เพื่อนๆ บางคนอาจจะเคยได้ยินหรือรู้จักกับ Otaku Coin กันมาบ้างแล้ว ในครั้งนี้ก็มีบทสัมภาษณ์โดยคุณ Naoki Shibata ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นกับ Hajime Ataka ผู้ร่วมริเริ่มโปรเจค Otaku Coin ถึงวิสัยทัศน์ในการทำโปรเจคนี้ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนวงการอนิเมะจากคนทั่วโลก

วิสัยทัศน์ของเราคือ การสร้างประเทศเสมือนจริง สำหรับโอตาคุ 20 ล้านคนจากทั่วโลก

Shibata: ได้ข่าวว่าคุณเพิ่งสร้างบริการ Blockchain ตัวใหม่ ที่ใช้ชื่อว่า Otaku Coin ช่วยอธิบายคร่าว ๆ ให้เราฟังหน่อยว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร?

Ataka: เอาง่าย ๆ คือเราอยากสร้างสกุลเงินชุมชนที่สามารถใช้ในประเทศแห่งโอตาคุ ซึ่งทาง Tokyo Otaku Mode ได้มีแนวคิดที่จะสร้างสกุลเงินสำหรับแฟน ๆ อุตสาหกรรม และชุมชน จากนั้นจึงนำไปเชื่อมต่อกับอีกหลาย ๆ บริษัทคู่ค้าของเรา

“องค์กรที่มีส่วนร่วม”
“องค์กรชั้นนำหลายเจ้าเข้าร่วมมือในครั้งนี้”

นี่คือบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับเราส่วนหนึ่ง ซึ่งรวมไปถึง Hakuhodo และ Rakuten ที่มาด้วยกัน เว็บไซต์ข่าวอนิเมที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ Anime! Anime! และแน่นอนว่า Tokyo Otaku Mode ก็อยู่ในนั้นเช่นกัน

ผมต้องขอโทษถ้ามันหนักไปหน่อย แต่จนถึงตอนนี้ ผู้คนเราดำรงอยู่ในรูปแบบทางกายภาพที่ถูกจำกัดไว้ด้วยพรมแดนของชาติ ขอบคุณอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมทุกสิ่งเข้าหากัน ทำให้เส้นแบ่งเขตไม่ได้ถูกกำหนดโดยใคร หรือประเทศไหน ๆ อีกต่อไป หากแต่เกิดจากความสนใจ และความชื่นชอบต่างหาก

ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุ เงินที่รัฐบาลเก็บในรูปแบบของภาษี ถูกนำมาใช้สำหรับสวัสดิการและบริการสังคม ลองนึกถึงประเทศที่เต็มไปด้วยผู้คนที่รักอนิเม มังงะ และวิดีโอเกม พวกเขาอาจต้องการใช้เงินเพื่อสร้างโปรเจ็กต์อะไรสักอย่างที่น่าตื่นเต้นต่อไปเรื่อย ๆ ปัญหาในตอนนี้คือผู้สร้างสรรค์กลับไม่ได้มีรายได้มากมายอะไรนัก ดังนั้นหากเราสามารถใช้เงินภาษีเพื่อสนับสนุนพวกเขาได้ มันคงเป็นเรื่องที่ดี

แนวคิดนี้คือการสร้างประเทศของคนที่มีใจเดียวกัน กล่าวคือการสร้างประเทศในระบบคลาวด์ ขึ้นเป็นประเทศของโอตาคุ ใช้สกุลเงินของตนเอง มันคงเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม และบ้าบอในเวลาเดียวกัน

Shibata: หลายคนอาจไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความคิดที่ดีสำหรับผม นอกจากนี้ ในกรณีขององค์กรคุณที่มีแฟนคลับทั่วโลกมากกว่า 20 ล้านคนบน Facebook รวมถึงลูกค้าต่างประเทศที่ซื้อฟิกเกอร์และสินค้าอื่น ๆ จากร้านค้าออนไลน์ของคุณ ผมจึงคิดว่าคุณกำลังจะเริ่มต้นจากตำแหน่งที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์เลย

