หลาย ๆ คนที่เข้ามาคลุกคลีกับวัฒนธรรมโอตาคุ ก็น่าจะรู้จักไลท์โนเวลกันบ้างไม่มากก็น้อย ด้วยการที่ภาษาที่อ่านง่าย รวมไปถึงรูปเล่มที่ไม่ใหญ่มาก อีกทั้งมีเนื้อหาหลากหลาย ทำให้หลาย ๆ คนชื่อชอบกันไม่น้อย แน่นอนว่าไลท์โนเวลส่วนใหญ่นั้นมาจากการชื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศนำมาแปลเป็นภาษาไทยให้เราได้อ่านกัน แล้วไลท์โนเวลที่เขียนโดยคยไทยล่ะ !

ในวันนี้เรามาพูดคุยกับสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ไลท์โนเวลของคนไทยที่อยู่คู่วงการไลท์โนเวลไทยมาหลายปีกันครับ

รบกวนช่วยแนะนำสำนักพิมพ์ด้วยครับ

เราเป็นสำนักพิมพ์พะโล้นะครับ ตอนนี้ก็ก่อตั้งมาแล้ว 5 ปี โดยที่จุดประสงค์ของสำนักพิมพ์เราก็คือการพิมพ์งานของคนไทยเป็นหลัก เพราะว่าเมื่อก่อนตลาดไลท์โนเวล มันไม่มีสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ สนใจ คือเมื่อก่อนเขาจะสนใจไปที่งานแฟนตาซีหรืองานวรรณกรรม ที่นี้เราในฐานะที่ผู้ที่ชอบไลท์โนเวลด้วย แล้วก็เป็นคนที่สร้างงานไลท์โนเวลเองด้วย เราก็รู้สึกว่าเออ มันน่าจะมีสำนักพิมพ์อะไรสักอย่างที่เผยแพร่งานจำนวนนี้ ก็เลยก่อตั้งขึ้นมา ตอนแรกมาแบบลักษณะของเซอร์เคิล ปัจจุบันเราก็พัฒนาขึ้นมาจนจดทะเบียนบริษัทแล้วครับ

นับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักพิมพ์มา ตลาดไลท์โนเวลทั้งของไทยและเทศ ผ่านทางสายตาของสำนักพิมพ์แล้วเป็นอย่างไร

จริง ๆ ผมว่าตลาดไลท์โนเวลในบ้านเราผมว่ามันโตขึ้นเรื่อย ๆ นะ คือถ้าเปรียบเทียบคนที่อ่านไลท์โนเวลมันจะเป็นคนที่เข้าสู่วัฒนธรรมโอตาคุก่อน หรือเกือบ ๆ มันถึงจะอ่านไลท์โนเวลกัน ทีนี้จำนวนของคนที่อยู่ในวัฒนธรรมนี้มันก็เพิ่มขึ่นเรื่อย ๆ จากที่เมื่อก่อนที่ภาพลักษณ์ของโอตาคุมันคือเด็กสายการ์ตูนอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้มันก็กลายเป็นคนทั่วไป แล้วก็เหมือนเป็นกลุ่มวัฒนธรรมกลุ่มหนึ่ง ยิ่งกลุ่มวัฒนธรรมโอตาคุ หรือว่าคนที่อยู่ในวัฒนธรรมนี้มันกระจายมากขึ้น ตลาดมันก็ใหญ่ขึ้นเ้รื่อย ๆ ทีนี้ผมมองว่าตัวลูกค้าคนที่อ่านงานประเภทนี้มันก็เยอะขึ้นทุกปี

เหมือนตอนนี้เห็นทางสำนักพิมพ์ได้มีการนำนักเขียนซีไรต์มาเขียนไลท์โนเวล อยากให้พูดถึงตรงนี้ครับ

