เมื่อเร็วๆ นี้ทาง Capcom ได้มีการเปิดเผยผลประกอบการจากปีงบประมาณล่าสุดที่สิ้นสุดลงไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่เป็นปีที่สองแล้วที่ผลประกอบการออกมาสูงมาก ซึ่งก็ต้องยกความดีให้กับเกมชูโรงที่ประสบความสำเร็จหลายๆ เกมไม่ว่าจะเป็น Devil May Cry 5, Resident Evil 2 Remake, Monster Hunter และอีกหลายๆ เกม

หลังจากที่เราได้เห็นผลประกอบการจากไตรมาสแรกกันไปแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าตอนนี้ Capcom กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ของผลประกอบการที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 5.8% และรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมา 13.1% โดยที่ Resident Evil 2 และ Devil May Cry 5 แสดงให้เห็นถึงตอบรับอย่างท่วมท้นในโดยเฉพาะในประเทศนอกญี่ปุ่น ในขณะที่ Monster Hunter: World สามารถขึ้นไปแต่ยอด 12 ล้านได้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำลายเจ้าของสถิติเดิมและขึ้นเป็นเกมที่มียยอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ Capcom

แต่ว่าทางด้านของกิจการอุปกรณ์สร้างความบันเทิงของ Capcom อย่างกิจการตู้ปาจิงโกะและปาจิสล็อต กลับเข้าสู่ช่วงขาลง แม้ว่าทางบริษัทอาจจะมองเห็นได้ว่านี่นับเป็นสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่ด้วยความแข็งแกร่งของกิจการฝั่งซอฟแวร์เกมก็สามารถสร้างกำไรได้มากพอที่จะมากลบส่วนต่างนี้ไปได้ และช่วยส่งให้บริษัทสามารถมียอดการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 และเป็นปีที่ 2 ที่ภาพรวมผลกำไรจากรายได้จากการดำเนินงานสูงเป็นประวัติการณ์

และเพื่อก้าวไปข้างหน้าต่อไปทาง Capcom จึงพยามยามเสริมจุดแข็งให้กับการขายแบบดิจิตอลดาวน์โหลดและแบบแค็ตตาล็อก เพื่อพุ่งเป้าไปที่การเติบโตของธุรกิจดิจิตอลอคอนเทนท์ โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีการออกมาพูดว่า บริษัทยังคงจะเพิ่มความมุ่งมั่น และให้ความสำคัญกับ eSports ซึ่งกำลังเติบโตขึ้นในทั่วโลก และพึ่งถูกหยิบยกมาเป็นกระแสในตลาดญี่ปุ่น

เมื่อถึงช่วงปิดปีงบประมาณหน้าในวันที่ 31 มีนาคม 2020 ทาง Capcom คาดหวังว่าจะสามารถทำยอดขายไปได้ 85,000 ล้านเยน และ มีรายได้จากการดำเนินงาน 20,000 ล้านเยน เพื่อมียอดการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 และเป็นปีที่ 3 ที่ภาพรวมผลกำไรจากรายได้จากการดำเนินงานสูงเป็นประวัติการณ์

Source: Siliconera