แพ็คกระเป๋าออกเดินทางกันอีกครั้งกับ Akibatan on Tour ที่ทางทีมงานได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวตามรอยหนึ่งในอนิเมะซีรี่ส์ดังของญี่ปุ่น ซึ่งในครั้งนี้ซีรี่ส์ที่เราได้ไปเที่ยวตามรอยนั้น ก็เป็นอนิเมะสายท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นจนมีคนไปท่องเที่ยวตามรอยกันไม่น้อย กับอนิเมะเรื่อง Yuru Camp△ นั่นเอง และอีกเช่นเคย ครั้งนี้เราก็ต้องขอขอบคุณทาง JETRO ที่ได้เชื้อเชิญทีมงานให้ได้ไปเที่ยวตามรอยในครั้งนี้ที่จังหวัด Yamanashi ตั้งแต่วันที่ 14 – 17 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา ส่วนจะน่าประทับใจขนาดไหนนั้น มาติดตามการเดินทางของพวกเราในครั้งนี้เลย!

วันที่ 14 มีนาคม 2019

พวกเราเริ่มต้นทริปนี้พร้อมกับตัวแทนจากสื่อต่างๆ ในวงการเดียวกันจากทั่วโลกทั้ง 7 คน รวมตัวที่ล็อบบี้โรงแรมขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปยังบริษัท C-Company เพื่อพบกับคุณ Yoshiaki Kyogoku ผู้กำกับอนิเมะ Yuru Camp△ เพื่อสัมภาษณ์รอบพิเศษก่อนที่จะออกไปตามรอยตั้งแคมป์กัน โดยตรงนี้เราจะแยกบทสัมภาษณ์ของคุณ Yoshiaki Kyogoku เอาไว้ที่ บทสัมภาษณ์พิเศษพูดคุยกับ Yoshiaki Kyogoku ผู้กำกับ Yuru Camp△ ที่ทำให้แฟนๆ ต้องออกไปตั้งแคมป์! เนื่องจากมีเนื้อหาเยอะพอสมควร เพื่อนๆ จะตามไปอ่านบทสัมภาษณ์ก่อน หรือเอาไว้ทีหลัง แล้วมาเริ่มออกเดินทางกันต่อเลย!

หลังจากที่พวกเราได้พูดคุยกับคุณ Yoshiaki Kyogoku แล้ว ก็ได้ออกเดินทางต่อไปยังจังหวัด Yamanashi ระหว่างทางมีการเปิดอนิเมะ Yuru Camp△ ให้ดูไปด้วย

ถึงจังหวัด Yamanashi พักทานอาหารกลางวันที่ร้าน Koshu Hoto Kanjukuya โดยมื้อกลางวันของที่นี่น่าทานมาก มีทั้งอาหารที่ทำจากผักชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่ ปลาแซลมอนซาชิมิ, เนื้อย่าง, เทมปุระผัก จนถึงของขึ้นชื่อของเมือง Koufu อย่างน้ำองุ่น (เมืองนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของไวน์ด้วย)

มาถึงที่สถานี Yamanashi ที่เป็นฉากตอนที่ 3 ตัวละครหลัก (Nadeshiko, Aoi และ Chiaki) กำลังเดินทางไปตั้งแคมป์กันตามในอนิเมะตอนที่ 4 น่าเสียดายมากที่ตอนนี้สถานีปิดปรับปรุง แทบมองไม่เห็นอะไรเลย

ที่สถานีนี้เราได้พบกับคุณ Kiyoshiro Mukawa ผู้ที่ถูกขนานนามว่า “ด๊อกเตอร์ยูรุแคมป์” บุคคลคนนี้เป็นคนในท้องถิ่นที่เป็นคนพาทีมงาน C-Company มาลงพื้นที่เพื่อเตรียมการทำอนิเมะนั่นเอง เขารู้ทุกซอกทุกมุมของฉากที่มีในเรื่องนี้ ซึ่งในทริปนี้ เขาจะมาเป็นผู้พาเราไปดูตามจุดต่างๆ ในจังหวัด Yamanashi เอง!! (สุดยอดไปเลย!!!)

