ถ้าคุณเคยผ่านคลาสศิลปะมาก่อนหนึ่งในบทเรียนที่คุณจะได้พบก็คงหนีไม่พ้นการทำความรู้จักกับมุมมองแบบ Perspective (เส้นนำสายตา) ที่เป็นเทคนิคในการวาดภาพออกมาอย่างมีมิติที่สมจริง ตัวอย่างดังภาพนี้

(คลิปตัวอย่างการเขียน Perspective โดยพื้นฐาน ผู้อ่านที่สนใจเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่นี่)

อธิบายคร่าว ๆ ก็คือโดยในการวาดภาพแบบ one-point-perspective หรือ Perspective แบบ 1 จุดดังภาพด้านบนนี้ จะมีเส้นนำสายตาที่ลู่เข้าหาจุดรวมสายตาตรงกลางภาพ ซึ่งจุดรวมสายตานี้ ก็อยู่ในระดับของเส้นระดับสายตา (Horizon Line) ทำให้ยิ่งวัตถุอยู่ใกล้จุดรวมสายตาเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีขนาดเล็กลงตามไปด้วย เพราะมันหมายถึงวัตถุนั้นอยู่ไกลออกไปนั่นเอง

ในทางกลับกันการวาดภาพแบบ two-point perspective หรือ Perspective 2 จุด จะมีจุดรวมสายตาเพิ่มจาก 1 ไปเป็น 2 จุดบนเส้นระดับสายตาเดียวกัน (ตามภาพด้านบน) โดยที่จุดทั้งสองก็จะสร้างระยะมิติจากสองทิศทาง ซึ่งจะทำให้ภาพที่ถ่ายทอดออกมาดูกว้างขึ้น และมองเห็นได้หลากหลายมุมมองมากขึ้น (ซึ่งสามารถรับชมการเขียนภาพแบบ Perspective 2 จุดได้ที่นี่)

ตัวอย่างเพิ่มเติมของการวาดภาพแบบ Perspective 2 จุด

การวาดภาพแบบ Perspective นั้นถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จะได้รับการสอนในการเรียนศิลปะซึ่งในบางที่อาจจะได้เรียนกันตั้งแต่มัธยมต้นเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้สำหรับนักวาดมืออาชีพทักษะนี้ก็ควรจะสามารถทำได้โดยเป็นธรรมชาติเลยก็ว่าได้ครับ (และแน่นอนซอฟแวร์เขียนภาพปัจจุบันนี้ก็ยังมีเครื่องมือช่วยในการเขียน Perspective ด้วยเช่นกัน)

นักวาดมังงะอย่างคุณ Masa Ikku ที่เป็นรู้จักกันดีกับผลงานมังงะจากเรื่อง Sakura Taisen ได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับเทคนิคการออกแบบทางศิลปะของสตูดิโอชื่อดังย่างสตูดิโอ Ghibli

โดยฉากที่ถูกนำมาพูดถึงนั้นคือฉากจาก My Neighbor Totoro ผลงานสุดคลาสสิคจากเมื่อปี 1988 ของสตูดิโอนี้ที่กำกับโดยผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Miyzaki Hayao ซึ่งเป็นฉากที่สองพี่น้องซัทสึกิและเมย์วิ่งเล่นอยู่ในห้องว่างเปล่าที่ปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ โดย Masa ได้ทำการยกตัวอย่างโดยลองวาดเส้นนำสายตาจากการอ้างอิงขอบกำแพงและหน้าต่างในภาพ ไปสู่จุด ๆ หนึ่ง (จุดรวมสายตา) ขึ้นมาตามแบบของ perspective 1 จุด แต่เส้นเหล่านั้นกลับไม่ได้ไปบรรจบที่จุดเดียวตามหลักการเสียเท่าไหร่ ทว่ากลับมีการรวมกันของเส้นที่จุดรวมสายตา 2 จุดด้วยกันและตัดไขว้กันด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ?

ซึ่งผู้ใช้เน็ตอีกมากมายก็มาร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้ ซึ่งรวมไปถึงนักวาดท่านอื่นๆ ด้วย และนี่คือตัวอย่างความเห็นจากนักวาดและชาวเน็ตบางส่วน

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @yanamosuda:

“เมื่อเร็วๆ นี้ เทคนิคการเปลี่ยนมุมมอง Perspective ก็ได้ถูกนำมาใช้ในหนัง Spider-Man: Into the Spider-Verse เหมือนกัน ฉันคิดว่ามันเป็นเพราะบางครั้งการทำให้มุมมอง Perspective มีความถูกต้องจนเกินไปก็จะไปขัดขวางการมองตามปกติของเราได้ (เพราะบางครั้งอาจจะทำให้ภาพแคบลงและขาดความหลากหลาย – ผู้เขียน) ทำให้ภาพมันอาจจะดูผิดจากความเป็นจริงแต่ก็สามารถถ่ายทอดมุมมอง Perspective ออกมาได้ดีเช่นกัน”

นักวาดมังงะ @suzuki_kenya: 

“ฉันเคยได้ยินคำพูดนี้บ่อยๆ เหมือนกันว่า ‘มันไม่มีจุดรวมสายตาในฉากจากอนิเมะของ Miyazaki’ หรือ ‘จุดรวมสายตาของงานนี้มันไม่ใช่จุดจุดเดียว แต่เป็นวงกลม’ อย่างไรก็ตามฉันยังเชื่อว่าสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดก็คือ เทคนิค  Perspective แบบมีจุดศูนย์กลาง 2 จุด ที่เห็นได้ในงานวาดของ Kogawa Tomonori (อนิเมเตอร์มืออาชีพ) โดยการวางศูนย์กลาง (fulcrum) ไว้หลาย ๆ จุดในภาพจะทำให้คุณสามารถสร้างภาพหลายระยะที่เหมือนดูหลอกตาอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดมุมมองพื้นที่ที่กว้างขึ้นได้”

