และวันนี้ วันที่ผู้คนต้องรวมตัวกันคอยสังเกต และต่อต้านกฎระเบียของโรงเรียนที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่เป็นธรรม ได้เกิดขึ้นแล้ว

บ่อยครั้งที่เราเคยได้เห็นกฎระเบียบประหลาด ๆ จากโรงเรียนในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นกฎที่บังคับให้นักเรียนต้องหมอบกราบครูอาจารย์ทุกเช้าตอนเข้าแถว หรือนักเรียนที่ผมสีตามธรรมชาติต้องย้อมดำเพื่อตอบสนองค่านิยมของครู …ทั้ง ๆ ที่กฎบอกอยู่ว่าห้ามย้อมผมอยู่แท้ ๆ ก็มีมาแล้ว

ย้อนไปหลังจากกรณีที่มีการบังคับย้อมสีผมดำตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ได้มีการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หรือ NPO (ไม่ใช่ NGO แบบที่เราคุ้นเคยกัน อันนั้นคือองค์กรที่ไม่สังกัดกับรัฐบาล และมีขอบเขตการทำงานที่กว้างกว่า) ที่มีชื่อว่า “Black Kousoku wo Nakusou!” ขึ้น ชื่อองค์กรนี้แปลได้ว่า “มาขจัดกฎโรงเรียนที่ไม่เป็นธรรมให้หมดไปกันเถอะ!” โดยคำว่า “black” ในชื่อนั้นมีความหมายเดียวกันกับที่ใช้ในคำว่า “black company” ซึ่งหมายถึงองค์กรบริษัทที่ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ไม่สนใจสวัสดิภาพของพนักงาน ทำให้พนักงานไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งในกรณีนี้ก็เปรียบกับเป็นตัวนักเรียนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกฎระเบียบของโรงเรียน

การทำตามกฎโรงเรียนพรรค์นี้ มันจำเป็นต่ออนาคตเราจริงเหรอ?

จากผลการสำรวจในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พวกเขาค้นพบว่า 2 ใน 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมต้น และครึ่งหนึ่งของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย เคยมีประสบการณ์กับ “กฎระเบียบของโรงเรียนที่ไม่เป็นธรรม” ตัวอย่างเช่น

“นักเรียนจะต้องสวมชุดชั้นในตามสีที่โรงเรียนกำหนด”
“นักเรียนห้ามไว้ผมทรงหางม้า”
“นักเรียนห้ามจามในห้องเกิน 3 ครั้ง”
“นักเรียนต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ในการตัดผม ในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน”
“นักเรียนชายหญิงห้ามเข้าใกล้กันเกินกว่า 2 เมตร”
“นักเรียนไม่ได้รับอนุญาตให้สวมผ้าพันคอระหว่างการสอบ”

ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือกรณีเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับโรงเรียนเพียงแค่แห่งหรือสองแห่ง การสำรวจยังทำให้พบอีกว่าร้อยละ 20 ของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่เกิดมาพร้อมกับผลสีน้ำตาลธรรมชาติ กลับถูกบังคับให้ย้อมเป็นสีดำ และทุก ๆ 1 แห่งจาก 6 โรงเรียน พบว่าโรงเรียนมีกฎระเบียบควบคุมเกี่ยวกับสีของชุดชั้นในที่ใส่มาโรงเรียน

ชาวเน็ตญี่ปุ่นได้ทราบข่าวก็มีความเห็นแตกต่างหลากหลายกันไป เช่น

“มันก็แค่ความงี่เง่าส่วนบุคคลของแต่ละโรงเรียน”
“ถ้ากฎมันเคร่ง มันเยอะนัก ผลของมันก็คงมีแค่น้อยคนที่จะทำตาม”
“สมัยฉันเรียน ในคาบพละครูไม่ให้พักนะ ให้ไปวิ่งรอบโรงเรียนต่อ”
“เคยโดนตรวจเล็บ แล้วบังคับตัดไม่ให้เหลือส่วนสีขาวเอาไว้เลย”
“ที่โรงเรียนฉันเขาห้ามเสื้อคลุม วันที่หนาวจนรถไฟหยุดวิ่งก็ยังห้าม”
“ถ้าจะจาม คงต้องอั้นเอาไว้ แล้วค่อยปล่อยลูกใหญ่ทีเดียว?”
“เพิ่งจามไป 10 ครั้งเมื่อนาทีก่อน งานเข้าละ”

อาจไม่เกี่ยวกับเรื่องจาม แต่ในบางกรณีกฎระเบียบของโรงเรียนก็เหมือนกับเครื่องเตือนใจที่หลงเหลือมาจากอดีต ที่โรงเรียนแต่ละแห่งเคยผ่านพ้นมันมา บางแห่งอาจจะมีไว้ แต่ก็ไม่ได้บังคับจริงจังอะไร แต่ข้อเท็จจริงที่ว่านักเรียนหลายคนมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับกฎเหล่านี้ อาจบอกได้ว่าพวกเขาคงใกล้มาถึงจุดแตกหักเข้าสักวัน ถึงจะไม่ใช่กับนักเรียนในรุ่นนี้ แต่กับนักเรียนรุ่นอื่น ๆ ต่อไป ก็เป็นได้ การปรับปรุงแก้ไขกฎให้เข้ากับยุคสมัย อาจเป็นทางออกที่พอประนีประนอมกันไปได้

Source: Yahoo! News Japan via SoraNews24
Top Image: Irasutoya
Insert Image: 「ブラック校則をなくそう!」プロジェクト