ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์อนิเมชั่นสุดยอดเยี่ยมที่กวาดรางวัลและคำวิจารณ์ไปทั่วโลกจริงๆ สำหรับ Spider-Man: Into the Spider-Verse ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จนี้ต้องยกเครดิตให้กับทีมงานผู้สร้างที่สามารถสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีชนี้ออกมาได้ แต่ใครจะรู้บ้างไหมว่าในทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังนั่น มีชาวญี่ปุ่นอยู่ด้วย! ทางนิตยสาร CG World จึงได้ไปสัมภาษณ์ทีมงานชาวญี่ปุ่นส่วนหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมในโปรเจ็คนี้ถึงขั้นตอนการทำงาน รวมไปถึงความแตกต่างระหว่างการทำอนิเมชั่นระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา และเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกัน

คุณ Ikeda Yuko ผู้เป็นหนึ่งในทีมงานชาวญี่ปุ่นที่ได้มีส่วนร่วมกับกับโปรเจ็คนี้ได้กล่าวว่าการได้มาทำ Spider-Verse ได้ช่วยขยายมุมมองในฐานะอนิเมเตอร์ให้กับเธอ เธอได้บอกว่าการวาดภาพพ่อของไมลส์นั้นเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะเขาเป็นคนผิวดำ ซึ่งเธอไม่สามารถใช้การแสดงสีหน้าท่าทางของตัวเธอเองมาใช้อ้างอิงได้เลย ทำให้เธอต้องไปศึกษาจากภาพยนตร์และคลิปวิดีโอ เพื่อที่จะได้เข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ นอกจากนี้เธอยังกล่าวว่า “เพื่อที่จะสามารถสร้างอนิเมชั่นที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าใจได้ง่ายและสนุกไปกับมัน คุณต้องศึกษาไม่ใช่เฉพาะแค่เทคนิค แต่รวมไปถึงภูมิหลังทางวัฒนธรรม เพื่อที่จะสามารถสร้างการแสดงออกและการเคลื่อนไหวที่ออกมาดูน่าเชื่อได้”

ขณะที่คุณ Togo Takuro ผู้เคยมีประสบการณ์ในการสร้างอนิเมะดังๆ อย่าง Knights of Sidonia และ Show By Rock!! ได้กล่าวว่า ตอนที่เขามาถึงอเมริกาเขานึกว่าจะต้องทำอนิเมชั่นที่เคลื่อนไหวแบบเฟรมต่อเฟรม (On Ones) แทนการเคลื่อนไหวในทุกๆ เฟรม (On Twos) เหมือนในประเทศญี่ปุ่น แต่ Spider-Verse นั้นกลับใช้การสร้างแบบ On Twos ทำให้เขาต้องจบการสร้างภาพในลักษณะที่คล้ายกับการทำงานสร้างอนิเมะ อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความแตกต่างที่ชัดเจนคือ คีย์อนิเมเตอร์ในญี่ปุ่นนั้นจะมีการร่างเลย์เอ้าท์ แต่ในต่างประเทศนั้นกลับไม่ค่อยทำกัน ทางคุณ Togo ยังกล่าวว่าเขาชอบที่ได้มีอิสระในการสร้างสรรค์ในการจัดการกับภาพที่เขาได้รับมอบหมายให้ทำ

อีกหนึ่งความแตกต่างที่คุณ Togo ชี้ให้เห็นเลยคือ เมื่อเทียบกับทางญี่ปุ่นแล้ว ขั้นตอนการตัดต่องานนั้นใช้เวลามากกว่า ซึ่งในญี่ปุ่นนั้นจะสร้างภาพสองถึงสามภาพภายในเวลา 1 วัน แต่สำหรับ Spider-Verse แค่การลำดับภาพแบบสั้นๆ ยังใช้เวลาเป็นอาทิตย์ ขณะที่ภาพการเคลื่อนไหวแบบยาวๆ นั้นจะใช้เวลาเป็นเดือน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาพในแต่ละซีนนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก การใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์จึงไม่ค่อยรู้สึกว่านานเท่าไหร่ ซึ่งซีนตัดต่อที่ใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งวินาทีต้องใช้เวลาถึงสามสัปดาห์เนื่องจากจำนวนของการถ่ายใหม่นั่นเอง ซึ่งคุณ Ikeda ก็ได้มีการเสริมว่านั้นเป็นเพราะอนิเมเตอร์จะมีการใช้เอฟเฟคของเส้นน้ำหมึกของตัวเอง ซึ่งให้กำหนดการณ์ที่วางไว้นั้นยุ่งยากมากกว่างานอนิเมชั่นทั่วไป

