ในมังงะและอนิเมะยอดนักสืบจิ๋วโคนันนั้น ฉากที่นักสืบโมริ โคโกโร่ เจ้าของฉายาโคโกโร่นิทราถูกโคนันยิงเข็มยาสลบใส่เพื่อให้รับบทผู้ไขคดีแทน คงเป็นฉากที่แฟนๆ เห็นกันจนชินตา แต่หลายๆ คนที่ตามซีรีส์นี้กันมาตลอดหลายปีคนจะต้องมีหนึ่งคำถามที่คาใจมาตลอดเหมือนกันแน่ๆ ว่าโดนไปขนาดนี้ในชีวิตจริงมันจะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ

และเพื่อตอบคำถามนี้คุณ Nishikido Yamato นักเขียนฟรีแลนซ์และแฟนตัวยงของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ผู้ซึ่งสงสัยในจุดนี้เช่นกันจึงได้นำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อหาผลสรุป โดยเริ่มจากยาสลบนี้ถูกอธิบายไว้ว่าแรงขนาดทำให้ช้าง และผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้วหลับได้ในทันทีเป็นเวลาสามสิบนาที และหลังจากที่ Nishikido ได้กลับไปอ่านโคนันทั้ง 95 เล่ม อีกครั้ง จากเหตุการณ์ในเรื่องที่เวลาผ่านมาได้เพียงครึ่งปีนับจากจุดเริ่มต้นของเรื่อง เขาก็พบว่าโมริ โคโกโร่ถูกยิงเข็มยาสลบใส่ไปแล้วทั้งสิ้น 50 ครั้ง และได้นำข้อมูลนี้ไปสอบถามกับคุณหมอ Matsumoto Kappei วิสัญญีแพทย์ที่ช่วยตรวจตราความถูกต้องให้กับมังงะเรื่อง หมอฮานะ ผู้หญิงต่อชีวิต ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิสัญญีแพทย์เช่นกัน

โดยคำถามแรกก็คือ “ยาสลบที่ทำให้ช้างสลบได้ทันทีถึง 30 นาทีนั้นมีอยู่จริงไหมครับ” คุณ Matsumoto ก็ได้ยืนยันว่ามีอยู่จริง แต่คงจะต้องใช้ Ketamine ปริมาณที่มากถึงหนึ่งลิตรในการทำให้ช้างสลบ แต่สำหรับมนุษย์ผู้ชาย แค่เพียง 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร ก็มากเพียงพอแล้ว

“แล้วถ้านักสืบโคโกโร่ถูกยิงด้วย Ketamine ถึง 1 ลิตร จะเป็นยังบ้างครับ” คุณหมอ Matsumoto ก็ตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมาทันทีว่า “ก็คงตายนั้นแหละครับ”

คุณหมอยังได้บอกอีกว่าทุกครั้งที่นักสืบโคโกโร่ถูกยิงยาสลบใส่เข็มนั้นจะยังคงอยู่ในร่างกายของเขา ต่อให้ยาสลบไม่ฆ่าเขา หลังคอของเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับเม่นเลย และต่อให้ปริมาณยาที่ได้รับจะอยู่ปริมาณที่เหมาะสม ถ้าเข็มเขาไปสู่หลอดเลือดตับ หัวใจ หรือหัวของเขา เขาก็คงต้องตายอยู่ดี

คุณหมอยังได้ช่วยชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจที่ผิดไปจากความเป็นจริงเกี่ยวกับยาสลบทั้งในการ์ตูนเรื่องนี้ ละครและรายการทีวีต่างๆ นั้นก็คือการวางยาสลบด้วยการนำ Chloroform ซึ่งเป็นยาสลบชนิดหนึ่งมาทำให้ชุ่มบนผ้าเช็ดหน้าแล้วนำไปโปะหน้าเป้าหมาย นั้นไม่สามารถทำให้คนสลบได้ในทันที อย่างมากก็เพียงทำให้เขามีอาการหาว หรือปวดหัวเท่านั้น การจะทำให้พวกเขาสลบได้ด้วยยาสลบนั้น คงจะสามารถทำได้เพียงโดยการนำผ้าขนหนูชุ่ม Chloroform มาปิดปากและจมูกไว้และปล่อยให้พวกเขาอยู่ในสภาพแบบนั้นไปอีกหลายนาที

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นคำตอบที่ Nishikido คาดว่าจะได้รับกลับมาแต่แรก แต่คุณหมอ Matsumoto ก็ได้กล่าวขอโทษที่เปิดเผยวิธีการที่ถูกใช้ในเรื่องนี้ ว่าเป็นเพียงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น “พอทุกคนได้ยินแบบนี้แล้วคงรู้สึกผิดหวังกันน่าดู ยังไงก็ขอโทษด้วย”

บทความของ Nishikido นี้ได้ถูกเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ Fumminers เว็บไซต์แบ่งปันเรื่องราวเคล็บลับในการนอน และวิทยาศาสตร์เบื้อหลังการนอนหลับ

Source: Fumminers (Yamato Nishikido) via ANN