เพราะการสวมกิโมโน จะทำให้หนุ่มต่างชาติมาติด ประตูจะเป็นบานเลื่อนอัตโนมัติ และมีแต่คนรวย ๆ เข้ามา…เหรอ?

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ยึดถืออย่างภาคภูมิใจในวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองมาช้านาน แต่จากโปสเตอร์ที่กลับมาและกำลังเป็นประเด็นกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เห็นว่าประเทศนี้ยังมีวิธีคิดแบบเก่า ๆ ในบางเวลา ในบางกลุ่มคน อยู่บ้างเหมือนกัน

โปสเตอร์ที่เป็นประเด็นนั้นถูกเผยแพร่ออกมาตั้งแต่ปี 2016 แต่หลังจากที่ถูกนำมาเผยแพร่บนทวิตเตอร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ก็ทำให้กลายเป็นที่กล่าวถึงอีกครั้งในทันที โปสเตอร์ดังกล่าวเป็นของร้านขายชุดกิโมโน Ginza Iseyoshi ที่ปล่อยออกมา 4 แบบในชุดเดียวกัน พร้อมกับประเด็นที่ทำให้ผู้คนต้องนำมาถกเถียง

โปสเตอร์ที่สังคมออนไลน์ให้ความสนใจมากที่สุด คือโปสเตอร์ที่มีรูปญิงในชุดกิโมโนกำลังข้ามถนนกลางสี่แยก ที่มีข้อความปรากฏอยู่ข้างบนว่า “แด่ผู้ที่อยากจะอุ้มท้องเด็กฮาล์ฟ” ซึ่งคำว่า “ฮาล์ฟ” นี้ ใช้กล่าวถึงคนที่เป็น “ลูกครึ่งญี่ปุ่น – ต่างชาติ”

ข้อเท็จจริงที่ว่าเด็กลูกครึ่งญี่ปุ่นนั้นถูกมองว่าเป็นสินค้า หรือเป็นเครื่องประดับนั้น สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ และข้อเท็จจริงที่ว่าแคมเปญโฆษณานี้ช่วยส่งเสริมแนวคิดดังกล่าวก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเข้าไปอีก เพราะมันไม่ต่างกับการบอกว่า “หากอยากมีสามีเป็นชาวต่างชาติ ให้สวมกิโมโน”

มิหนำซ้ำยังเพิ่มความโกรธเกรี้ยวเข้าไปอีกด้วยการที่โปสเตอร์โฆษณาอีกทั้งสองแบบที่เหลือยังเล่นกับประเด็นที่ว่าการแต่งตัวให้สมหญิง จะเป็นประตูเปิดทางให้ได้พบกับผู้ชายรวย ๆ จากข้อความด้านบนของโปสเตอร์แบบหนึ่งที่บอกว่า “เมื่อคุณสวมกิโมโน ประตูจะกลายเป็นบานเลื่อนอัตโนมัติทั้งหมด”

และในโปสเตอร์อีกแบบ ยังมีข้อความว่า “คนที่เข้ามาจีบจะลดลง แต่รายได้ต่อปีของคนที่มาจีบคุณจะเพิ่มขึ้น”

ข้อความเหล่านี้ ที่มุ่งโฟกัสไปที่การแต่งตัวเพื่อดึงดูดผู้ชายมากกว่าการเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ผู้คนที่พบเห็นเกิดความสงสัยว่าใครเป็นคนรับผิดชอบทำโปสเตอร์เหล่านี้ขึ้นมา แต่ด้วยพลังแห่งการขุด ก็ทำให้พบว่าโปสเตอร์โฆษณาชุดนี้ออกแบบโดยนักเขียนโฆษณาหญิง ที่ได้รับรางวัลนักเขียนโฆษณาจากสมาคมนักเขียนโฆษณาโตเกียว เมื่อปี 2016

กระแสโต้กลับจากโลกออนไลน์ที่ดุเดือด จนทำให้ร้าน Ginza Iseyoshi ออกประกาศคำขอโทษอย่างเป็นทางการที่หน้าเว็บไซต์ ที่แปลได้ว่า

“เราได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับโปสเตอร์ที่จัดทำขึ้นโดยบริษัทของเราเมื่อปี 2016 มาเยอะมาก ซึ่งโปสเตอร์เหล่านี้ถูกทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนที่เลิกสนใจชุดกิโมโนไปแล้ว อย่างไรก็ดี เรารับฟังความคิดเห็นของพวกคุณอย่างจริงจัง และจะนำมันไปใช้ในการทำแคมเปญการตลาดของเราในอนาคต และขอแจ้งให้ทราบว่าเราได้นำโปสเตอร์เหล่านี้ออกจากเว็บไซต์แล้ว”

แม้จุดที่น่าผิดหวังคือการที่โปสเตอร์เหล่านี้ถูกจัดทำออกมาได้ตั้งแต่แรก แต่ยังดีที่บริษัทที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี 1879 เลือกที่จะฟังเสียงของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน และตัดสินใจเปลี่ยนวิธีคิดที่โบราณตกยุคออกไปเพื่อให้เหมาะกับสังคมทุกวันนี้ และหวังว่าผู้คนจะเปลี่ยนแนวคิดว่าการเป็นลูกครึ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะถูกนำมาเป็นเครื่องประดับเพิ่มความดูดี หรือเป็นสินค้าไว้ขายในการโฆษณา อย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ Osaka Naomi ที่บอกได้เลยว่าการเป็นลูกครึ่งในญี่ปุ่นมันไม่ง่าย

Source: Net Lab via SoraNews24