอยู่คืออะไร

ผลงานต้นฉบับนั้นจะใช้เวลา 3 ปีในการทำให้เสร็จไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ดังนั้นมันก็โอเคหากผู้ชมจะดูมันเหมือนกับเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่คงทนถาวร แต่ตอนที่เราคิดกันไม่หยุดตลอด 3 ปีว่าเราจะทำอะไรออกมานั้น มั

ไม่ว่าอย่างไร ผลงานต้นฉบับก็จะต้องใช้เวลา 3 ปีในการทำให้เสร็จ ฉะนั้นมันก็โอเคหากผู้ชมจะดูมันเหมือนกับเป็นอะไรบางอย่างที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่กับเราที่ต้องใช้ความคิดกันไม่หยุดตลอด 3 ปีว่าเราจะทำอะไรออกมานั้น การทำแบบนั้นค่อนข้างจะไม่ค่อยน่าพอใจ ฉะนั้นจึงอยากให้ผลงานของเราได้รับการตอบรับกลับมา ให้สมกับความทุ่มเทและเวลาที่เราเสียไป

ทำไมคุณถึงทำอนิเม?

– มีผลงานเรื่องไหนที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างไหม?

Horikawa: ผลงานแรกของเราคือ Hanasaku Iroha ที่เราทำด้วยความรู้สึกใคร่อยากรู้ว่าเหล่าหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานจะต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้าง และจะก้าวข้ามมันไปได้อย่างไร ตอนนั้นเราก็ยังใหม่ มีอะไรที่ต้องศึกษาอีกเยอะ ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานเราจึงตกอยู่ในที่นั่งเดียวกันกับในเรื่อง มีอุปสรรคที่ทำให้เราล้มลุกคลุกคลาน แล้วก็ข้ามผ่านมันไปได้อยู่หลายอย่าง

สำหรับ Shirobako ตอนนั้นเราสนุกมากกับการทำอนิเม แต่ก็อยู่ในช่วงที่เราเริ่มได้ยินถึงเรื่องความโหดร้าย และความยุ่งยากของอุตสาหกรรมนี้ อุตสาหกรรมธุรกิจแอนิเมชันของญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 60 กว่าปีก่อน ซึ่งปัจจุบันก็ตกทอดมาถึงเรา และเราก็เป็นต้นที่จะต้องส่งต่อมันออกไปในอนาคต มีอยู่หลายครั้งที่เราโดนถามว่า “ทำไมคุณถึงทำอนิเม?”

สำหรับ Shirobako เราไม่มีคำตอบอะไรเลยตั้งแต่ตอนแรก เราทำแต่ละตอนขึ้นมาพร้อมกับหารือไปด้วยว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในสตูดิโอบ้าง และนั่นคือคำตอบให้กับแต่ละปัญหาที่เราเจอตอนทำงาน

ในตอนจบ คำตอบที่ว่าทำไมเราถึงทำแอนิเมชันต่อไปในอุตสาหกรรมนี้ที่เรารับช่วงต่อมา แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่คำตอบของผมนั้นถูกใส่เข้าไปในบทพูดของตัวละครหลักในงานเปิดตัวแล้ว

– ทีมที่เคยทำผลงานแบบนั้นมาก่อน จะต้องกลายเป็นทีมที่มาพร้อมไอเดียอันบรรเจิด?

Horikawa: ผมเชื่อว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานควรรักษาความอยากรู้อยากเห็น หรือจิตวิญญาณแห่งการสงสัยเอาไว้ คนทำงานสร้างสรรค์ที่มีอยู่ทั่วโลก เวลาเจอปัญหา เขาจะไม่มาพร้อมกับคำตอบที่ถูกคาดคิดเอาไว้ก่อนแล้ว

ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งของความคิดสร้างสรรค์ คือการมองดูว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นและสำเร็จไปอย่างไร สงสัยมัน และทำมันในมุมที่แตกต่างออกไป

ผมอยากให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานรุ่นใหม่คิดถึงจุดนี้เอาไว้ในตอนที่พวกเขาทำงาน แต่ในทางกลับกัน ผมคิดว่าวิธีคิดแบบนี้มันก็ค่อนข้างโบราณอยู่เหมือนกัน

