ภาพพระจักรพรรดิ์อากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิจิโกะ ทรงทักทายกับพสกนิกรที่มาร่วมถวายพระพร ก่อนที่จะเสด็จออกจากสถานีอุจิยามาดะ หลังการเสด็จเยือนศาลเจ้าอิเสะจิงกุ จังหวัดมิเอะ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2019 ภาพโดย REUTERS

ยุคเฮเซ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1989 ในฐานะรัชสมัยของจักรพรรดิ์อากิฮิโตะผู้ที่วันนี้ได้สละบัลลังก์แล้ว ถูกนับว่าเป็นยุคสมัยแห่งความสงบสุขของญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ถูกจดจำในฐานะของยุคแห่งภัยพิบัติธรมชาติ และความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับจนยิ่งห่างกันขึ้นไปอีก

“ตลอดสามทศวรรษของยุคเฮเซ ญี่ปุ่นปราศจากสงครามเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่นี้…อย่างไรก็ตามในความสงบนี้ ประเทศก็พบกับการแข่งขันที่ไม่อาดคาดหมายได้อยู่หลายครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้” พระราชดำรัสในจักรพรรดิ์อากิฮิโตะ เมื่อพิธีครบรอบ 30 ปีการครองราชย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นับเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับยุคโชวะ รัชสมัยของจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโตะ พระบิดาของพระองค์ ที่ญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามในนามของพระจักรพรรดิ์ คำว่า “เฮเซ ที่แปลว่า สันติสุขทุกหนทุกแห่ง” นั้น จะถูกจดจำว่าเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเกิดความสงบสุข ไร้ความเกี่ยวข้องกับสงครามใด ๆ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นมหันตภัยจากธรรมชาติหลายครั้งคราว เช่นแผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน เมื่อปี 1995 ที่ทำให้เมืองโกเบและบริเวณโดยรอบได้รับความเสียหาย และแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮกุ ปี 2011 ที่ทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะไดอิจิได้รับความเสียหาย นับเป็นอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เชอร์โนบิลเมื่อปี 1986

แผ่นดินไหวที่โกเบคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 6,400 ราย ส่วนแผ่นดินไหวและสึนามิในโทโฮกุอีก 15,900 ราย และอีก 2,500 รายที่หายสาปสูญ

สมเด็จพระจักรพรรดิ์และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะทรงเสด็จไปยังบริเวณที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ภาพพระองค์ในฉลองพระองค์แบบไม่เป็นทางการ พูดคุยกับผู้รอดชีวิตในศูนย์อพยพ ช่วยทำให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างพระองค์กับประชาชนนั้นลดน้อยลง

ในด้านเศรษฐกิจ ยุคเฮเซเริ่มต้นในช่วงที่เศรษฐกิจฟองสบู่พุ่งสูงสุด ในปี 1989 โลกได้เห็นการพังทลายของกำแพงเบอร์ลิน ในเยอรมนี และการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ในจีน และในปีเดียวกัน บริษัทมิตซูบิชิเอสเตทได้เข้าซื้อศูนย์ร็อคกี้เฟลเลอร์ในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการซื้อสินทรัพย์ข้ามประเทศของบริษัทญี่ปุ่น ดัชนีนิคเคอิ 225 ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 38,957 จุด ในปี 1989

แต่ไม่กี่ปีต่อมา เศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่นก็แตก นำจุดจบมาสู่การเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพของประเทศ เข้าสู่ 2 ทศวรรษแห่งความซบเซาทางเศรษฐกิจ หลังจากวิกฤติทางการเงินที่เกิดขึ้นหลายครั้ง รวมถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดข้นจากการล่มสลายของเลห์แมนบราเธอร์สโฮลดิ้งส์ ธนาคารเพื่อการลงทุนของสหรัฐ ในปี 2008 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นร่วงลงจากอันดับสองของโลกไปอยู่อันดับที่สาม เป็นการเสียตำแหน่งที่ยึดครองมาต่อเนื่อง 42 ปี ให้กับจีน เมื่อปี 2010

