คำเตือนเนื้อหารุนแรง: ข่าวนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมทางเพศ การทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตาย และความตึงเครียดหดหู่ หากพบเห็นบุคคลรอบตัวหรือแม้แต่ตนเองกำลังอยู่ในภาวะดังกล่าว กรุณาติดต่อสายด่วนสุขภาพจิตเพื่อรับคำแนะนำฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 1323

นักพากย์ฟรีแลนซ์หญิงรายหนึ่ง นาม Masaki Phan ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานการพากย์เกมสำหรับผู้ใหญ่ รวมไปถึงงานพากย์ทั่วไป ทั้งให้เสียงบรรยายในรถไฟชินคังเซ็น รายการโทรทัศน์ เป็นต้น เมื่อวันที่ 31 มกราคม เธอได้โพสต์ข้อความลงในบล็อกส่วนตัวของเธอ เพื่อบอกเล่าถึงปัญหาหลายอย่างที่เธอต้องประสบมาตลอดชีวิตการทำงาน 10 ปีของเธอ โดยมุ่งประเด็นไปที่เรื่องราวของการตกเป็นเป้าสนใจในทางเพศจากแฟน ๆ ของเธอ พร้อมกับพาดหัวว่า “เหตุผลที่ Masaki Phan เบื่อ”

คุณมาซากิให้คำจำกัดความตัวเธอว่าเป็นนักพากย์อิสระ ที่เริ่มต้นลงมือพากย์ไป คอสเพลย์ไปเพื่อความสนุกสนานตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นในช่วงปี 2006 ภายใต้ชื่อ “Masaki Phan” ที่เธอได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “Phantom” ในภาพยนตร์อนิเมเรื่อง “คินดะอิจิ กับคดีฆาตกรรมปริศนา” (1996) ในระหว่างที่เธอกำลังสนุกกับชีวิตวัยรุ่นที่ชอบวาดรูป เขียนนิยาย พากย์เสียง และคอสเพลย์ลงบล็อกของเธอใน Geocities อยู่นั้นเอง วันหนึ่งเธอได้รับอีเมล์จากช่องทางติดต่อที่เธอลงเอาไว้ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งมาพร้อมกับข้อความว่า “รูปของคุณ Phan มันลามกมาก ผมเลยช่วยตัวเองกับรูปของคุณไปแล้ว”

ซึ่งต่อมาเธอก็ได้ฟังจากเพื่อนของเธอว่ามีคนเอาลิงก์ของเว็บไซต์ที่ลงรูปคอสเพลย์ของเธอ ไปโพสต์ไว้ในเว็บไซต์ 2ch หรือเว็บไซต์กระดานสนทนาแบบไม่เปิดเผยตัวตน ในตอนนั้นเธอยังไม่เข้าใจว่า 2ch คืออะไร หรือแม้แต่อะไรคือการ “ช่วยตัวเอง” หลังจากที่ได้รับรู้ความหมายที่แท้จริงของมันว่าคือการสำเร็จความใคร่ ซึ่งกระทำต่อรูปภาพของเธอ โดยชายที่เธอก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า นั่นคือความกลัวต่อผู้ชายครั้งแรกที่เธอได้สัมผัส แม้เธอจะรู้ว่าหากเป็นปกติควรจะไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังชื่อปลอมในอินเตอร์เน็ตนั้น แต่ก็รู้สึกขยะแขยงเกินไปที่จะทำ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “พื้นที่” ที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อไว้แสดงความสามารถในการวาดภาพ แต่งนิยาย พากย์เสียง และคอสเพลย์ เพื่อความสนุกสนานได้พังทลายลงไปแล้ว

สิ่งที่เธอทำอย่างแรกคือการหนี ด้วยการเปลี่ยนชื่อในอินเตอร์เน็ต เพื่อตัดไม่ให้โยงมาถึงชีวิตจริงของเธอได้ ทว่าภาพถ่ายคอสเพลย์ของเธอนั้นยังคงอยู่บนอินเตอร์เน็ตต่อไป และกลายเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับเธอว่าอะไรก็ตามที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปในอินเตอร์เน็ตแล้ว ต่อให้ลบอย่างไรมันก็ไม่สามารถถูกลบไปจนหมดสิ้นได้ จากนั้นมาเธอจึงไม่อัพโหลดรูปของเธอในชื่อของ “Masaki Phan” อีกเลย