ที่จริงนักเขียนทั้งสองท่านคือ จิดานัน กับ พี่ทู ภานุ ตรัยเวช  จริง ๆ คือสองคนนี้เขาก็โตมากับวัฒนธรรมโอตาคุอยู่แล้ว อย่างจิดานัน ก็เป็นรุ่นน้องมหาลัยผม ซึ่งก่อนที่เขาจะมาเขียนงานวรรณกรรมเขาก็เขียนฟิคลงใน Dek-D อยู่แล้ว หรือแม้แต่พี่ทู ภานุ สมัยก่อนก็อ่านมังงะ อ่านการ์ตูนอะไรพวกนี้ แต่ว่าเมื่อก่อนในวงวรรณกรรม เขาจะมองวรรณกรรมประเภทไลท์โนเวลอะ เป็นของต่ำ คือหมายความว่าในเชิงวรรณกรรม เขาจะมีการแบ่ง Class กันนะว่า Class นี้เป็นวรรณกรรมนะ Class นี้จะเป็นงานตลาด พวกงานตลาดนี้ถ้าเป็นที่รู้จักก็จะเป็นแนวรัก แนวแจ่มใสอะไรแบบนี้ จริง ๆ แล้วผมว่านักเขียนหลายท่านโตมากับงานพวกนี้ แต่เขาคิดว่าการเขียนงานแนววรรณกรรม มันได้รางวัล มันมีเกียรติมากกว่า แต่ถ้าถามว่าเราอยากจะเขียนงานที่เรารักเราชอบจริง ๆ แล้วมันสบาย ๆ เขาก็อยากกลับมาเขียนไลท์โนเวล หมายความว่าคนมันก็สามารถทำสองอย่างไปด้วยกันได้ อย่างเขียนงานวรรณกรรมันเครียด เบื่อ พักมาเขียนไลท์โนเวล อาจจะออกวรรณกรรมสักปีละเล่ม ไลท์โนเวลปีละเล่มอะไรแบบนี้

กระแสตอบรับในรอบพรีออเดอร์และงานหนังสือเป็นอย่างไร

กระแสตอบรับก็โอเคครับ แต่ว่าในตลาดที่เป็นคนอ่านไลท์โนเวลอาจจะยังไม่รู้่จัก เหมือนคนตาม BNK48 ไม่ได้ฟังเพลงแนว Classic อะไรแบบนี้ พอมาปุปเขาก็อาจจะยังไม่รู้จักว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่ผมว่าข้อดีก็คือว่า ถ้าคนชื้อไปอ่านก็จะสัมผัสได้ว่าเออ เลเวลของภาษามันค่อนข้างดี แล้วก็สำหรับคนที่เคยอ่านวรรณกรรมอย่างเดียวมา ก็ทำให้เริ่มมาสนใจและก็ลองอ่านงานที่เป็นแนวไลท์โนเวลดู จากที่เมื่อก่อนคนที่อ่านแนววรรณกรรม เห็นปกแนว ๆ นี้เขาก็อาจจะไม่อ่าน มันก็ทำให้เขาเริ่มอ่านและรู้สึกว่างานพวกนี้มันก็อ่านง่าย บางทีมันก็ไม่ใช่ว่าไม่มีสาระ บางทีมีสาระมากกว่างานวรรณกรรมเสียด้วยซ้ำ แต่แค่มันนำเสนอมาในรูปแบบที่ง่ายกว่า พอเริ่มแบบนี้แล้วก็อาจจะทำให้เขาอ่านงานไลท์โนเวลอื่น ๆ ด้วย

คิดว่าจุดเด่นของไลท์โนเวลไทยคืออะไร มีจุดไหนต่างจากญี่ปุ่นบ้าง

ส่วนที่ต่างจากญี่ปุ่นคือเรื่องของวัฒนธรรมที่อยู่ในหนังสือ คือไม่ใช่ว่าเราจงใจยัดช้าง ยัดมวยไทยเข้าไป แต่ถ้าเกิดว่าเขาอ่านงานของญี่ปุ่น เราจะรู้ว่าตรรกะคนเขียนเป็นคนญี่ปุ่น แบบว่าถ้าเกิดเราอ่านผู้กล้า….ไป ถึงปุป พอพระเอกแสดงฝีมือ พวกขุนนางก็บอกว่า ท่านช่างเก่งจริง ๆ เรายอมรับเป็นลูกน้อง พระราชาสละราชสมบัติให้ ประชาชนก็ทำตามที่สั่ง ถ้าเราเป็นคนไทยอ่านเราจะรู้สึกว่าไม่ คนมันต้องไม่ใช่แบบนี้ ถ้ามีคนเก่งมา ขุนนางต้องอิจฉา พออ่านแบบนี้เราก็จะรู้สึกแบบ บางทีมันจะมีเรื่องขัด ๆ ทำไมมันเป็นคนดี ตามคนอื่นขนาดนี้ หรือว่าถ้าเป็นงานไทยเราจะอ่านแล้วรู้เลยว่าเป็นงานไทย หรือแม้แต่งานจีนหรือญี่ปุ่น เราอ่านแล้วเราจะรู้แน่นอนเพราะวิธีคิดมันไม่เหมือนกัน ตัวจุดเด่นของงานไลท์โนเวลไทย ก็คือมันจะมีวิธีคิดแบบคนไทย แล้วก็มีเซ็ตติ้งที่เป็นแบบของคนไทย อีกอย่างคือมุกตลกบางทีเราจะเก็ตได้เลย พอเป็นมุกญี่ปุ่นพอแปลมาบางทีเราก็ไม่เก็ตว่ามันเล่นมุกอะไรกัน แต่พอเป็นญี่ปุ่นบางทีต้องอยู่ในวัฒนธรรมโอตาคุถึงจะเข้าใจ ซึ่งพอเป็นงานไทยมันทำให้คนเข้าใจตรงนี้ได้มากกว่า