นักวิเคราะห์บางคนมองว่าการมองโลกในแง่ดีนั้นเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งสำหรับการลดลงของอัตราการเกิด และการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในยุคเฮเซ และยังคงดำเนินต่อไปในยุคเรวะ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ พร้อมกับการขึ้นครองราชย์ของมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ

เพื่อรับมือกับเหตุนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ขยายช่วงอายุงานก่อนเกษียณออกไปจาก 60 ปี เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ยังมีความสามารถยังคงทำงานได้ต่อ ในขณะที่องค์กรเอกชนรายใหญ่เจ้าอื่น ๆ ได้หันมาขยายขอบเขตการจ้างงานลูกจ้างไม่ประจำ สิ่งที่ตามมาคือความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่กว้างขึ้นไปอีก

รองศาสตราจารย์นิชิดะ เรียวสุเกะ นักวิจารณ์สังคมวิทยาการเมือง จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว กล่าวว่ารอยต่อทั้งภายในยุค และระหว่างยุค นับว่าเป็นความท้าทายทางสังคม ที่มีมาตั้งแต่ต้นยุค 2000

“กลายเป็นสิ่งที่รู้กันไปทั่ว ว่าแม้แต่คนรุ่นใหม่ก็อาจจะกลายเป็นคนอ่อนแอทางสังคม ที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ รวมไปถึง NEET ด้วย” นักวิจารณ์สังคมวิทยาการเมืองวัย 35 ปี กล่าวถึงคนประเภทที่ “ไม่มีความรู้ ไม่มีงานทำ หรือไม่มีการฝึกฝนเรียนรู้ใด ๆ”

ในด้านการเมืองการปกครอง ยุคเฮเซก็เป็นช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวาย ที่มีนายกรัฐมนตรีถึง 17 คนด้วยกัน พรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (LDP) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1955 ได้กลายมาเป็นพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลเหนือการเมืองภาพรวมมากที่สุดในยุคหลังสงคราม แต่ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งถึง 2 ครั้งในรอบ 4 ปี ในยุคนี้

หลังจาก 3 ปีภายใต้รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (DPJ) เริ่มตั้งแต่ปี 2009 ที่ปัจจุบันได้ยุบพรรคไปแล้ว นายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ ได้พาพรรค LDP กลับสู่อำนาจในช่วงปลายปี 2012 และยังคงรักษาตำแหน่งเอาไว้อย่างเหนียวแน่นนับแต่นั้นมา พร้อมกับการมองหาช่องทางกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยแพคเกจนโยบายสไตล์ “อาเบะโนมิกส์” ที่ช่วยชี้ให้ชัดเจนว่าเขาจะเป็นผู้นำที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

มองย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เขาเข้ารับตำแหน่ง อ.โอจิไอ เคโกะ นักเขียนชื่อดังชี้ให้เห็นว่าเด็กญี่ปุ่นทุก 1 ใน 7 คนจะต้องมีชีวิตอย่างยากจนแร้นแค้น ซึ่งหมายความว่าเงินที่ประชาชนเสียภาษีเข้าไปนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง กับคนในรุ่นต่อไป

จากการสำรวจข้อมูลโดยกระทรวงแรงงานญี่ปุ่น เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันในปี 2015 บอกเราว่าร้อยละ 13.9 ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีในญี่ปุ่น อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้หลังหักภาษีต่ำกว่าครึ่งของมาตรฐาน

“ประาชาชนทั่วไปมีความกังวลว่าหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นจะสูงเกิน 1,000 ล้านล้านเยน ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่จะต้องตระหนักถึงปัญหาและหาทางแก้ไข กลับไม่ทำอะไรอย่างจริงจังเสียที” ชายวัย 74 ปีรายหนึ่งกล่าวถึงผู้นำรัฐบาล

“มันไม่มีเหตุผลเลยที่คนรุ่นหลัง รวมไปถึงลูกจ้างที่สภาวะการเงินไม่มั่นคง จะต้องมาแบกรับภาระในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ” อ.โอจิไอ กล่าว