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เธอยังคงต้องรับมือกับข้อความไม่พึงประสงค์ที่ถูกส่งมาอยู่เรื่อย ๆ ใน Skype ของเธอนั้นเต็มไปด้วยข้อความทำนองคุกคามทางเพศ การคอลทางสไกป์ที่ปลายทางเป็นเสียงหายใจหอบแรง รวมไปถึงวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศ ล้วนถูกส่งมาหาเธออยู่เนือง ๆ ทำให้เธอประกาศเลิกคอสเพลย์ และงดการติดต่อกับแฟนคลับของเธอไประยะหนึ่ง และเธอยังยอมรับด้วยว่าเรื่องราวเหล่านี้ทำให้เธอหมดสนุกไปกับการพากย์เสียง หรือแม้แต่กับวงการโอตาคุไปเลย

ไม่เพียงแค่นั้น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คุณมาซากิเลือกที่จะอยู่ในสายงานอินดี้มาเป็นเวลานาน เธอบอกเล่าว่าทุกวันนี้งานนักพากย์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเลี้ยงปากท้องได้ จึงจำเป็นจะต้องสร้างบุคลิกด้วยการออกสื่อบ่อย ๆ ไปร่วมงานอีเวนท์ จัดคอนเสิร์ต แต่เธอก็พบว่ามันยากเกินไปที่จะทำแบบนั้น

ในโลกของนักพากย์อินดี้ คุณมาซากิสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเปิดเผยหน้าจริง และสร้างกลุ่มแฟนคลับที่ติดตามเสียงของเธออย่างเดียวโดยไม่ต้องเห็นหน้าจริงขึ้นมาได้ กระทั่งเธอได้สำเร็จการทำ ASMR หรือการใช้เสียงเพื่อช่วยให้ผู้ฟังผ่อนคลายเวลานอนหลับได้ ยิ่งทำให้เธอมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นอีก พอ ๆ กับคนที่หลงรักเธอเข้าจริง ๆ

คุณมาซากิยังเล่าต่ออีกว่า มีแฟน ๆ หลายคนส่งข้อความมาขอคบ หรือชวนไปเดท จนเธอต้องสร้างเส้นกั้นระหว่างเธอกับลูกค้าให้ไม่ต้องติดต่อกันโดยตรง เพราะบางคนที่ติดต่อเข้ามาก็มีประเภทที่อ้างเรื่องงานบังหน้า แต่จริง ๆ คือต้องการเข้าถึงตัวจริงของเธอด้วยจุดประสงค์ในเชิงชู้สาวเช่นกัน

เธอกล่าวว่าในกรณีที่มีลูกค้าเข้ามาสารภาพรักกับเธอนั้น เธอเองเป็นฝ่ายผิด เพราะตัวเธอเองควรจะทำอะไรสักอย่างที่มากกว่าการปฏิเสธอย่างอ่อนโยน ในตอนที่เธอรู้ตัวว่าจุดประสงค์ของลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าในการนัดพบกัน ไม่ใช่เพื่องานเพียงอย่างเดียว แม้เธอจะไม่ได้ระบุตัวลูกค้า แต่ชาวทวิตเตอร์ก็ยังขุดไปจนพบความน่าจะเป็น ว่าลูกค้าคนที่เธอกล่าวถึงนั้นอาจจะเป็นเซอร์เคิล “Voice Lover” ที่เคยมีกรณีคุกคาม ข่มขู่ ขืนใจเหล่านักพากย์ให้ยอมรับงาน ซึ่งหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายคราวนั้นก็มีคุณมาซากิอยู่ด้วย

โดยชายผู้เป็นประเด็นคนดังกล่าวนั้น คุณมาซากิกล่าวว่าเขาขึ้นชื่อในเรื่องการล่าผู้หญิง ซึ่งในกลุ่มนักพากย์หญิงเองก็มีเครือข่ายลับเอาไว้เพื่อแชร์ข่าวสารในวงการอุตสาหกรรมนี้ต่อกันเพื่อป้องกันตัว เพราะนักพากย์หญิงเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่อ่อนแอ จึงต้องมีการสร้างเครือข่ายข่าวสารกันขึ้น เพื่อไม่ให้มีนักพากย์หญิงคนไหนต้องกลายเป็นเหยื่อในอุตสาหกรรมนี้