ใช้เนื้อเรื่องที่นำเสนอปัญหาในความสัมพันธ์ของมนุษย์ ผมรู้สึกว่าอะไรที่มันธรรมดา ๆ แล้วต้องเจอกับปัญหา ก็เป็นเรื่องราวขึ้นมาได้เหมือนกัน แต่กับเหล่าผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่ก็มาเบรคผมเอาไว้บ้าง เลยทำให้ผมคิดได้

การที่เราไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลกันเอาไว้ มันไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เราตัดสินใจที่จะไม่ทำแบบนั้นกันต่างหาก นั่นคือหนึ่งในวิธีการคิดของคนในยุคนี้ ผมมองว่ามันเป็นวิธีในการสร้างอะไรบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวกับผู้ชมที่กำลังชมผลงานของเราอยู่

สร้างผลงานที่จะคงอยู่ไปจนถึง 10 หรือ 20 ปี

– อิงกับคำตอบของคุณเมื่อครู่ แต่เรารู้สึกว่าทั้งทีมและผลงานของ P.A.WORKS นั้นมีความหลากหลาย และมีคุณค่าแตกต่างกันออกไป

Horikawa: หนึ่งในธีมของ Sakura Quest คือการคงอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน มันเป็นไอเดียของการผสานของวัฒนธรรมดั้งเดิม ความรู้ใหม่ ความคิดที่แตกต่างกัน และการกลืนเข้าหากัน

ฉะนั้น อย่างที่ผมบอกเกี่ยวกับวิธีคิดของเหล่าผู้สร้างสรรค์ผลงานรุ่นใหม่ ผมเชื่อว่าเราควรจะคิดถึงการมองหาอะไรที่เราสามารถซึมซับ และน่าสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าผู้สร้างสรรค์ควรจะคำนึงถึงเป็นพิเศษมากกว่าใคร

นานมาแล้ว ผมเคยอ่านหนังสือที่ชื่อว่า 『一万年の旅路』 (การเดินทางหมื่นปี) มันเป็นหนังสือที่รวบรวมวัฒนธรรมที่เล่าผ่านปากผู้คนมากว่าหมื่นปีของชนเผ่าอินเดียนแดงในสหรัฐอเมริกา ว่าพวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ในขณะที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกโดยที่ไม่เหลือประชากรอยู่มาก ผมได้รับแรงกระตุ้นอย่างมากจากหนังสือเล่มนี้

ในเผ่านั้นมีนักเล่าเรื่องอยู่ ทั้งภูมิความรู้และประสบการณ์ที่พวกเขาสืบทอดกันมา อยู่ในรูปแบบของเรื่องเล่า เพราะพวกเขาเล่ามันด้วยวิธีที่น่าสนใจ จนทำให้ทุกคนสนใจตามไปด้วย

แอนิเมชันและนิยายก็เช่นเดียวกัน คุณไม่ได้เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้วยการบอกว่ามันเป็นอย่างนั้น แม้คุณจะเปลี่ยนวิธีการเล่าเป็นแบบอื่น ตราบใดที่ส่วนสำคัญยังคงอยู่ เนื้อหาใจความที่แท้จริงก็จะยังไม่หายไป

ความปรารถนาของเราคือการสร้างผลงานที่จะคงอยู่ไปถึง 10 หรือ 20 ปี มาจากตรงนั้น เพราะเราบันทึกความรู้ และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ลงในผลงานของเราในฐานะสื่อบันเทิง ผู้คนจะให้ความสนใจกับมันซึ่งตรงกันข้ามกับวิทยานิพนธ์ในมหาวิทยาลัย และยังสามารถถูกเผยแพร่ออกไปได้อีกด้วย ผมคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่มันน่าสนใจ

สร้างการส่งต่อวัฒนธรรมให้เป็นรูปธรรม

– เรามีความประดับใจว่าคุณทุ่มเทอย่างมากในการฝึกฝนและให้ความรู้กับเหล่าแอนิเมเตอร์ โดยเฉพาะด้วยเหตุผลที่ว่า P.A.WORKS นั้นอยู่ไกลจากโตเกียวมาก