เธอกล่าวว่าเมื่อมองไปยังยุคใหม่ที่อยู่ข้างหน้า สิ่งที่เธอปรารถนาจะเห็นคือ “สังคมที่เด็กทุกคนจะได้รู้สึกว่าพวกเขามีความสุขที่ได้เกิดมา และผู้เฒ่าผู้แก่ทุกคนก็มีความสุขที่จะใช้ชีวิตอย่างยืนยาว”

ในขณะเดียวกันเธอยังกล่าวว่าจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง ทำให้ชาวญี่ปุ่นหันมาเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร แม้ภัยพิบัติจะ “เป็นเรื่องทีน่าเศร้า แต่เราก็ต้องเชิดชูสิ่งที่เราได้รับมันมาในฐานะผลลัพธ์”

นอกเหนือจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีอาชญากรรมร้ายแรงเกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ปล่อยแก๊สซารินในระบบรถไฟฟ้าใต้ดินโตเกียวเมื่อปี 1995 อันเป็นฝีมือของลัทธิโอม ชินริเกียว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 6,000 คน

แต่ท่ามกลางความรู้สึกอันไม่มั่นคงจากภัยพิบัติและอาชญากรรม รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน การกีฬาจึงมีบทบาทอย่างมากในการเรียกขวัญกำลังใจของชาวญี่ปุ่นกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่นานนักหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 1995 คุณโนโมะ ฮิเดโอะ มือพิทเชอร์อายุ 50 ได้เปิดตัวในเมเจอร์ลีกของกีฬาเบสบอล และเอาชนะรางวัลรุกกี้แห่งปีมาได้ กลายเป็นการเบิกทางให้กับเพื่อนร่วมชาติได้ไปเล่นที่อเมริกา

ในบรรดาพวกเขานั้น คุณอิจิโร ซุซุกิ ซูเปอร์สตาร์อายุ 45 ผู้เคยเข้าร่วมกับทีม Seattle Mariners ในปี 2001 ได้คว้ารางวัลความสำเร็จไปหลายรายการ รวมไปถึงสถิติการตี 262 ครั้งใน 1 ฤดูกาลของ MLB เมื่อปี 2004 ในปีนี้เขาก็ได้ลดม่านลงมาเพื่อปิดฉาก 28 ปีแห่งการทำงานของเขา ในปีสุดท้ายของยุคเฮเซ

แชมป์เหรียญทองโอลิมปิคสเก็ตลีลา 2 สมัย ฮะนิว ยุซุรุ อายุ 24 ปี กลายเป็นคนดังขึ้นมา โดยเฉพาะในแถบบ้านเกิดของเขา ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อ 8 ปีที่แล้ว

ในีป 2011 ทีม Nadeshiko Japan เอาชนะทีมชาติหญิงสหรัฐ ในรอบสุดท้ายของการแข่งขัน FIFA Women’s World Cup และกลายเป็นทีมฟุตบอลหญิงทีมแรกของเอเชีย ที่ได้ชนะในรายการใหญ่ ซึ่งต่อมาในปี 2015 ญี่ปุ่นก็ได้ล้างตราบาปที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬารักบี้ ด้วยการเฉือนเอาชนะทีมแอฟริกาใต้ไปในศึก World Cup ที่ประเทศอังกฤษ

และในปี 2020 นี้กับการท้าทายครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิคและพาราลิมปิค 2020 แต่รองศาสตราจารย์นิชิดะเตือนว่าไม่ควรใช้เหตุผลนี้มาเป็นการส่งเสริมประเทศไปเสียทั้งหมด ในช่วงต้นรัชศกเรวะนี้

“ท่ามกลางการขาดแคลนเหตุการณ์ในเชิงบวกอื่น ๆ ความเสื่อมโทรมของญี่ปุ่นจากการขาดแคลนจำนวนประชากร และต้นทุนการประกันสังคมที่ลดลง อาจเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ผมคาดว่าทั้งฝ่ายปกครอง และฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้าม จะสามารถร่วมมือกันเพื่อสร้างข้อเสนออันเป็นรูปธรรม” สำหรับใช้พุ่งเข้าชนกับความท้าทายที่อยู่ข้างหน้าไปได้ รองศาสตราจารย์นิชิดะ กล่าว

Source: JapanToday
Image: REUTERS