เขาก็พาเราเดินไปยังสถานที่ตั้งแคมป์ตามเส้นทางที่ตัวละครหลัก 3 คนเดินอนิเมะตอนที่ 4

มาถึงสะพาน Netsu ที่เป็นฉากตอนทั้ง 3 คนกำลังเดินทางไปยังที่ตั้งแคมป์ ระหว่างเดินก็มีสื่อทีวีท้องถิ่น ของจังหวัดมาตามถ่ายพวกเราด้วย

เดินทางมาถึง Fuefukigawa Fruit Park เพื่อถ่ายตามฉากต่างๆ ที่ปรากฏในเรื่อง ภูเขาไฟฟูจิ (วันนี้โดนเมฆบัง) เลยเข้ามาที่คาเฟ่ เพื่อถ่ายฉากชิมไอศครีมผลไม้ที่ 3 ตัวละครในเรื่องทานในอนิเมะตอนที่ 4

เดินทางมาต่อที่ Hottarakashi Onsen (ออนเซ็นที่ถูกทิ้ง?) เพื่อถ่ายฉากที่พวกตัวเอกมาแช่น้ำร้อน แต่ดันเจอยากูซ่าเป็นสิบๆ คนมาแช่ด้วย เห็นว่าที่นี่จะไม่ห้ามคนมีรอยสักเข้า (แน่นอนว่าด้านในถ่ายรูปไม่ได้)

พอแช่เสร็จก็ชิมไข่ออนเซ็นมะตูมทอดร้อนๆ ใส้ไหล อร่อยฟินเหมือนกับตัวละครในเรื่อง และไปพักผ่อนในห้องพักที่ทั้ง 3 คนเผลองีบหลับไปในอนิเมะตอนที่ 5

มาถึงโรงแรม Fruit Park Fujiya Hotel บนยอดเขา พอเช็คอินแล้วทานข้าวเย็นในโรงแรมเป็น Full Course อาหารญี่ปุ่น 9 อย่างที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่นข้าวและผักที่ปลูกในจังหวัด Yamanashi เป็นต้น

เดินจากโรงแรมมาเพื่อร่วมโปรแกรมสุดท้ายของวัน คือขึ้นเขามาดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันสวยงามที่นาเดชิโกะส่งให้กับรินจังในอนิเมะตอนที่ 5 ซึ่งที่นี่ถูกยกให้เป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย!

กลับห้อง เขียนรายงาน เหนื่อยแล้วนอนดีกว่า… (พรุ่งนี้ตื่น 6 โมงเช้า)😪😴

วันที่ 15 มีนาคม 2019

ตอนเช้าเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม นั่งรถบัสออกเดินทางไปยังเมือง Koufu 🚌

สัมผัสประสบการณ์ทำสินค้าพื้นเมือง Inden (อินเด็น) ที่ทำโดยการปาดยางไม้ที่ผสมสีไว้ลงบนหนังกวางผ่านแม่พิมพ์กระดาษวาชิเจาะรูเป็นลวดลายต่างๆ โดยคุณ Yamamoto เจ้าของร้านนี้เป็นคนเดียวที่ได้ตำแหน่ง Master of Traditional Craft ในการทำ Inden ของประเทศญี่ปุ่น และสืบทอดกันมากว่า 70 ปีจนถึงรุ่นที่ 3 โดยทางคุณ Yamamoto บอกว่าลายที่เป็นที่นิยมที่สุดคือลาย “แมลงปอ” เพราะเป็นแมลงที่บินได้แต่ไปข้างหน้า สื่อถึงความเจริญก้าวหน้า ก่อนจากมาได้ซื้อของฝาก เป็นที่ใส่นามบัตรหนังกวางลายเดียวกับลายบนเกราะของท่าน Takeda Shingen แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสงคราม Sengoku ⚔

เดินทางมายัง Suimeisou (ในเรื่องชื่อ Mokumeisou) สถานที่ต้นแบบที่ตั้งแคมป์ของตัวเอกสองคน (Nadeshiko กับ Rin) โดยคุณ Kitajima เจ้าของสถานที่แห่งนี้ก็ได้ปรากฏตัวในอนิเมะด้วย เขาต้อนรับด้วยชา Chai ร้อนๆ เหมือนที่พี่สาวนางเอกดื่มในอนิเมะตอนที่ 6 นั่งจิบชาหอมๆ ไปมองทะเลสาปสีเขียวมรกตไป บรรยากาศเงียบสงบ และยังมี Standy ของ Rin ให้ไว้ถ่ายรูปด้วย  ☕️ ปล: มีเรือเป็ดไว้ให้เช่าไปถีบเล่นด้วย

ทางแคมป์ทำบาร์บีคิวเลี้ยงต้อนรับ มีทั้งหมูไก่ และผักที่ปลูกในจังหวัด รวมถึงเนื้อวากิวชื่อดังของจังหวัดนี้ “Koshu Wine Wagyu”  ที่เลี้ยงโดยกากองุ่นที่ใช้ทำไวน์ขึ้นชื่อของเมืองนี้ ทำให้เนื้อนุ่มอร่อย ปิดท้ายด้วยผัดยากิโซบะเป็นอันจบมื้อกลางวัน