“สเกลของตลาดอนิเม” “เท่ากับประเทศหนึ่ง”

Ataka: สำหรับขนาดตลาดของเรา การที่มีแฟนคลับกว่า 20 ล้านคน เทียบเท่ากับประชากรของประเทศโรมาเนียเลยทีเดียว

Shibata: เพื่อให้เห็นภาพ นั่นคือแฟน 20 ล้านคนในหน้า Facebook ของ Tokyo Otaku Mode

Ataka: ถูกต้องครับ ยังไม่พอ จาก “รายงานอุตสาหกรรมอนิเม” ที่ตีพิมพ์รายปี บอกเราว่าอุตสาหกรรมอนิเมมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านเยน เมื่อคุณเพิ่มมังงะและวิดีโอเกมเข้าไป มูลค่าของมันก็จะมีแต่เพิ่มขึ้น ในแง่ของ GDP และประชากรนั่นคือขนาดของชุมชนอนิเมทั่วโลก ดังนั้นหากเราสามารถสร้างประเทศใหม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะมีสกุลเงินตราชุมชนเช่นกัน

Shibata: ตามนั้นเลย มันวิเศษจริง ๆ

Ataka: ด้วย Blockchain เราสามารถทำให้เป็นจริงได้ แต่อย่างที่เรารู้กัน เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างเมื่อปีที่แล้วแสดงให้เห็นว่าสกุลเงินคริปโต รวมถึง Blockchain ก็ยังมีความเสี่ยง

ในเวลานี้ ยังมีข้อกังขาอยู่ทั้งในอุตสาหกรรมและในหมู่แฟน ๆ (หัวเราะ) คุณไม่สามารถสร้างสกุลเงินจากสิ่งที่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอได้ ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้คือการรณรงค์ให้ข้อมูลทั้งในอุตสาหกรรมและในหมู่แฟนคลับ ตัวอย่างเช่นสตูดิโอหลายแห่งที่มีประวัติศาสตร์ในการผลิตอนิเมมาอย่างยาวนาน ไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือบริษัท ไอทีใดสามารถเชื่อมต่อกับพวกเขาเข้ากับข้อมูลตรงนี้ ที่เกี่ยวกับ Blockchain และสกุลเงินคริปโต ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่จะเข้าใจได้ ดังนั้นจึงดูออกได้ไม่ยากนักว่าเหตุใดพวกเขาถึงยังคงกังวลกับเรื่องนี้

มีคนกล่าวว่าเกาหลีสามารถครองตลาดทีวีจอแบนได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมาชนะปริมาณผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่น ซึ่งมีจำนวนอยู่มาก และได้รับความนิยมไปทั่วโลก เราเป็นคนญี่ปุ่น เราต้องการปกป้องผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นที่เราภาคภูมิใจ อนิเม มังงะและเกม คือสิ่งที่เราอยากเห็นมันกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในระดับสากล ผมเชื่อว่าคุณค่าที่แท้จริงของ Blockchain จะได้รับการพิสูจน์โดยชุมชนของแฟน ๆ โดยไม่มีเขตพรมแดนของประเทศมาขวางกั้น

“การค้นพบ Otaku Coin”
“Otaku Coin ที่เป็นเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงประเทศ”

หากเราสามารถทำให้การไหลของข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นบนเว็บไซต์ การเคลื่อนไหวของมูลค่าผ่านทาง Blockchain ก็จะง่ายขึ้น และมูลค่าก็จะเคลื่อนตัวไปได้ง่ายขึ้นทั่วโลก หากอุตสาหกรรมและชุมชนนี้ต้องการจะบรรลุเป้าหมายนี้ให้ได้ Otaku Coin คือขั้นตอนแรกของมัน

Shibata: ใช่ มันน่าสนใจใช่ไหมล่ะ มันโน้มน้าวใจสุด ๆ

Ataka: เรามีนัดพูดคุยเรื่องนี้กันทุกวันเสาร์ กับกลุ่มคนที่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน ในการนำแผนนี้ไปใช้ (หัวเราะ)

