ปราสาทต่างๆ นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญในญี่ปุ่น โดยจากข้อมูลที่ทาง TV Asahi ได้นำมาออกอากาศนั้นในญี่ปุ่นมีปราสาทและซากปราสาทอยู่ไม่น้อยกว่า 4,000 แห่ง

ซึ่งถ้าคุณอยากไปเที่ยวชมปราสาทในญี่ปุ่นนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะสามารถไปได้ทั้งหมดแน่นอน และด้วยเหตุนี้ทาง TV Asahi จึงได้ออกไปสอบถามเหล่าผู้ชื่นชอบและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปราสาท 10,000 ราย เพื่อสรรหาปราสาทที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ออกมาเป็นสิบอันดับประสาทที่เป็นจุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยวปราสาทที่ดีก่อนคุณจะไปตะลุยอีก 3,990 แห่งที่เหลือ

อันดับ 10 ปราสาทฮิโรซากิในจังหวัดอาโอโมริ

หนึ่งในป้อมปราการที่อยู่ตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น ปราสาทฮิโรซากิแห่งนี้คุ้มค่าแก่การไปเยี่ยมชมแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้คิดเจ้าผ่านประตูเข้าไปชมด้านในก็ตาม ด้วยคูเมืองทีรายล้อมไปพร้อมกับต้นซากุระมากมาย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

อันดับ 9 ปราสาทนิโจในจังหวัดเกียวโต

สำหรับปราสาทนิโจแห่งี้นั้นต่างกับหลายๆ ปราสาทที่โด่งดังทั่วญี่ปุ่น เพราะปราสาทแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นหลังจบสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ “ยุคเซนโกคุ” ไปแล้ว โดยที่สร้างเสร็จในปี 1679 โดยถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของโชกุนเมื่อมาเยี่ยมชมเมืองเกียวโตในยุคเอโดะ ซึ่งก็คือโตเกียวในปัจจุบัน ทำให้สถานที่แห่งนี้มีรูปแบบที่เหมือนที่พักอาศัย และสวนที่กว้างใหญ่ ตรงกับปราสาทในช่วงสงครามที่เป็นลักษณะของป้อมปราการที่มีหอคอยสูงตระหง่าน

อันดับ 8 ปราสาทโกเรียวคาคุในจังหวัดฮอกไกโด

ปราสาทโกเรียวคาคุแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1855 ซึ่งเป็นช่วงปลายยุคศักดินาของญี่ปุ่นที่สิ้นสุดลงในปี 1868 ทำให้ปราสาทแห่งนี้เมื่อเทียบกับอันดับอื่นๆ ที่มาจากยุคซามูไรนั้น ถือได้ว่ามีดีไซน์ที่ดูทันสมัยกว่ามากไปพอสมควร โดยมีจุดเด่นที่มีพื้นที่เป็นดาวห้าแฉกซึ่งถูกล้อมรอบด้วยคูเมือง

อันดับ 7 ปราสาททาเคดะในจังหวัดเฮียวโงะ

แม้ว่าในปัจจุบันส่วนที่เหลืออยู่ของปราสาททาเคดะนั้นอาจจะเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่นั้นก็คุ้มค่ามากพอที่จะให้คุณเลือกมาเที่ยวชมปราสาทแห่งนี้ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในภูเขาสูงที่อยู่กึ่งกลางระหว่างชายฝั่งตอนเหนือและใต้ของญี่ปุ่น โดยความงดงามของซากปราสาทนี้จะแสดงออกมาได้เป็นอย่างดีเมื่อมันถูกปกคลุมด้วยหมอกในยามเช้า

อันดับ 6 ปราสาทนาโกย่าในจังหวัดไอจิ

ปราสาทนาโกย่านั้นมีสองขั้วความงดงามที่แยกกันอย่างเห็นได้ชัด โดยในขณะที่ทุกคนชื่นชอบความยิ่งใหญ่ของมันที่มองได้จากภายนอกนนั้น การตกแต่งภายในที่ดูทันสมัยนั้นทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกสงสัยและอยากสัมผัสประสบการณ์โดยตรงว่าผู้ที่เคยใช้ชีวิตในปราสาทแห่งนี้นั้นเคยอยู่อาศัยกันอย่างไร ซึ่งก็นับเป็นข่าวดีที่ปราสาทแห่งนี้กำลังจะถูกซ่อมบำรุงใหม่ด้วยไม้เหมือนเช่นที่มันเคยเป็นในแรกเริ่ม ก่อนจะถูกปรับปรุงเปนคอนกรีตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

