บังเกิดเป็นเรื่องขึ้นมาทันที เมื่อครูประจำชั้นบอกว่าหากเธอไม่ชอบถูกติดตามพฤติกรรมออนไลน์ ก็ลาออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้เสีย

ปีการศึกษาใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ญี่ปุ่น นั่นแปลว่าเป็นการเริ่มต้นของอะไรใหม่ ๆ พบเพื่อนใหม่ เรียนรู้เรื่องใหม่ และกฎระเบียบงี่เง่าข้อใหม่ ๆ ของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนของผู้ใช้ทวิตเตอร์นาม @asanansonsi ก็เข้ากับกรณีอย่างหลัง ดังที่เธอได้แชร์ภาพถ่าย ที่เมื่อเห็นแล้วชวนให้สงสัย พลางหงุดหงิดไปพร้อมกันได้

จากข้อมูลของคุณ @asanansonsi บอกว่าเธอนั้นกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 ที่โรงเรียนของเธอเพิ่งออกกฎควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียของนักเรียน ที่จะมีการเก็บข้อมูลว่านักเรียนแต่ละคนนั้นใช้แอพพลิเคชัน Line, Instagram, Twitter, Facebook หรืออุปกรณ์โซเชียลมีเดียอื่น ๆ หรือไม่ และสอบถามว่านักเรียนแต่ละคนนั้นมี “จำนวนเพื่อน” กี่คน อยู่ในโซเชียลมีเดียแต่ละเจ้า

อาจดูน่ารำคาญ แต่พอเข้าใจได้ว่าในฐานะผู้ให้การศึกษานั้นอย่างน้อยต้องควรระวังวิถีชีวิตของเหล่าวัยรุ่นในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังบูมอย่างเช่นในช่วงสิบปีมานี้ แต่ยังมีกฎอีกข้อหนึ่งที่ต่างออกไป และน่าขยะแขยงผิดจากข้อแรก ซึ่งเป็นกฎที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“สำหรับนักเรียนที่ตอบว่าตนมีบัญชีโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผ่านทางการใช้โซเชียลมีเดีย ทางโรงเรียนจะจัดให้มีสายตรวจออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น นักเรียนจะต้องระบุชื่อ ID ของนักเรียนจากทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แจ้งกับทางโรงเรียน”

หลายคนอาจแย้งว่ามันเป็นการทำหน้าที่ตามปกติของโรงเรียนในการปกป้องนักเรียนของตนเอง แต่หากมองให้ชัดกว่านี้ในสิ่งที่กฎของโรงเรียนข้อนี้กำลังบังคับ คือการขอชื่อ ID ของนักเรียน โดยไม่ใช่เพื่อที่จะคอยส่องว่านักเรียนจะโพสอะไร แต่ยังสามารถนำไปใช้ขุดประวัติการโพสของนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องส่วนบุคคลได้ด้วย ซึ่งคุณ @asanansonsi ที่เป็นนักเรียนชั้น ม.5 อายุ 16 ปี นั้น กำลังบอกว่าสิ่งที่เธอ รวมถึงอีกหลาย ๆ คนโพสไปตามอัธยาศัยในชีวิตประจำวันนั้น วันหนึ่งอาจถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลของโรงเรียนโดยที่เธอ และนักเรียนอีกหลายคนไม่รู้ตัว

เธอโพสต์ทวีตว่า “แบบสอบถามของกฎโรงเรียนข้อนี้มันบ้าบอมาก” เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังมีชาวเน็ตแนะนำให้เธอบอกชื่อปลอมไปแทน แล้วแอบใช้อีก ID หนึ่งตั้งชื่อเป็นใครก็ได้ แล้วใช้งานตามอัธยาศัยเหมือนเดิมไป แต่ก็ต้องมาเจอกับดักอีกชั้นหนึ่งของกฎโรงเรียนฉบับนี้ ที่ว่า

“นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บัญชีในโซเชียลมีเดียที่เป็นชื่ออื่นนอกจากที่แจ้งไว้กับทางโรงเรียน หากพบว่ามีการละเมิดกฎข้อดังกล่าว จะมีผลต่อการพิจารณาพักการเรียน”

เมื่อคุณ @asanansonsi สอบถามไปทางครูเพื่อบอกว่ากฎระเบียบทำนองนี้มันเกินไป ก็ได้รับคำตอบกลับมาในเชิงว่า “การศึกษาชั้นมัธยมไม่ได้อยู่ในหลักสูตรบังคับ ไม่พอใจก็ลาออกไปสิ”

บังคับให้นักเรียนเปิดเผยเรื่องส่วนตัว ห้ามไม่ให้มีอิสระบนอินเตอร์เน็ต แถมยังข่มขู่ให้ละทิ้งการศึกษา
นี่คือสิ่งที่ครูบาอาจารย์ทำได้นอกจากการสอนหนังสือให้ความรู้สินะ

ฟังดูง่ายกว่าทำจริง แม้การศึกษาในระดับชั้นมัธยมจะไม่บังคับให้เรียน แต่การจบเพียงแค่ชั้นประถมก็ปิดประตูเรื่องการหางานในญี่ปุ่นไปได้เลย หากจะซิ่ว 1 ปีเพื่อไปสอบหาโรงเรียนที่ใหม่ ก็จะกลายเป็นตราบาปติดตัวในประวัติการศึกษา คอยประจานตัวเองเวลาไปหางานทำว่าเคยซิ่วมาก่อน

อย่างไรก็ดี ยังพอมีเรื่องดี ๆ อยู่บ้าง สังเกตได้ว่าในข่าวนี้เราไม่มีการโพสภาพ หรืออะไรที่โยงไปยังทวิตเตอร์ต้นเรื่องของคุณ @asanansonsi เลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นเพราะเจ้าตัวได้ตั้งค่าให้ทวิตเตอร์แสดงผลเป็น private (ส่วนตัว) นั่นแปลว่าเธอก็ยอมรับและทำตามในกฎระเบียบของโรงเรียน ด้วยการให้ชื่อบัญชีไป แต่ก็ปิดไม่ให้มองเห็นอะไรเลย เท่านี้ความเป็นส่วนตัวก็จะถูกปกป้องไว้ ไม่ให้ใครที่ไม่อยากให้เขาดู คอยมาตามส่องตามเช็คได้

Source: Twitter/@asanansonsi via SoraNews24
Images: Irasutoya