Ataka: ผมต้องบอกเพิ่มเติมว่า หากเราเรียกสิ่งนี้ว่าประเทศ เราก็ต้องเริ่มมองหาพลเมือง ซึ่งทุกวันนี้มันง่ายพอที่จะค้นหาพวกเขาเจอเพียงแค่ใช้แอพสมาร์ทโฟน นั่นเป็นเหตุผลที่เราเปิดตัวแอพ Otaku Coin เมื่อปลายปีที่แล้ว

เริ่มต้นจากการที่ไม่มีใครเชื่อเราเลย เอาง่าย ๆ เราคิดว่าหากเราพูดไปว่า “โปรดพิจารณาการเข้าเป็นพลเมืองเพื่อแลกกับ Otaku Coin เถอะครับ” เราคงได้คนมาลงทะเบียนล่วงหน้ากว่าหมื่นไปแล้ว แต่เราก็ได้คนในจำนวนเท่านั้นตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะ!

Shibata: คุณเสนอไปกี่เหรียญ?

Ataka: 3,000 เหรียญต่อคน

Shibata: 3,000 เหรียญ คูณด้วยคน 10,000 คน?

Ataka: ใช่ ที่เรามีทั้งหมดคือหนึ่งแสนล้านเหรียญ แปลว่าเราจ่ายไป 30 ล้าน โดยแตกเป็น 10,000 หน่วย เราพบว่า 60% มาจากญี่ปุ่นและอีก 40% จากต่างประเทศ แนวคิดของแอพคือคุณสามารถส่งข้อความสนับสนุนไปยังสตูดิโอที่สร้างอนิเมได้ ซึ่งสิ่งที่เจ๋งที่สุดของมันคือข้อความส่วนใหญ่มาจากแฟน ๆ ที่อยู่ในต่างประเทศ

ออกสกุลเงินชุมชน โดยไม่พึ่งการ ICO

Shibata: Otaku Coin เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยม และงดงาม แต่จะไม่รู้สึกว่ามันเป็น ICO ใช่ไหม?

Ataka: เราไม่ได้ทำ ICO เราอยากให้มันไหลเวียนไปในชุมชนของเราแบบปกติ บางทีอาจจะคล้ายไอเดียการ “สะสมแต้ม” ก็เป็นได้

แต่ในกรณีของการสะสมแต้ม คุณมีร้านค้าอย่าง Rakuten ที่มี T-Points ที่ต้องดูแลจัดการโดยระบบฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ขององค์กรเอง แต่ด้วยระบบ Blockchain นี้ จะทำให้มีมากกว่าหนึ่งองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถใช้มันเพื่อชำระจับจ่ายสินค้าต่าง ๆ ได้ทุกอย่างทั่วทั้งชุมชน

Shibata: ใครเป็นผู้ออกเงินทุนสำหรับระบบสะสมแต้ม

Ataka: ณ ตรงนี้เราไม่มี “เงินทุน” ให้พูดถึงด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ Bitcoin สินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดคือความน่าเชื่อถือในตัวสกุลเงินเอง

ตัวอย่างเช่น หากเรากำลังพูดถึง Tokyo Otaku Mode เราขายสินค้าโอตาคุอยู่ประมาณ 40,000 รายการ ซึ่งสินค้าเหล่านั้นเราตั้งให้สามารถแลกเปลี่ยนด้วยแต้มในอัตรา 1 แต้มต่อ 1 เยน และกับองค์กรอื่น ๆ ก็เช่นกัน อย่างค่าเข้างานอีเวนท์เป็นเงิน 2,000 เยน เราก็เปลี่ยนให้ใช้แต้มจำนวน 2,000 แต้มเพื่อแลกบัตรเข้างาน วิธีนี้จะทำให้ผู้คนเห็นคุณค่าของมัน เมื่อไรที่คนเราใช้แต้ม เขาจะเห็นว่าตัวพวกเขาเองนั้นมีคุณค่าพอสำหรับอะไรบางอย่าง อย่างแน่นอน

Shibata: ดังนั้น แนวคิดของคุณคือการวางจำหน่ายสินค้าที่มูลค่าของมันจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าซื้อมันไป?

