เมื่อโหมทำงานจนเผลอหมดสติไปกลางถนน หลังออกจากโรงพยาบาล สิ่งที่ลูกจ้างคนนี้ทำคือการร้องเรียน black company

เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ผู้ช่วยฝ่ายผลิตของสตูดิโอ Madhouse ได้เข้าร้องเรียนต่อสหภาพแรงงาน และได้เริ่มกระบวนการเจรจาต่อรองกับทางสตูดิโอ โดยผู้ช่วยที่ไม่ระบุนามคนนี้ได้ทำการเรียกร้องการชดเชยในส่วนที่เขาทำงานล่วงเวลา แต่ไม่ได้รับการจ่ายค่าแรง รวมถึงต้องการการขอโทษจากการถูกกดขี่ทางอำนาจหลากหลายทาง ทาง Bungei Shunju Online ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ผู้ช่วยคนดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาลงลึกถึงสถานะภาพในองค์กรที่ทำให้เขาต้องออกมากระทำการเช่นนี้

โดยเขาได้อธิบายว่า “ในช่วงเวลาเร่งรีบ ผมมักจะต้องทำงานถึง 393 ชั่วโมงต่อเดือน” โดยกฎหมายของญี่ปุ่นนั้นอนุญาตให้สามารทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 100 ชั่วโมงต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งชั่วโมงทำงานของเขาถือว่าเกินที่กฎหมายกำหนดไว้เยอะมากเลยทีเดียว

และเขายังได้มีการพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเข้าโรงพยาบาลจากการทำงานมากเกินไปไว้ว่า…

“ผมได้ทำในส่วนตอนหลัง ๆ ของซีรีส์ ซึ่งสตอรี่บอร์ดเสร็จก่อนกำหนดฉายแค่ 1 เดือน ทำให้เราต้องบีบตารางการทำงานจากเดิม 3 เดือนให้เหลือแค่ 1 เดือน และในช่วงเวลานั้นผมถึงขนาดต้องนอนที่สตูดิโอต่อเนื่อง 3 วัน และกลับไปบ้านเพียงเพื่ออาบน้ำเท่านั้น”

“มันเป็นช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเช้า หลังจากที่ผมกลับมาถึงอพาร์ทเมนท์ในวันหนึ่งด้วยความหิวโซ เหน็ดเหนื่อย และเครียดในทุกๆ เรื่องที่ผมต้องทำ ส่งผลให้ผมล้มลงกลางถนน ตำรวจที่บังเอิญขี่จักรยานผ่านมาพอดีมาพบผมและช่วยเรียกรถพยาบาลมาให้ เมื่อผมตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนว่า “โอ้ ทำงานมากไปเหรอ” ผมได้รับการฉีดดริปวิตามินเล็ก ๆ น้อย ๆ และจ่ายค่ารถพยาบาลไป 10,000 เยน ก่อนจะกลับบ้านทั้งอย่างนั้น”

หลังจากที่เขาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นไปทางสตูดิโอ ทางสตูดิโอก็บอกให้เขาหยุดพักได้หนึ่งวัน แต่เพราะนั่นเป็นช่วงเวลา 1 อาทิตย์ก่อนกำหนดฉาย ทำให้เขาต้องกลับไปทำงานในวันถัดมา อย่างไรก็ตามเขานึกได้ว่าผู้กำกับอนิเมชั่นยังคงขอให้วาดใหม่จนถึงท้ายที่สุดเพื่อให้งานออกมาเป็นไปตามมาตรฐาน และเมื่องานเสร็จเรียบร้อยในระดับที่ผ่านมาตรฐานแบบคาบเส้น แม้จะต้องแลกกับเวลานอนของทุกคน แต่ทางเบื้องบนก็สรุปภาพรวมแค่ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรถูกการรายงาน หรือแก้ไข

หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้นเขาก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Psychogenic Reaction และหลังจากเข้ารับการรักษาอยู่สองเดือนในขณะที่ยังคงทำงานไปด้วย อาการของเขาจึงฟื้นตัว และได้เข้าร้องเรียนกับ สหภาพ Black Company สหภาพแรงงานที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและสนับสนุนแรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

