สำหรับอนิเมเตอร์และ คาแรคเตอร์ดีไซน์เนอร์ที่อยู่ในวงการมานานกว่าสองทศวรรษ กับผลงานการออกแบบตัวละครอันเป็นที่น่าจดจำมากมายไม่ว่าจะจากเรื่อง JoJo’s Bizarre Adventure: Diamond is Unbreakable, Mawaru Penguindrum, และ Kimi no iru Machi พร้อมกับทักษะภาษาอังกฤษที่เรียกได้ว่าคล่องปรื๋ออย่าง Nishii Terumi คงเป็นหนึ่งคนเลยก็ว่าได้ที่เหมาะสมจะเป็นทูตเพื่อเผยแพร่สื่ออนิเมชั่นญี่ปุ่น และตัวเธอเองนั้นก็มีไอดีทวิตเตอร์ถึงสองไอดี เพื่อเชื่อมต่อสู่ผู้หลงไหลในอนิเมะจากต่างแดน

และสำหรับผู้ที่มีความคิดอยากจะไปทำงานด้านการสร้างอนิเมะในญี่ปุ่นนั้น หนึ่งในข้อความที่ควรอ่านที่สุดบนทวิตเตอร์ของเธอก็คือ ทวิตเมื่อไม่นานมานี้ที่มีข้อความว่า “ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบอนิเมะมากแค่ไหนก็ตาม ฉันไม่ขอแนะนำให้คุณข้ามน้ำข้ามทะเลมาญี่ปุ่นเพื่อทำงานในสายอาชีพการสร้างอนิเมะ”

และข้อความนั้นของเธอก็ไม่ใช่เพราะเธอกีดกันแรงงานต่างชาติ หรือเพราะอุตสาหกรรมนี้มันพร้อมจะล้มละลายแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะสถานะภาพในการทำงานของมืออาชีพผู้สร้างอนิเมะที่เธอไม่รู้สึกว่า จะพูดได้ว่ามันเพียงพอต่อการใช้ชีวิต

ถือว่าเป็นที่รู้กันดีว่างานในอุตสาหกรรมอนิเมะนั้นไม่ใช่งานที่ค่าตอบแทนสูงนักเมื่อเทียบกับชั่วโมงการทำงานที่เรียกได้ว่าหนักหน่วง โดยคุณ Nishii ได้บอกว่าค่าจ้างจากอนิเมะที่เป็นงานแรกของเธอนั้นมีเพียงแค่ 2,800 เยนเท่านั้น ก่อนจะขึ้นมาเป็น 60,000 – 100,000 เยน ต่อเดือนหลังจากมีประสบการณ์นาน 1 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังจากการพยายามปีนป่ายไปสู้งตำแหน่งงงานอนิเมเตอร์สูงขึ้นมา เธอก็ยังไม่พบกับตำแหน่งที่ได้ค่าตอบแทนที่สมกับงานสักเท่าไหร่ แม้ว่าตำแหน่งนั้นจะพิเศษแค่ไหน

เธอยังได้ชี้ให้เบื้องหลังอันน่าเศร้าเกี่ยวกับการที่เหล่าอนิเมเตอร์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่ได้รับค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพจึงต้องได้รับเงินช่วยเหลือจากพ่อแม่อยู่ นั้นหมายความว่าพ่อแม่ไม่เพียงจ่ายเงินให้พวกเขาใช้จ่ายกับสินค้าอนิเมะต่างๆ แต่รวมไปถึงฝ่ายผลิตด้วยการช่วยเหรือลูกๆ ของพวกเขาให้อยู่รอดได้ในแบบที่สตูดิโอต่างๆ ไม่เคยมอบให้

คำถามก็คือเราจะแก้ปัญหานี้ยังไง ซึ่งคอมเมนท์บางส่วนก็พูดถึงการจัดตั้งสหภาพของผู้ทำงานสายอนิเมะ ซึ่งก็ดูเหมือนจะซับซ้อนและเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการที่ตามปกติสหภาพแรงงานมักเป็นเพียงระดับของภายในบริษัท ไม่ใช่การรวมตัวกันในระดับอุตสาหกรรมนั้น ๆ ยังไม่รวมไปถึงการที่นักวาดอนิเมะส่วนใหญ่จะถูกจ้างเป็นงาน ๆ ทำให้พวกเขาไม่ได้รับสวัสดิการหรือสถานะพนักงานตามสตูดิโอแต่อย่างใด (ก็คือเหมือนงานฟรีแลนส์ที่ไม่ได้รับรายได้ประจำ รวมถึงไม่มีสวัสดิการใด ๆ แบบพนักงานประจำ)