คุณมาซากิยังกล่าวอีกว่าเวลาที่เธอตอบปฏิเสธข้อความบอกรักเหล่านั้นไป อีกฝ่ายมักตอบกลับด้วยการก่อกวน และบอกให้เธอไปตายเสีย ต่อให้เธอบล็อกพวกเขาไป พวกเขาก็สร้างบัญชีขึ้นมาใหม่เพื่อมาขอโทษ แล้วก็ไล่เธอให้ไปตายอีก แฟนคลับบางคนมีการแอบติดตามดู “รายการสิ่งของที่อยากได้ (Wishlist)” ของเธอบนเว็บไซต์ Amazon จากนั้นก็ซื้อส่งมาให้เธอโดยที่ไม่เคยได้ร้องขอเลยสักครั้ง พร้อมกับมาบังคับให้เธอยอมคบกับพวกเขาจากสิ่งที่พวกเขาทำให้เธอ หรือไม่ก็ส่งวิดีโอตัดพ้อทำนองว่า “ถ้าคุณไม่คบกับผม ผมจะฆ่าตัวตาย” พร้อมกับกรีดข้อมือโชว์ในคลิป

หลายปีที่คุณมาซากิไม่เคยเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ต่อสาธารณะ หรือแม้แต่บอกเล่ากับเหล่าเพื่อนผองนักพากย์หญิงด้วยกัน เธอบอกว่าตัวเธอต้องหลบไปร้องไห้คนเดียว เป็นแบบนี้ซ้ำไปมาอยู่หลายปี

อย่างไรก็ดี คุณมาซากิกล่าวว่าเธอเองก็ได้รับแรงใจจากแฟน ๆ อยู่เหมือนกัน ในตอนที่เธอดิ่งจนถึงจุดต่ำสุด เธอได้รับคำชมจากเหล่าแฟนเกมโป๊ที่ชื่นชอบในเสียง และทักษะการแสดงของเธอโดยไม่สนอย่างอื่น สิ่งนี้เป็นเหตุผลให้เธอยังคงสู้ต่อ และเข้าเรียนในโรงเรียนสอนพากย์ หาต้นสังกัดอยู่อย่างเป็นที่เป็นทาง กระนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดของเธอเลย เนื้อหาในบล็อกยังกล่าวถึงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของเธอที่ต้องพบนอกวงการนักพากย์ เช่นปัญหาเรื่องเพื่อนฝูง การลงทุนล้มเหลว และเรื่องที่เกือบถูกข่มขืนโดยอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน ที่ทำให้เธอหยุดรับงานพากย์บทตัวละครในฉากข่มขืนไปพักใหญ่ ซึ่งทำให้เธอเสียงานจากต้นสังกัดไปในที่สุด

ทุกวันนี้ คุณมาซากิกล่าวว่าเธอรู้สึกโดดเดี่ยว ในช่วงท้ายของโพสต์นี้เธอกล่าวว่า “ฉันอยากให้โลกใบนี้เปลี่ยนไป สักวัน อาจจะมีปาฏิหาริย์หล่นลงมาจากฟ้าก็ได้ นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันปรารถนา ในขณะที่ฉันกำลังมีชีวิตอยู่ทั้งที่ข้างในตายไปแล้วนี้”

แม้จะจบโพสต์ของวันที่ 29 มกราคม ไปแบบเศร้า ๆ แต่ในวันถัดมา วันที่ 30 มกราคม เธอก็ได้โพสต์ลงบล็อกอีกครั้ง เพื่อบอกว่าเธอนั้นไม่อยากให้ทุกคนที่อ่านโพสต์เมื่อวานคิดว่ามันเป็นเรื่องเศร้า และขอให้มันจบตรงนั้น ตัวเธอยังไม่ออกจากวงการ และยังคงมีความหวังจากแฟน ๆ มอบให้เธออยู่

“ถึงมันจะเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจสุด ๆ ก็เถอะ แต่เสียงของคนที่แอนตี้มันจะดัง และมักจะไปถึงหูของคนที่พวกเขาเกลียดอยู่เสมอ มันน่าเศร้าตรงนี้ แต่ก็มีหลายครั้งที่เสียงให้กำลังใจจากแฟน ๆ มันเงียบเสียจนบอกไม่ถูกว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า ฉะนั้นอยากให้เลิกคิดว่า “ฉันไม่ต้องเชียร์ก็ได้ เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เชียร์เอง” และหันมาส่งเสียงเชียร์ด้วยตัวเอง ถึงจะน้อยแต่ฉันก็ดีใจสุด ๆ แล้ว ถึงจะไม่สามารถตอบกลับได้ทุกข้อความ แต่ข้อความที่ส่งมาถึงก็ยังเหลืออยู่ในใจฉัน กลายเป็นพลัง อยากให้เชียร์กันด้วยพลังแบบนี้ค่ะ”

Source: Phan Masaki’s Note.mu account (Link 2) via Yara-on!, ANN