Ataka: ใช่ครับ ถูกต้องเลย ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่ตัวสินค้าเป็นวัตถุ แต่กับการบริการก็เช่นกัน และมันไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจ แต่เป็นชุมชน ที่แฟน ๆ จะได้รับกำไรเช่นกัน

ดังที่กล่าวไว้ ในกรณีของผู้ค้าปลีก หากคุณรับชำระเป็น Otaku Coin แต่ไม่สามารถเปลี่ยนมันเป็นเงินสดเพื่อนำไปจับจ่ายใช้สอยต่อได้ แต่แล้วก็ไม่มีมาตรการใดมาป้องกันอย่างเป็นทางการภายใต้กฎหมายและแนวทางที่กฎหมายญี่ปุ่นบัญญัติไว้ ฉะนั้นมันอาจจะเป็นไปได้ หากเราสามารถจัดการตรงนี้ได้ พวกบริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินอย่าง bitFlyer หรือ Coincheck จะยอมรับ Otaku Coin ให้สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อนำมาหมุนเวียนในธุรกิจต่อไปได้

Shibata: ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจสกุลเงินคริปโต และหลังจากได้เห็นการออกสกุลเงินคริปโตจำนวนมาก ก็ไม่ค่อยได้เห็นสกุลเงินคริปโตใดที่ไม่ทำ ICO นี่เป็นจุดที่น่าประทับใจมาก

Ataka: บิทคอยน์เองก็ไม่ได้ทำ ICO เหมือนกันใช่ไหมครับ? นั่นแหละ มันจึงคล้ายกัน

Shibata: อย่างที่คุณพูดเลย บิทคอยน์มันไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน

Ataka: แน่นอน ผู้คนเคยถือบิทคอยน์ จากนั้นมันก็กลายเป็นหัวข้อที่หลายพูดถึง หลังจากที่มีคนซื้อพิซซ่า 2 ชิ้น ด้วย 10,000 บิทคอยน์

ตอนนั้นมูลค่าของบิทคอยน์ยังไม่สูงมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติหากใครบางคนจะแลกเปลี่ยน 10,000 บิทคอยน์ด้วยพิซซ่า 2 ชิ้น อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าบิทคอยน์นั้นมีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วมูลค่าของสกุลเงินก็มาจากความไว้วางใจ และความเชื่อถือที่ได้รับจากผู้คน ยิ่งที่ไหนมีคนเชื่อถือมาก สกุลนั้นก็จะยิ่งมีค่าสูง ดังนั้นแทนที่จะทำ ICO ทิศทางของเราคือการสร้างคุณค่า และทำให้ ICO กลายเป็นสิ่งไม่จำเป็น แม้การทำ ICO อาจถือเป็นการหยิบยืมความน่าเชื่อถือในอีกระดับหนึ่งก็ตาม

Shibata: ผมเห็นด้วยกับคุณนะ ที่ว่า “มูลค่ารวมของสกุลเงิน คือผลรวมของความน่าเชื่อถือ” เป็นคำอธิบายที่ดี

Ataka: สิ่งที่ ICO ทำอยู่เสมอคือการนำเสนอภาพพิมพ์เขียวของยูโทเปียให้ทุกคนเห็น จากนั้นก็เก็บเงินจากทุกคนมาก่อนล่วงหน้า มันคงจะดีหากยูโทเปียได้ถูกสร้างขึ้นมา แต่การทำธุรกิจ หรือการให้บริการ มักไม่ง่ายดายอย่างที่คาดกันเอาไว้

ในกรณีของเรา เราคิดว่าการสร้างคุณค่าโดยการสร้างความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องเป็นวิธีที่ทำได้จริง แน่นอนว่าการมีเงินทุนเยอะ ๆ จากการระดมเอาไว้ล่วงหน้าจะทำให้ธุรกิจเริ่มต้นได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม สมาคม Otaku Coin นั้นตั้งเป้าที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพาร์ทเนอร์, แฟนผลงาน และอุตสาหกรรมอย่างช้า ๆ แต่ลึกซึ้ง และนั่นอาจเป็นทางลัดให้พวกเราแทน