ขณะที่ทางคุณ Komiya Kentaro และคุณ Wakasugi Ryo ได้กล่าวว่าแม้ว่าพวกเขาจะเคยผ่านงานทำอนิเมชั่นในญี่ปุ่นมาแล้ว แต่พวกเขาก็เคยแต่ทำในส่วนงานสร้าง Full CG เท่านั้น ดังนั้นงาน Spider-Verse ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในการสร้างแบบ On Twos โดยคุณ Komiya กล่าวว่าอนิเมเตอร์มีอิสระที่จะเลือกที่จะสร้างในส่วน on ones หรือ on twos และสามารถสับเปลี่ยนเป็นแบบใดเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการจะถ่ายทอดออกมา ถ้าการเคลื่อนไหวดูขาดๆ เกินๆ ในขั้นตอน on twos ก็สามารถสลับมาเป็น on ones ได้ ตราบใดก็ตามที่ทำให้มันออกมาเจ๋งได้

นอกจากนี้คุณ Komiya ยังได้สร้างโมเดลจำลองของตัวละครแต่ละตัวขึ้นมา โดยคุณ Wakasugi ก็ได้บอกว่าเป็นการใช้เป็นการส่วนตัว ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่จะมีการใช้ตัวโมเดลเป็นตัวช่วยในการจัดท่าทาง เนื่องจากลำดับความสำคัญในการจัดการงานให้เสร็จโดยเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทันกับกำหนดการที่ค่อนข้างจะแน่น อย่างไรก็ตามทีมอนิเมเตอร์ของ Spider-Verse นั้นมีกรอบเวลาที่ค่อนข้างจะยืดหยุ่น พร้อมอนุญาตในทดลองการใช้อุปกรณ์และโมเดลต่างๆ และแชร์ความรู้ที่ได้ให้กับคนในทีม

นอกจากนี้คุณ Wakasugi ยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของขั้นตอนการสร้างของญี่ปุ่นกับ Spider-Verse ว่าไม่มีเอกสารอ้างอิงของตัวละครหรือสิ่งของต่างๆ สำหรับการโฟสท่าและรูปแบบ โดยหลักการเพียงสิ่งเดียวที่มีให้ก็คือ “ทำอะไรที่ออกมาดูเจ๋ง” ดังนั้นคุณ Wakasugi จึงได้เรียนรู้จากการที่ดูอนิเมเตอร์คนอื่นๆ ในระหว่างขั้นตอนการสร้างมากที่สุดนั่นเอง

ในขณะที่บรรยากาศของออฟฟิสที่ทำงานนั้นก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเช่นกัน โดยคุณ Togo บอกว่า ทีมอนิเมเตอร์นั้นจะมีการจัดการประกวดการตกแต่งโต๊ะ โดยให้ทุกคนนั้นตกแต่งโต๊ะทำงานของตัวเองด้วยสิ่งของที่ทำให้นึกถึง Spider-Man และมีการแปะภาพแฟนอาร์ตไว้บนผนังอีกด้วย ซึ่งถ้าหากใครสักคนได้เริ่มแล้ว ทุกคนที่เหลือก็จะทำตามด้วยในที่สุด แม้อาจจะดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ในความจริงการที่ทุกคนได้เล่นอะไรอย่างเป็นจริงเป็นจังนั้นถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันช่วยสร้างแรงบันดาลใจ นอกจากนี้แทนที่จะมีการตรวจสอบการทำงานในทุกสองสัปดาห์ ก็กลับกลายเป็นมีการตรวจสอบงานในทุกวันแทน ซึ่งคุณ Komiya บอกว่า ทำให้ทุกวันนั้นรู้สึกเป็นวันเดทไลน์ของการทำงานเลย

โดยส่วนสรุปของบทสัมภาษณ์นั้น คุณ Wakasugi ได้กล่าวว่า Spider-Verse ได้ใช้คนญี่ปุ่นถึง 9 คนในการทำงาน ซึ่งตัวเขารู้สึกว่าหายากมากที่มีคนญี่ปุ่นจำนวนมากได้ทำงานสร้างของต่างชาติเช่นนี้ และเขาก็อยากจะให้กำลังใจแก่เหล่าผู้สร้างสรรค์งานในญี่ปุ่นทุกคนว่า “คุณเองก็สามารถทำได้เช่นกัน”

ก็เป็นเรื่องราวการทำงานที่เราได้อ่านแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าทำไมอนิเมชั่นเรื่องนี้ถึงได้มีความโดดเด่นต่างจากงานทั่วไป รวมไปถึงยังสามารถนำข้อคิด หรือวิธ๊การบางอย่างมาปรับใช้เพื่อพัฒนาตัวเราเองได้อีกด้วยนะ

Source : ANN