ไลท์โนเวลไทยแข่งขันกับไลท์โนเวลจากประเทศญี่ปุ่นได้ไหม

เราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า พฤติกรรมของคนที่ชื้อไลท์โนเวลไม่เหมือนคนที่ชื้อมือถือ ว่าจะใช้แอนดรอย์หรือแอปเปิ้ล มันเลยเป็นการแย่งชิง ต้องเอาอันใดอันหนึ่ง แต่ถ้าพวกงานคอมมิกหรืออะไรก็ตาม คนชื้อเขาไม่ได้ชื้อเล่มเดียวแต่เขาชื้อหลายเล่ม ดังนั้นเขาจะสามารถเดินไปชื้องานของสนพ.ไหน ๆ ก่อนแล้วค่อยมาชื้อของสำนักพิมพ์พะโล้ได้อีกด้วย ทีนี่้ผมมองว่าในการแข่งขันของตลาดไลท์โนเวลมันไม่ใช่การแข่งขันในลักษณะที่เป็นการแย่งลูกค้า แต่เป็นการหนุนเสริมกัน คือยิ่งคุณมีหลายสำนักพิมพ์แล้วยิ่งคุณทำการประชาสัมพันธ์ มันก็จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่ไม่ได้อ่านไลท์โนเวล หันมาอ่านไลท์โนเวลมากขึ้น แล้วทีนี้พอมีการเอานักเขียนมา เอาดารามา มันก็ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านหรือไม่สนใจไลท์โนเวล หันมาสนใจ หันมาอ่านไลท์โนเวล ทำให้คนพวกนี้ในอนาคตเขาจะมาชื้องานเราด้วย ผมเลยมองว่าญี่ปุ่นไม่ใช่คู่แข่งที่เป็นคู่ขัดแย้งแต่เป็นสิ่งที่หนุนเสริมกันได้ระหว่างงานแปลกับงานไทย

ไลท์โนเวลญี่ปุ่นยังมีการชื้อลิขสิทธิ์เข้ามาในบ้านเรา แล้วไลท์โนเวลไทยจะมีการถูกชื้อลิขสิทธิ์ หรือนำไปตีพิมพ์ขายในต่างประเทศบ้างไหม

ตรงนี้เราก็มีการคุยอยู่ ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น แต่เรายังไม่มั่นใจว่ามันจะออกมาอีท่าไหน รอให้แน่นอนก่อนแล้วค่อยประกาศอย่างเป็นทางการดีกว่าครับ

สิ่งที่อยากทำในอนาคตต่อจากนี้ของสำนักพิมพ์พะโล้

อย่างที่คุยกันว่าเรื่องนำไลท์โนเวลไทยไปต่างประเทศ ตอนนี้คือเรามีลักษณะเป็นบริษัทแล้ว จุดประสงต์ในอนาคตของเราคือการเผยแพร่ไลท์โนเวลของไทยออกไปให้มากที่สุด แล้วก็ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะสนับสนุนงานของคนไทยอื่น ๆ เพิ่ม ซึ่งเราก็มองหางานที่น่าสนใจที่เราจะเอามาพิมพ์

จุดมุ่งหมายของเราคือ เราจะเป็นสำนักพิมพ์ไลท์โนเวลของคนไทยอันดับ 1 ซึ่งตอนนี้เราก็น่าจะเกือบ ๆ จะเป็นอยู่แล้ว แต่ว่าจุดมุ่งหมายข้อที่ 2 ของเราคือการพยายามนำงานของเราไปขายที่ต่างประเทศให้ได้ แล้วก็อาจจะมีความร่วมมือบางอย่างที่จะทำให้งานของเราให้ไปทั่วประเทศกว่านี้ เพราะที่ผ่านมามันมีปัญหาเรื่องราคาสายส่ง แล้วเราไม่อยากจ่ายค่าราคาสายส่งที่มันแพงเกินไป

ก็จบกันไปแล้วกับการพูดคุยกับสำนักพิมพ์ไลท์โนเวลของคนไทย แน่นอนว่าเรายังไม่จบ ในบทสัมภาษณ์หน้าเราจะไปพูดคุยกันเกี่ยวกับไลท์โนเวลแนวเกิดใหม่ในต่างโลกที่ดังสุด ๆ ในบ้านเราอย่าง “เกิดใหม่ครั้งนี้จะสร้างประเทศที่ดีได้หรือเปล่านะ” ครับ รอติดตามกันได้เร็ว ๆ นี้จ้า