จะย้ายบ้านทั้งที ทรัพย์สมบัติที่มีจะขนไปเองคนเดียวก็ไม่ไหว จึงต้องใช้บริการขนย้าย แต่ก็อายเหลือเกินหากพนักงานเขาจะมาเห็น ว่าคลังสมบัติการ์ตูนของเรานั้นมีอะไรบ้าง

เรื่องความรักความชอบมันยากที่จะห้ามกันได้ โดยเฉพาะกับโอตาคุ ที่เวลามีสินค้าของสะสมจากการ์ตูนเรื่องที่ชอบ เช่นบ็อกซ์เซ็ทอนิเม โปสเตอร์ หรือแม้แต่สินค้าอื่น ๆ จะอดใจไม่ซื้อหามาสะสมได้ไหว จนรู้สึกตัวอีกทีก็เต็มบ้านไปหมดแล้ว

อีกหนึ่งของสะสมในนั้นคือเหล่าโดจินชิ หรือหนังสือทำมือ แม้ในทางกฎหมายจะหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็นว่ามันมีตัวตนอยู่ เนื่องจากเป็นหนังสือที่เกิดขึ้นโดยการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของคนอื่นมาสร้างเป็นผลงานใหม่ และเพราะมันผิดกฎหมายนี้ การผลิตมันออกมาจึงไม่ทำกันเป็นล่ำเป็นสันหรือเปิดเผย พิมพ์น้อย ๆ จำหน่ายกันในวงเล็ก ๆ (เมื่อเทียบกับสังคมเปิด)

และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้โดจินชิแต่ละเล่มนั้นค่อนข้างหายาก และส่วนใหญ่มักมีเนื้อหาในเชิงเพศ การเก็บสะสมนั้นเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเอาไปอวดใครต่อใครได้ง่าย ๆ เวลาที่จะต้องขนย้ายของสะสมเหล่านี้ออกจึงเป็นเรื่องยากหากทำด้วยตัวคนเดียว ครั้นจะใช้บริการขนย้าย ก็อายที่จะให้พนักงานเขามารับรู้รสนิยมส่วนตัวอีก ผู้ใช้ทวิตเตอร์นาม @lr2SsvDQXIVjaYh จึงได้แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เอาไว้

ขั้นที่ 1: เอาโดจินชิใส่ไว้ในลังกระดาษขนาดใหญ่สองใบ
ขั้นที่ 2: ปิดหีบห่อให้มิดชิด
ขั้นที่ 3: เขียนว่า “ในนี้มีมัมมี่นางเงือก (เห็นแล้วจะถูกสาปให้ตาย)” เอาไว้บนกล่อง
ขั้นที่ 4: เขียนเพิ่มไปอีกว่า “ในนี้มีซากกัปปะ (เห็นแล้วจะถูกสาปให้ตาย)” เอาไว้บนกล่องอีกใบ

เท่านี้การขนย้ายทรัพย์สมบัติก็ง่ายขึ้นเพราะสามารถระบุได้ว่าลังไหนใส่โดจินชิของเราเอาไว้ และไม่มีใครกล้าแกะดูจนส่งถึงที่หมาย ชาวเน็ตทราบเรื่องนี้ก็มีความเห็นหลากหลาย เช่น

“น่าจะเขียนไปด้วยว่ามีเท้าลิงต้องสาป”
“พอมาประกาศบนเน็ตแบบนี้ เขาก็รู้กันหมดละว่าข้างในมีอะไร”
“นานมาแล้ว ฉันเคยอ่านเจอมาว่าให้เขียนบนกล่องไปว่าหนังสือเรียน เวลาจะขนของแบบนี้”
“เขียนไปแค่ว่า [เอกสาร] ก็จบป่ะ?”

ซึ่งไม่ใช่เล่น ๆ อย่างที่ 2 คอมเมนต์หลังได้ชี้ประเด็นให้เห็นเอาไว้ ว่าการเขียนไปว่า “มัมมี่นางเงือก” นั้น มีแต่จะยิ่งสร้างความสงสัย ความสนใจให้กับพนักงานผู้ขนย้าย หรือแม้แต่ใครต่อใครที่ได้เห็นได้ง่ายกว่าการเขียนว่า “หนังสือเรียน” หรือ “เอกสาร” ธรรมดา ๆ ดังสำนวนที่ว่า “ซ่อนไม้ต้องซ่อนในป่า” กระนั้นข้อดีที่เจ้าของเรื่องกล่าวไว้ คือมันจะง่ายต่อการติดตามว่าลังที่ใส่โดจินชิ หรือของสะสมการ์ตูนของตัวเองนั้นเป็นใบไหน และจะไม่สับสนหากสิ่งที่ต้องขนย้ายมีหนังสือเรียน หรือเอกสารจริง ๆ ปนอยู่ด้วย และอีกข้อคือมันเป็นการระบุไปเลยว่าสิ่งของชิ้นนี้คืออะไร จึงจะทำให้ได้รับการปฏิบัติอย่างให้ความสำคัญ มากกว่าการไปเขียนว่าในลังนี้คือหนังสือเรียน หรือเอกสารทั่วไปธรรมดา ๆ

Source: Twitter/@lr2SsvDQXIVjaYh via SoraNews24
Image: Irasutoya