โปรเจ็กต์สัมภาษณ์สตูดิโออนิเม ที่เกิดจากความร่วมมือกันโดยสำนักข่าววงการการ์ตูนทั่วโลก

การขึ้นโครงสร้างด้วย Otaku Coin ที่จะทำให้เหล่าครีเอเตอร์ได้รับผลกำไรตอบแทนกลับมา

Shibata: นอกเรื่องสักนิด ผมได้ยินอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการคืนกำไรให้กับเหล่าครีเอเตอร์ ดังนั้นสมาคม Otaku Coin จะใช้ Otaku Coin เพื่อช่วยเหลือครีเอเตอร์ ให้พวกเขาได้รับผลกำไรตอบแทนมาบ้างใช่ไหม?

Ataka: ผมคิดว่ามันมีอยู่หลายวิธี และหนึ่งในวิธีที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ “การให้ทิปทางสังคม (การบริจาค)”

ตัวอย่างเช่น หากแฟนจากต่างชาติต้องการบริจาคเงิน 100 เยน ให้กับแอนิเมเตอร์หรือครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่น มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากต้องผ่านค่านายหน้ามากมาย ซึ่ง Otaku Coin อาจช่วยได้ แต่ Otaku Coin นั้นไม่จำเป็นต้องเอาไปใช้บริจาคเท่านั้น ซึ่งเราอยากจะใช้ Otaku Coin ในการสร้างอะไรสักอย่างที่มีผลกระทบ และมีพลังต่อแฟน ๆ และต่อตัวอุตสาหกรรมด้วย

ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว เพราะเรามีอินเทอร์เน็ต การถ่ายโอนข้อมูลจึงราบรื่นกว่าที่เคยเป็นมา และด้วย Blockchain การถ่ายโอนมูลค่าจะปลอดภัย และราบรื่นกว่าที่เคยเป็นมาเช่นกัน และสิ่งที่ผมคิดว่ามีผกระทบมากที่สุด คือการที่มันจะเข้าไปช่วยเหลือเหล่าครีเอเตอร์ในการระดมทุนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานได้ เมื่อปีที่แล้วมีหลายบริษัทที่ใช้ ICO เพื่อระดมทุนก่อนเริ่มต้นกิจการ และผมคิดว่าแนวคิดนั้นสามารถนำเอามาใช้ในอุตสาหกรรมอนิเมได้ แปลว่าอนิเมแต่ละเรื่องสามารถระดมทุนของตัวเองขึ้นมาได้ ผ่านทาง Blockchain

Shibata: ถูกต้อง ไม่มีทุน ก็ไม่มีอนิเม

Ataka: ใช่ครับ ปัจจุบันการสร้างอนิเมใหม่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านเยนต่อ 12 ตอน ในมุมมองของบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ เงินทุน 300 ล้านเยนถือเป็นจำนวนที่เยอะมาก

ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่ามันจะปังหรือแป้ก โอกาสที่ผลงานเรื่องหนึ่งจะกลายเป็นที่นิยมนั้นมีเพียง 1 ใน 10 จึงเป็นโมเดลที่มีความเสี่ยงที่สูง และให้ผลตอบแทนสูง ฉะนั้นเพื่อกระจายความเสี่ยงนี้ ทางออกที่มีในปัจจุบันคือ “คณะกรรมการการผลิต”

การระดมทุน 300 ล้านเยนเพื่อสร้างอนิเมจาก 10 กว่าบริษัท แปลว่า 1 บริษัท จะต้องจ่าย 30 ล้านเยนเพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างอนิเมเรื่องนี้ เป็นแบบเดียวกันกับผู้เข้าร่วมทุกคน บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งที่ประกอบธุรกิจด้านเนื้อหา มักจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนคณะกรรมการการผลิต วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าสักเรื่องที่ทำออกมาจะดัง

