เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมานั้นถือเป็นวันที่มีความสำคัญกับชาวญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะเป็นวันสุดท้ายของยุคเฮเซ ก่อนที่จะเปลี่ยนรัชศกใหม่เป็นยุคเรวะในวันที่ 1 พ.ค. และแน่นอนว่าเนื่องในโอกาสที่มีเพียงครั้งเดียวนี้เอง ชาวญี่ปุ่นหลายคนจึงแทบจะพร้อมใจออกมาเพื่อเตรียมที่จะเคาท์ดาวน์สู่รัชศกใหม่กัน และหนึ่งในจุดที่มีคนออกมารวมตัวกันเยอะที่สุดเลยนั้นก็คือที่ห้าแยกชิบูยะ หนึ่งในจุดเคาท์ดาวน์ยอดนิยมในช่วงวันสิ้นปีของโตเกียวนั่นเอง

แม้สายฝนจะเทกระหน่ำประหนึ่งต้องการให้ผู้คนนั้นได้รับความสดชื่นพร้อมกับการเริ่มขึ้นรัชศกใหม่ แต่ก็ยังมีผู้คนที่ออกมายืนถือร่มกลางสายฝนกันอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย โดยมีตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

เมื่อเวลาเริ่มผ่านไปเรื่อยๆ จนล่วงเลยมาถึง 23.30 น. แม้ฝนจะไม่มีทีท่าจะหยุด แถมนี่ก็ไม่ใช่งานเคาท์ดาวน์ที่มีการจัดแบบเป็นทางการ แต่ผู้คนก็ยังคงหลังไหลมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ พอเข้าช่วง 23.53 น. จอภาพขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบนร้าน Starbucks ก็ดับลง ขณะที่ผู้คนที่ยืนรออยู่นั้นก็คาดว่าหวังพวกเขาจะได้เห็นรูปนาฬิกานับถอยหลังหรือตัวบอกเวลาอะไรออกมาให้เห็นบ้าง แต่ทว่าทางตำรวจก็ได้มีการพูดผ่านทางลำโพงว่า “จะไม่มีการเคาท์ดาวน์ใดๆ เกิดขึ้น” ซึ่งก็สร้างความผิดหวังให้ผู้ที่มารออยู่เป็นจำนวนไม่น้อย แต่ทว่าผู้คนก็ยังคงตั้งตาปักหลักอยู่บริเวณนั้นต่อไป ในขณะที่ก็มีคนบางส่วนยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในอาคารของสถานีรถไฟชิบูยะอีกด้วย

ทว่าเมื่อใกล้ได้เวลา ทุกคนที่ยืนคอยอยู่กลางสายฝนก็พร้อมใจกันนับเคาท์ดาวน์สู่รัชศกใหม่กันอย่างพร้อมเพรียง และก้าวผ่านสู่ยุคเรวะกันอย่างพร้อมหน้า ด้วยความอิ่มเอมและความชุ่มฉ่ำของสายฝน

บรรยากาศช่วงที่ทุกคนพร้อมใจกันนับเคาท์ดาวน์พร้อมกัน ก่อนก้าวสู่ยุคเรวะไปด้วยกัน

ถือเป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยากจริงๆ ที่จะได้เห็นภาพชาวญี่ปุ่นพร้อมใจกันออกมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้มีงานเทศกาลอะไร เรียกว่ามากันเพื่อที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การก้าวข้ามผ่านยุคสมัยใหม่สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ล้ำค่าสำหรับพวกเขาเองอย่างแน่นอน

Source : travel-spot