เดินถ่ายจุดต่างๆ ที่มีในเรื่องกว่า 10 จุดที่สองตัวละครนั้นได้ตั้งแคมป์กันในอนิเมะตอนที่ 7 พอมาดูสถานที่จริงแล้วยิ่งรู้สึกเลยว่าในอนิเมะทำออกมาได้ละเอียดสวยงาม นำเสนอเสน่ห์ของที่นี่ออกมาได้อย่างชัดเจน

ดูสาธิตการจุดไฟโดยใช้ผลของต้นสน ที่ในอนิเมะบอกว่าเป็นเชื้อไฟได้ดีเวลาจะก่อกองไฟในแคมป์ เพื่อนๆ ไปอย่าจุดเองมั่วๆ นะครับ เขาจะมีที่ก่อไฟไว้ให้เฉพาะ

มายังศูนย์ตราประทับที่มีตราประทับขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และได้เข้าคอร์ส ลองแกะสลักพื่อทำตราประทับชื่อของตัวเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนวิธีอย่างใกล้ชิด และได้ตราประทับกลับมาเป็นที่ระลึกด้วย

มายังซุปเปอร์มาเก็ต Selva (ในเมะชื่อ Zebra) ที่ตัวเอกสองคนมาซื้อเนื้อเพื่อจะนำไปย่างในแคมป์ ลองชิม Menchi Katsu เนื้อบดทอดที่นางเอกกินในรถจากอนิเมะตอนที่ 6 ระหว่างทางไปแคมป์

เช็คอินโรงแรมในตัวเมือง Mofu จากนั้นเดินทางไปทานอาหารท้องถิ่นเป็นมื้อเย็นที่ Izakaya ใกล้ๆ โรงแรม ก่อนจะนอนพักเอาแรงไว้ต่อในวันพรุ่งรุ่งขึ้น

วันที่ 16 มีนาคม 2019

ตอนเช้าเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม ขึ้นรถบัสเพื่อออกเดินทางไปยังเมือง Mototsu 🚌

เดินทางมาถึงโรงเรียน Mototsu High School สถานที่ต้นแบบของโรงเรียนที่พวกตัวละครหลักเรียนอยู่ในเรื่องตามอนิเมะตอนที่ 8 ซึ่งตอนนี้โรงเรียนถูกยุบรวมกับอีกโรงเรียนนึงเนื่องจากการลดลงของประชากรในเมือง ทำให้ตอนนี้ที่นี่เป็นโรงเรียนร้างไปแล้ว แต่เจ้าของที่ก็ยอมให้เป็นที่เที่ยวตามรอยการ์ตูนต่อไป และให้มีการจัดงานแสดงดนตรี รวมไปถึงการตั้งแคมป์ในลานกว้างของโรงเรียนอีกด้วย (ใจดีจริงๆ)

เป็นการปลุกเมืองที่แปลกใหม่อีกอย่างนึง เพราะทำให้แฟนๆ มาท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับชุมชน

เดินมาที่สถานี Kai-Tokiwa ที่ตัวเอกในเรื่องขึ้นรถไฟไปยังเมือง Minobu ในอนิเมะตอนที่ 8 เป็นสถานีรถไฟไร้นายสถานี ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วแล้วขึ้นรถไฟเองได้เลย โดยเฉลี่ยแล้วรถไฟจะผ่านมาแค่ชั่วโมงละขบวน ถ้าพลาดก็รอเป็นชั่วโมงเลย

มาถึงสถานี Minobu ที่ทั้ง 3 คน (Nadeshiko, Aoi, Chiaki) มาหลังสอบเสร็จในอนิเมะตอนที่ 8 เดินถ่ายตามจุดที่ตัวละครไป แวะร้านขนมหวาน Eishoudou ชิมขนม “มิโนบุมันจู” ตามที่ตัวละครในเรื่องทาน ไปนั่งริมแม่น้ำม้านั่งเดียวกับในเรื่องเลย อากาศดี ขนมอร่อย 🍘

มาทานอาหารเที่ยงที่ Kakurinbo ร้านอาหารในวัดที่เปิดให้คนเข้าพักเป็น Guest House โดยทั้งหมดเป็นอาหารเจ ทำจากผักและเต้าหู้ ข้าวสวยหุงกับธัญพืช 16 ชนิด สารอาหารสูง รสชาติก็ดีมากด้วย ไม่คิดว่าคนกินแต่เนื้ออย่างเราจะติดใจกับรสนี้ และได้ลองชิมชาที่สกัดจากต้นไม้ที่มีสารบำรุงตา ที่มักใช้ทำยาหยอดตา

 