นี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาด ในการป้องกันความเสี่ยงจากธุรกิจที่มีความผันผวนสูง แต่ด้วย Blockchain เราสามารถมีผู้เข้าร่วมได้ไม่เพียงแค่จากในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีบริษัท, ผู้จัดงานอีเวนท์ หรือแม้แต่แฟน ๆ ทุกคนในต่างประเทศที่สามารถระดมทุนได้ เนื่องจากแฟน ๆ ของอนิเมทุกคนต้องการเห็นผลงานชิ้นต่อไปที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพร้อมที่จะลงทุนและสนับสนุนด้วยความรู้สึกที่ไม่ถูกจำกัดเอาไว้ด้วยผลตอบแทนเป็นตัวเงิน

Anime Expo งานการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ แม้จะมีค่าบัตรเข้างาน แต่ก็มีผู้เข้าร่วมกว่า 350,000 คน ในปี 2018

ดังนั้นถ้าเราบอกว่ามีอย่างน้อย 20 ล้านคนในชุมชนโอตาคุ รวบรวมแค่คนละ 1,000 เยน แค่นี้ก็ได้เงินทุน 2 หมื่นล้านเยนแล้ว ด้วยเงินทุนสนับสนุน และการโหวตของทุกคน ผมคิดว่าการลงทุนในโปรเจ็กต์ที่แฟน ๆ ต้องการนั้น มันสามารถทำไปจนจบได้

มันอาจเป็นความคิดที่คล้ายกันกับการระดมทุน แต่ฉันคิดว่ามันคืออะไรที่ไม่ถึงกับเป็นการระดมทุน เช่นเดียวกับการร่วมลงทุน (VC)

Shibata: เป็นแผนการณ์ที่ดูกระตือรือร้นดี น่าสนใจครับ!

Ataka: ใช่ ผมคิดว่าระบบคณะกรรมการการผลิตที่ใช้กันอยู่ตอนนี้มันทำหน้าที่ได้ดีมาก แต่ก็คิดว่ามันน่าสนใจกว่าถ้าเราสามารถแสดงให้เห็นว่ามันยังมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ด้วยการรวมเทคโนโลยีใหม่เข้ามาไว้ด้วยกัน ท้ายที่สุดผมคิดว่าระบบนิเวศใหม่นี้สามารถสร้างผลกำไรให้กับครีเอเตอร์ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ไม่ปฏิเสธเลย แต่ผมก็คิดว่าแอนิเมเตอร์และครีเอเอร์ในปัจจุบันต้องอดทนเพื่อรอรับงานจากคณะกรรมการการผลิต ดังนั้นพวกเขาจึงถูกมองว่าด้อยกว่าหากเทียบกันในตำแหน่ง

แต่แทนที่จะคอยรับงานจากเขา หากสตูดิโออนิเมสามารถใช้เงินที่เก็บได้โดยตรงจากแฟน ๆ และสามารถไปจ้างวานบริษัทอื่น ๆ เพื่อมาร่วมทำผลงานให้ดีขึ้นก่อนเผยแพร่ออกมา มันจะน่าสนใจ น่าลองทำดูมากกว่าไหม?

Shibata: จริงที่ว่ามีคนจากสตูดิโออนิเม ที่สร้างคุณค่าของผลงานขึ้นมาจริง ๆ

Ataka: ถูกต้อง ครีเอเตอร์คือกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน

ห้องทำงานของสตูดิโอ P.A.Works ภาพจากบทความสัมภาษณ์

Ataka: ในแอพฯ อย่างเป็นทางการของ Otaku Coin ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว เราได้เริ่มโครงการง่าย ๆ เพื่อให้แฟน ๆ ส่งข้อความสนับสนุนโดยตรงไปยังสตูดิโออนิเมได้

สิ่งที่ตามมาคือเรารวบรวมข้อความได้จำนวนมาก ตอนนี้ก็มากกว่า 20,000 ข้อความไปแล้ว ผมเคยทำเว็บไซต์และแอพลิเคชันมาก็เยอะ แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ดูเหมือนว่า Otaku Coin จะทำงานของมันได้ดีอย่างที่คาดไว้