อันดับ 5 ปราสาทชูริในจังหวัดโอกินาว่า

วัฒนธรรมริวกิวของโอกินาว่านั้นเป็นวัฒนธรรมที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นและอิทธิพลจากการที่เคยเป็นอาณาจักรอิสระในอดีต ผ่านการติดต่อกับแผ่นดินหลักของญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่นๆ ในแทบเอเซีย ซึ่งนั้นก็ทำให้ปราสาทชูริแห่งนี้ เป็นหนึ่งในฐานที่มั่นไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่ลานหินที่กลางปราสาท

อันดับ 4 ปราสาทคุมาโมโตะในจังหวัดคุมาโมโตะ

ปราสาทคุมาโมโตะนั้นเรียกได้ว่าไม่ได้ผ่านกาลเวลามาด้วยความเรียบง่ายสักเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นส่วนสำคัญของป้อมปราการที่ถูกเผาในช่วงสงครามเซนันของกบฏซัตสึมะ ซึ่งเป็นการลุกขึ้นต่อต้านเพื่อทวงคืนอำนาจจากโชกุน และมอบคืนให้กัจักรพรรดิในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และปราสาทแห่งนี้ยังได้รับความเสียหายหลายครั้งจากเหตุแผ่นดินไหวอีกด้วย และล่าสุดในปี 2016 ก็ได้มีกำแพงสูงชันด้านหนึ่งได้ถล่มลงมา แต่อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของชุมชน และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเกาะคิวชูแห่งนี้

อันดับ 3 ปราสาทมัตสึโมโตะในจังหวัดนางาโนะ

แม้ว่าประสาทแห่งนี้จะได้รับการปรับปรุงมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังคงรักษารูปลักษณ์เดิมไว้ตลอดมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 15 และจะยิ่งเป็นภาพที่งดงามขึ้นอีกเมื่อมองไปพร้อมๆ กับภาพสะท้อนของปราสาทแห่งนี้บนคูเมืองที่อยู่ล้อมรอบ

อันดับ 2 ปราสาทโอซาก้าในจังหวัดโอซาก้า

ด้วยตึกระฟ้าที่สามารถมองเห็นอยู่ที่เบื้องหลังของปราสาทนั้นทำให้ปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ถูกยกให้เป็นตัวอย่างที่ดีสุดของการมองดูวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ก้าวผ่านยุคสมัยมาสู่ปัจจุบัน

อันดับ 1 ปราสาทฮิเมจิในจังหวัดเฮียวโงะ

และก็มาสู่อันดับหนึ่งกันกับปราสาทฮิเมจิซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเฮียวโงะเช่นเดียวกับปราสาททาเคดะ โดยในขณะที่ปราสาททาเคดะเป็นซากปราสาทขนาดใหญ่ ปราสาทฮิเมจิแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักกันในฐานะหนึ่งในปราสาทที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งก็ต้องขอบคุณที่ในหลายศตวรรษที่ผ่านมานั้นปราสาทแห่งนี้เรียกได้ว่าได้รับความเสียหายน้อยมากนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นมา โดยที่ปราสาทแห่งนี้ไม่เคยถูกปิดล้อมเลยทั้งในช่วงยุคศักดินา และยังสามารถรอดมาจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อีกด้วย

และด้วยสภาพที่สมบูรณ์ของปราสาทแห่งนี้ ทำให้ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่นิยมใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ มีถนนที่เข้าถึงได้ และยังสามารถเดินมาถึงจากสถานีฮิเมจิได้อีกด้วย ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดที่ควรมาชมให้ได้สักครั้งทั้งกับผู้ที่อาศัยในญี่ปุ่นเอง และกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มด่ำกับความงดงามที่ข้ามผ่านกาลเวลามาจากยุคซามูไร

Source: Livedoor News/Narinari via Soranews24