มาเยี่ยมชมวัด “Minobusan” วัดที่โด่งดังของจังหวัด Yamanashi เป็นวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เท่าโตเกียวโดม 120 อันมาต่อกัน (ใหญ่แบบเป็นเจ้าของภูเขาหลายลูกเลย) ประวัติยาวนานกว่า 750 ปีตั้งแต่ยุคคามาคุระ การเดินทางไปวัดต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าส่วนตัวของทางวัด (ฟรี) ก็จะเจอบริเวณวัดที่กว้างขวางมาก ถ้าจะไปสักการะอีกศาลานึงก็ต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าข้ามเขาไป (อึ้งจนหาคำบรรยายไม่ได้) มีการทำสินค้าร่วมกับ Yuru Camp ทำเครื่องรางให้ปลอดภัยเวลาขับขี่ โดยมีภาพรินจังอยู่ด้วย

ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปบนยอดเขาเพื่อสักการะศาลาบนเขาสูงกว่า 1,000 เมตร และชิมดังโกะปิ้งตามในการ์ตูนเล่ม 5 และจะอยู่ในอนิเมะซีซันต่อไป🍡🍡🍡

ช่วงเย็นๆ ก่อนกลับก็ได้ชมการตีระฆังยักษ์ท่าพิสดารอันเป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้ด้วย

มาดูสถานี Utaubuna ที่มีในอนิเมะตอนที่ 1 ตอนที่ Nadeshiko ใช้เดินทางมายังโรงเรียน

เช็คอินโรงแรม Shimobe รับประทานอาหารเย็นสไตล์เอ็งไก (งานเลี้ยงรวมของญี่ปุ่น) จานหลักเป็นอาหารประจำจังหวัด “โฮโต” ที่มี “โคชูกิว” เนื้อวากิวชื่อดังของจังหวัดยามานาชิอยู่ในหมวกโชกุน 🎊

ปล. โรงแรมนี้ดีมาก ห้องสไตล์ญี่ปุ่นสวยงาม ออนเซ็นกว้างขวาง อาหารอร่อย มีอาชิยุ (ออนเซ็นแบบแช่แค่เท้า)แล้วชมสวนญี่ปุ่นไปได้ด้วย♨️

วันที่ 17 มีนาคม 2019

มาเยี่ยมชมจุดตั้งแคมป์ “Kou-An” ในอนิเมะตอนที่ 1 โดยเริ่มที่ห้องน้ำสาธารณะที่ Rin มาตั้งแคมป์แล้วเจอ Nadeshiko นอนอยู่หน้าห้องน้ำ

เดินขึ้นเขาประมาณ 30 นาทีเพื่อไปที่จุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นแห่งนึง เป็นจุดที่ถ่ายรูปภูเขาฟูจิในธนบัตร 1,000 เยน โดยจะเป็นการมองวิวภูเขาสะท้อนในผิวน้ำของทะเลสาป Motosu

กลับลงมาที่จุดตั้งแคมป์ของ Kou-An ที่ Rin มาในอนิเมะตอนที่ 1 อากาศค่อนข้างหนาวแต่ก็มีคนมาตั้งแคมป์กันไม่น้อย เสียดายที่เมฆมาก บังไม่เห็นยอดภูเขาไฟฟูจิ แต่ไหนๆ มาแล้วก็ขอต้มบะหมี่สำเร็จรูปรสแกงกะหรี่ถ้วยกินเหมือนในเรื่องหน่อย

เดินมาดูอุโมงค์ที่ Rin ขับจักรยานผ่านระหว่างทางมาแคมป์ ทำออกมาได้เหมือนของจริงมากเลยทีเดียว

มาที่ร้าน Kou-An มีของชำร่วยเกี่ยวกับเรื่อง Yuru Camp△ มากมาย ร่วมรับประทานอาหารกลางวันเป็น Houtou อาหารประเภทเส้นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนี้ เส้นหนานุ่ม ซุปรสกลมกล่อม พอทานเส้นหมดให้ใส่ข้าวสวยร้อนๆ ลงไปดูดซับความอร่อยจากซุปแล้วซดเป็นข้าวต้มได้คล่องคอนัก

ถึงเวลาเดินทางกลับโตเกียวแล้ว เป็น 4 วันที่ตื่นตาตื่นใจมาก วิวสวย อากาศดี อาหารอร่อย แถมใกล้โตเกียวอีก นั่งรสบัสมาชั่วโมงนิดๆ หรือเช่ารถขับมาไม่ยากเลย หากเพื่อนๆคนไหนสนใจมาตามรอยเรื่องนี้เป็นอีกคอร์สการเดินทางที่แนะนำเลยครับ!

ท้ายที่สุดนี้ ต้องขอขอบคุณ JETRO หน่วยงานจากรัฐบาลญี่ปุ่น ผู้มีส่วนสำคัญในการจัดทัวร์เดินทางตามรอยอนิเมะในครั้งนี้ด้วยนะครับ และพบกันใหม่ในการเดินทางครั้งต่อไปจ้า