Shibata: หลังจากฟังแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเป็นความคิดที่น่าตื่นเต้นมาก ที่จะให้สกุลเงินหมุนเวียนไปเองแทนที่จะทำ ICO เหมือนกับคนอื่น ๆ

Ataka: ขอบคุณครับ แต่ที่จริงในปีที่แล้วมีอะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้นมากมายในอุตสาหกรรมสกุลเงินคริปโต ผมได้คุยกับหลาย ๆ คนในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับโปรเจ็กต์นี้ของเราและได้รับกระแสตอบรับเชิงลบอยู่มากมาย

พูดง่าย ๆ ว่าโปรเจ็กต์สกุลเงินคริปโต กับ Blockchain มักจะเริ่มต้นด้วยความน่าเชื่อถือติดลบ และอีกครั้ง ที่มูลค่าของสกุลเงินนั้นคือผลรวมของความน่าเชื่อถือ ฉะนั้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เราก็ต้องสร้างแบรนด์ สร้างแรงจูงใจ และนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ แม้เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น แต่มันก็มีความหมายอย่างมากหากเราเอาชนะมันได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการแชร์ความคิด และความทะเยอทะยานร่วมกันออกไป

Shibata: นั่นคือสิ่งที่ผมไม่ค่อยได้ยินจากผู้คนในอุตสาหกรรมสกุลเงินคริปโตเท่าไร ใจชื้นขึ้นมาเลย

Ataka: อาจเป็นเพราะประสบการณ์หลากหลายจากในธุรกิจหลักของผมก็ได้ครับ

Shibita: อาจเป็นไปได้ ผมคิดว่าเพราะธุรกิจหลักของคุณกำลังเติบโตอย่างมั่นคง จึงเห็นมันเป็นแบบนี้ได้

Ataka: ขอบคุณจริง ๆ ครับสำหรับคำชม ในระยะยาวเมื่อการถ่ายโอนมูลค่าราบรื่นขึ้น ผมคิดว่าการดำเนินงานของอุตสาหกรรมโดยรวมและความเร็วของการเติบโตของชุมชนจะแตกต่างออกไป เมื่อเทียบกับตอนที่ไม่เป็นเช่นนั้น

อินเทอร์เน็ตถูกใช้เพียงเพื่อถ่ายโอนข้อมูล แต่จากนี้ไปเมื่อการถ่ายโอนมูลค่าสามารถทำได้อย่างราบรื่นด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ มันจะเป็นอินเทอร์เน็ตที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่โดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้อนิเมญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมเนื้อหาจะต้องแข่งขันกับเนื้อหาประเภทอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมแข็งแกร่งด้วย ในการแข่งขันกับเนื้อหายอดนิยมคือการดึงดูดความสนใจจากแฟน ๆ ในช่วงเวลาจำกัด ผมคิดว่ามันดีกว่าที่จะสร้างคุณค่าให้กับโลกด้วยอุตสาหกรรมนี้โดยรวม ในมุมมองจากข้างบน

เราคือคนที่ให้ความสำคัญกับ IT มากกว่าปกติ และอยากจะบอกกับอุตสาหกรรมและชุมชนว่าเราสามารถใช้มันเป็นอาวุธได้ ต่อจากอินเทอร์เน็ตในตอนนี้ “ดาบเล่มใหม่ที่ชื่อว่า Blockchain” ได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี หากเราสามารถใช้งานมันได้อย่างราบรื่น และเหมาะสม

Shibata: ยอดไปเลยครับ เราจะเฝ้ารอจนกว่าจะถึงวันนั้น ขอบคุณสำหรับการพูดคุย แม้จะเป็นในวันนี้ที่ตารางแน่นสุด ๆ นะครับ

อย่าพลาดทุกการติดตาม Otaku Coin ได้ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้

บทความโดย Otaku Coin official : https://medium.com/otaku-coin/report-73-bb9b8c0ea42c