หนึ่งในทางแก้ที่ Nishii เสนอขึ้นมาก็คือการให้นักวาดชาวญี่ปุ่นรับงานจากต่างประเทศ และผู้สนับสนุนทางการเงินจากต่างชาติ ซึ่งเธอเองกำแบบนี้เช่นกัน โดยเธอไปรับตำแหน่งการผู้ออกแบบตัวละครในอนิเมะจาก Netflix เรื่อง Saint Seiya ฉบับรีบูทในรูปแบบ CG

หรืออีกทางก็คือการให้พวกเขาได้มีโปรเจคส่วนตัว เหมือนกับผลงานมังงะเรื่อง Crown of Ouroboros ที่เธอได้ตีพิมพ์ทั้งในภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ

ซึ่งการมีงานของตัวเองก็อาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป อย่างเช่นกับอนิเมเตอร์ไม่ได้มีทั้งเวลาและแรงงานเหลือล้น ที่ในการผลิตอนิเมะสักเรื่องก็ต้องผลาญทั้งร่างกายและจิตวิญญานของเหล่าอนิเมเตอร์มากมาย

ทางแก้ที่ชัดเจนที่สุดคงเป็นการยอมจ่ายค่าแรงที่มากขึ้น และลดปริมาณงานลง แต่ก็ยังไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่ดี ตราบใดที่อนิเมะนั้นยังถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมในตลาดสูงอยู่จนส่งผลให้พวกเขาต้องพยายามลดต้นทุนให้มากที่สุดโดยยังคาดหวังให้เนื้องานออกมาตามมาตรฐาน เพื่อให้โปรเจคท์นั้นๆ ประสบความสำเร็จ และยิ่งการนำอนิเมะไปฉายทางฟรีทีวีก็ยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้ทีมสร้าง การจะเพิ่มค่าแรงและลดงานจึงแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องไปจ้างคนมาเพิ่มซึ่งจะทำให้งบบานปลาย จึงไม่น่าแปลกใจถ้าจะมีอนิเมะที่ไฟเขียวในการสร้างแล้วแต่จู่ๆ โปรเจคท์ก็ต้องพับเก็บหายไปดื้อๆ

สำหรับคนดูแล้วมันก็อาจจะแค่การที่อนิเมะที่ต้องดูหายไปหนึ่งเรื่อง แต่กับอนิเมเตอร์บางคนที่ถึงแม้ค่าแรงจะต่ำเตี้ยแค่ไหนแต่นั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในรายได้ที่มีอยู่น้อยนิดของเขาการที่โปรเจคท์ล้มพับไปเช่นนี้ก็เหมือนกับรายได้หายไปทันทีเช่นกัน การหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดคงไม่ใช่เรื่องง่าย

แล้วถ้าเราลดปริมาณการผลิตอนิเมะลงล่ะ? นั้นก็คงจะไม่ใช่คำตอบอยู่ดีเพราะนั้นคือการหดหายของตำแหน่งงานที่อาจทำให้บางคนไม่มีงานทำและขาดรายได้ได้เลยทีเดียว สุดท้ายก็ต้องไปพึ่งพิงงานอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่ความถนัดของตนเองเลยแม้จะพยายามอดทนฝ่าฟันในความลำบากของอุตสาหกรรมนี้มามากแค่ไหนก็ตาม

สุดท้ายแล้วมันก็คงยังไม่มีทางออกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ แต่สำหรับผู้ชมผลงานอย่างเราๆ กันนั้น สิ่งที่จะช่วยได้ดีที่สุดก็คือการช่วยสนับสนุนผลงานเหล่านั้นอย่างถูกต้องเพื่อให้เม็ดเงินสามารถวนกลับไปหาเหล่าผู้สร้างผลงานได้อย่างมากเพียงพอ

Source: Twitter/@Nishiiterumi1 via Soranews24