Horikawa: ทุกคนมีสไตล์ในแอนิเมชันเป็นของตัวเอง แต่การเรียนรู้หลักสูตรขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม และการสอน คืออะไรบางอย่างที่อุตสาหกรรมนี้ขาดแคลนเป็นอย่างมาก

หลักสูตรของ P.A.WORKS นั้นใกล้จะเป็นรูปร่างแล้ว เราจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เราสามารถแสดงให้เห็นว่างานศิลป์ของเรานั้นได้รับการถ่ายทอดกันมาอย่างไร วิธีที่จะกำหนดกำกับสิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะอัพเดตอยู่ทุก ๆ ปี

มันอาจจะแตกต่างกันไปเมื่อคุณไปที่สตูดิโออื่น แต่นี่คือสิ่งที่เรา P.A.WORKS ยึดถือ ผมคิดว่าหากทุกองค์กรสร้างหลักสูตรกันแบบนี้ การเรียนการสอนสำหรับแอนิเมเตอร์หน้าใหม่ก็คงจะดีกว่านี้ไปแล้ว

เราจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ในฤดูใบไม้ผลินี้ ซึ่งเรากำลังคิดอยู่ว่าจะสอนอะไรในทุกวัน และเทคนิคอะไรที่จะเป็นประโยชน์ เพื่อใส่เข้าไปในขั้นตอนการฝึกฝน ซึ่งผมเองก็อยากเห็นว่ามันจะพัฒนาไปอย่างไร จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหมในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

เรื่องราวที่เชื่อมโยงระหว่างชนบท และผู้สร้างสรรค์ผลงาน

© SAKURAGAIKE QUEST

– ที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้ มีผลงาน หรือโปรเจ็กต์ใดที่เป็นแรงกระตุ้นให้กับคุณบ้างไหม?

Horikawa: ถึงผมจะมีส่วนร่วมกับมันก็เถอะ แต่มันคือเรื่อง Sakuragaike Quest ที่เป็นโปรเจ็กต์สปินอฟของ Sakura Quest ครับ เรากำลังทำมันด้วยไอเดียที่ว่าการให้ผู้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมด้วย เป็นการเชื่อมโยงระหว่างอนิเมกับโลกจริง ซึ่งมันน่าสนใจดี

*เกี่ยวกับ Sakuragaike Quest:
ผลงานเรื่อง Sakura Quest ของ P.A.WORKS นั้นใช้ฉากหลังเป็นเมืองนันโตะ จังหวัดโทยามะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสตูดิโอ P.A.WORKS บึงซากุระที่เคยขึ้นชื่อด้วยต้นซากุระรายล้อม แต่ในช่วงที่ผ่านมา ต้นซากุระเหล่านั้นกลับแห้งเหี่ยวล้มตาย โปรเจ็กต์ Sakuragaike Quest จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อโปรโมทให้แฟน ๆ ของ Sakura Quest พากันเข้ามาช่วยเหลือและฟื้นฟูต้นซากุระรอบบึงให้กลับมาอีกครั้ง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบด้วย

มีผู้สร้างสรรค์ผลงานรุ่นเยาว์อยู่หลายคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนและทักษะ อยู่ในเมืองนันโตะแห่งนี้ มันต่างจากรูปแบบของการทำธุรกิจ แต่ผมก็สงสัยว่าเราจะทำยังไงให้สามารถสร้างวิถีชีวิตที่ชนบทแห่งนี้ได้ ซึ่งเรากำลังคำนึงถึงว่าจะทำอย่างไร ให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานจากต่างถิ่นกันและกัน มาอยู่รวมกันในธีมเดียวกันได้

ที่หมู่บ้านเอจิโกะ-สึมาริ จังหวัดนีงาตะ ที่แห่งนี้ทำให้ทั้งหมู่บ้านกลายเป็นงานศิลปะ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2000 จากความร่วมมือกันโดยศิลปินชั้นนำจากทั่วโลกหลายราย และมีผู้มาเยี่ยมชมหลายล้านคน ความสนใจอย่างหนึ่งของผมในตอนนี้คือการคิดว่าจะทำอย่างไรในการเชื่อมต่อผู้คนในท้องถิ่นเข้ากับผู้สร้างสรรค์ผลงาน ที่เมืองนันโตะแห่งนี้ เราจะนำเอาแนวคิดของเราไปใช้ได้อย่างไรกับที่แห่งนี้ ด้วยการใช้พรสวรรค์ในการเล่าเรื่อง และทำงานสร้างสรรค์ออกมาอย่างนั้นหรือ?