Mayo Clinic ได้อธิบายโรค Psychogenic Reaction (หรือเรียกอีกอย่างว่า Functional Neurologic Disorder/ Conversion Disorder) ไว้ว่าเป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบประสาท “ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิธีทางประสาทวิทยา หรืออาการทางแพทย์อื่น ๆ ได้ แต่ถึงแบบนั้นกลุ่มอาการนี้ก็มีอยู่จริง และมีผลต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมากทั้งทางจิตใจและการทำงานของร่างกาย” โดยแต่เดิมโรคนี้เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อโรคว่า “ฮิสทีเรีย” ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถเดิน กลืน มองเห็น หรือได้ยินได้ชั่วเวลาหนึ่ง และความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่เหมือนกันคือผู้ป่วยเมื่อเกิดอาการจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้

ในขณะเดียวกัน ผู้ช่วยรายนี้มีเงินค่าจ้างล่วงเวลาที่ทางบริษัทติดค้างจ่ายเขาไว้อยู่ที่ 3,000,000 เยน ตามรายงานของ Sakakura Shohei นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิของแรงงานได้ระบุว่า Madhouse มีการกำหนดเพดานการจ่ายค่าล่วงเวลาไว้ที่ 50 ชั่วโมง

“หากคุณทำงานล่วงเวลามากกว่า 50 ชั่วโมง คุณก็จะไม่ได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีกแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามกฏข้อนี้ไม่ได้ถูกชี้แจงให้ลูกจ้างคนใดได้ทราบก่อนที่จะเข้าทำงานแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่คำนวนดูแล้ว เราเชื่อว่าเขามีสิทธิที่จะได้รับการจ่ายค่าแรงล่วงเวลาอยู่ที่ 3,000,000 เยน”

ผู้ช่วยคนนี้ได้กล่าวอีกว่าเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นกับเขานี้ไม่ได้มีแค่ที่เพียงที่ Madhouse เท่านั้น “สำหรับงานผู้ช่วยฝ่ายผลิตนั้น ยิ่งในการทำงานกับซีรีส์ที่ฉายทางโทรทัศน์แล้วมักจะต้องทำงานมากกว่า 100-200 ชั่วโมงต่อเดือน ยิ่งกับสตูดิโอรับเหมานั้นพวกเขายังไม่มีแม้แต่บัตรลงเวลาเพื่อบันทึกเวลาการทำงานของลูกจ้างด้วยซ้ำ”

เขายังได้กล่าวอีกว่าการที่เขาออกมาเรียกร้องแบบนี้ เขาก็เป็นกังวลเหมือนกันว่าเขาจะสูญเสียโอกาสในการได้เลื่อนตำแหน่งไป แต่เขาก็คิดว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น อย่างเช่นเมื่อปี 2010 ก็เคยเกิดเหตุผู้ช่วยฝ่ายผลิตที่ทำงานให้กับสตูดิโอ A-1 Pictures ฆ่าตัวตายมาแล้ว ซึ่งสำนักงานมาตรฐานแรงงานชินจูกุก็ได้ระบุว่าสาเหตุมาจากการทำงานมากเกินไป ผู้ช่วยฝ่ายผลิตของ Madhouse คนนี้จึงหวังที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบเดียวกันขึ้นอีก

“ผู้คนมักถามผมว่ากำลังพยายามจะทำลาย Madhouse รึเปล่า แต่ว่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมแค่ต้องการสภาพในการทำงานที่ดีขึ้นเท่านั้น”

Studio Madhouse ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1972 โดยอดีตอนิเมเตอร์ของ Mushi Pro ได้แก่ Maruyama Masao, Dezaki Osamu, Rintaro และ Kawajiri Yoshiaki โดย Maruyama ได้ออกจากบริษัทไปตั้งแต่ปี 2011เพื่อก่อตั้ง MAPPA โดย Madhouse เป็นที่รู้จักกันดีจากผลงานมากมายไม่ว่าจะเป็น Card Captor Sakura, Death Note และซีซั่นแรกของ One-Punch Man ฯลฯ

Source: Bungei Shunju Online via ANN