ผมเชื่อว่าเนื้อแท้ของแอนิเมชันนั้นมีพลังในการสื่อสารอย่างมหัศจรรย์ อะไรคือสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์ และช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นคิด หรือไล่ตามในตอนที่เขากำลังสร้างอะไรสักอย่างกันนะ? ผมคิดว่าหากเราบันทึกคำตอบของพวกเขา และทำมันออกมาเป็นอะไรบางอย่างที่ดูแล้วสนุก คนทั่วไปจากทั่วโลกก็จะเข้าถึงมันได้เหมือนกัน

เราอยากให้คุณรักษาอะไรที่คุณพบเจอในผลงานของเราเอาไว้

– สุดท้ายนี้ ขอสักข้อความส่งถึงแฟนอนิเมทั่วโลกหน่อย

Horikawa: ผมกำลังเฝ้ารอดูว่าแฟน ๆ ทั่วโลกจะคิดกันอย่างไร ผมเข้าไปดูความเห็นที่แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นเขียนอยู่บ่อย ๆ แต่ผมเชื่อว่านั่นคือในญี่ปุ่น ที่ผู้คนต่างกังวลว่าความเห็นของตัวเองจะแตกต่างจากคนอื่นหรือเปล่า หรือไม่ก็ระแวงว่าคนอื่นจะไม่ดูเหมือนกันกับสิ่งที่ตัวเองกำลังดู อย่างไรก็ดี หากคนที่อยู่ในต่างประเทศชอบผลงานสักเรื่อง เขาก็จะสนับสนุนมันตลอดเป็นปี ๆ ได้เลย ผมค้นพบว่าจิตวิญญาณแห่งการดำดิ่งลงไปในผลงานสักเรื่อง แล้วแสดงความเห็นออกมานั้นเป็นเรื่องที่มีสเน่ห์มาก

สิ่งที่คุณได้รับจากผลงานของพวกเรานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับธีมที่คุณกำลังรับชม ประกอบกับประสบการณ์ส่วนตัวของคุณเองด้วย ฉะนั้นผมไม่คิดว่ามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเอาไปเปรียบเทียบกับความรู้สึกของคนอื่น ผมอยากจะให้ทุกคนให้ค่ากับความรู้สึกนั้นไว้ให้มาก

ผลงานที่เรา P.A.WORKS สร้างอาจจะไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น แต่พวกมันก็ถูกสร้างขึ้นโดยการเจาะลึกเข้าไปในธีมเพื่อหาคำตอบให้กับคำถามของเรา ๆ ด้วยเหตุผลนี้ ผมจะดีใจมากหากคุณช่วยบอกความเห็นที่ตรงกับใจของคุณออกมา สิ่งที่คุณได้รู้สึก และคุณสนุกกับมันอย่างไร โดยไม่ต้องไปกังวลกับความคิดเห็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวคุณเอง

ร่วมสนับสนุนสตูดิโอผู้สร้างอนิเมะกับ Akibatan กับแอพ Otaku Coin

ถ้าหากเพื่อนๆ ชื่นชอบบทความดีๆ แบบนี้จากสตูดิโอผู้ผลิตอนิเมะแล้วล่ะก็ สามารถร่วมสนับสนุนสตูดิโอเหล่านี้ได้โดยตรงผ่านทางแอพ Otaku Coin ที่จะแสดงพลังของคนที่รักอนิเมะญี่ปุ่นได้ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียด และดาวน์โหลดแอพ Otaku Coin ได้ โดย คลิกที่นี่ หรือแสกน QR Code ด้านล่าง พร้อมรับ Otaku Coin เริ่มต้นไปเลยทันที 500 เหรียญ!!

 

Source: Otakumode