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Hidari_ShinnosK:

“นี่เป็นแค่ทฤษฎีของฉัน แต่ฉันคิดว่าเหตุผลที่การมีจุดรวมสายตาสองจุดดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะว่าการมองเห็นของคนเราเดิมทีก็เป็นการประกอบกันของภาพจากตาทั้งสองข้างอยู่แล้ว โดยที่มุมมองด้านซ้ายถูกประมวลผลโดยสมองข้างขวา ในขณะที่มุมมองด้านขวาถูกประมวลผลโดยสมองข้างซ้าย เมื่อนำภาพประกอบนี้มาวาดเป็นภาพภาพเดียว จุดอีกหนึ่งจุดระหว่างสองจุดนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น เวลาที่วาดเส้นตรง หรืออย่างการที่วาดลู่เข้ากลางภาพนั้น ก็คือการให้พวกมันลู่เข้าจุดกลางนี้นั้นเอง”

Masa ได้ตอบกลับความเห็นนี้ด้วยการตั้งคำถามใหม่ขึ้นมา:

“ถ้าแบบนั้นจะเป็นยังไงถ้าเรามองภาพด้วยตาข้างเดียวล่ะ? ผมเชื่อว่าการมองเห็นของคนเรามันทำงานแบบอัตโนมัติ ไปพร้อมๆ กับการปรับแก้มุมมอง Perspective ไปเรื่อยๆ ภายในสมองของเรา”

มีผู้แสดงความคิดเห็นอีกสามคน ได้ลองเสนอเหตุผลสนับสนุนทฤษฏีต่างๆ และลองนำมาทำเป็นภาพประกอบเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

“ลองใช้ห้องล็อกเกอร์เป็นตัวอย่าง ฉันลองสร้างแผนผังของจุดรวมสายตาที่อยู่บนเส้นแนวตั้งเดียวกัน แบบนี้ช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้นไหม?

ภาพซ้ายบน: perspective 1 จุด
ภาพขวาบน: perspective 2 จุด
ภาพซ้ายล่าง: ทฤษฎีที่ให้มีจุดสองจุดเพราะว่าเป็นภาพที่เกิดจากการรวมภาพหลายๆ ภาพเข้าด้วยกันเหมือนกับการมองเห็นของคนเราเวลาที่ตาของเราขยับตามการเคลื่อนที่ของคอ (ระดับสายตาในการมองมีการเปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว)
ภาพขวาล่าง: ทฤษฎีที่ว่ามีสองจุดจากการมองภาพซ้อนของตาทั้งสองข้างเกิดเป็นภาพที่ซ้อนทับกันของสองภาพในพื้นที่ช่วงกลางและภาพแยกของตาแต่ละข้างที่ด้านข้างของภาพ”

“เพื่อที่จะให้เห็นชัดว่ามันทำงานยังไงในการเรนเดอร์ภาพ 3-D CG ฉันได้ลองใส่การเปลี่ยนรูปร่าง(แบบเรียว) ลงในโมเดลทั้งหมด ฉันคงพูดว่ามันออกมาดีมากไม่ได้ แต่มันก็เป็นตัวอย่างภาพ CG ที่นำเสนอจุดรวมสายตาแบบจุดเดียวและสองจุดได้”

“ฉันเจอตัวอย่างของ Paolo Veronese(จิตรกรชาวอิตาเลี่ยนยุคเรเนซองส์) ในหนังสือเกี่ยวกับการจัดวางองค์ประกอบที่ฉันมี (ซึ่งจะเห็นว่ามีจุดรวมสายตาและเส้นนำสายตาอย่างมหาศาล แต่ภาพก็ดูไม่ผิดธรรมชาติ กลับถ่ายทอดได้ตระการตายิ่งกว่า – ผู้เขียน)”

ชาวเน็ตบางส่วนที่ไม่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเชิงเทคนิค ก็มาร่วมสนุกกับการแสดงความรู้สึกและความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจแล้ว…ว่าฉันไม่รู้เลยว่าพวกคุณพูดอะไรกัน”

“มันยังมีจุดรวมสายตาอีกจุดสำหรับเสื่อทาทามิ”

“เมื่อก่อนฉันก็เคยต้องทรมานกับเรื่องพวกนี้ตอนที่เป็นผู้ช่วยนักเขียนมังงะเหมือนกัน ภาพสเก็ตของพวกนักเขียนมักจะมีจุดรวมสายตาสองจุดเสมอ พอพยายามจะเปลี่ยนมันกลับไปเป็นจุดเดียวมันก็เปลี่ยนมุมมองภาพไปอีกทางเลย นั่นทำให้ฉันเรียนรู้ว่าอย่าจริงจังกับไอ้จุดพวกนี้มากนักเลย”

“ยังมีงานของ Ghibli เรื่องอื่นๆ ที่มี Perspective ที่ไม่ตามทฤษฎีเหมือนกัน ทั้งหมดก็เพื่อจะให้ทุกอย่างเข้ามาอยู่ในซีนได้อย่างครบถ้วน และเพื่อเน้นความสวยงามขององค์ประกอบต่างๆ”

“ก่อนหน้านี้เขาก็เคยพูดอะไรแบบนี้เหมือนกันอย่าง ‘Princess Mononoke นั้นก็มีการสร้างมาแบบนี้เหมือนกัน จริง ๆ แล้ว perspective แบบ 1 จุด มันก็แค่ความเชื่อหลอกตาจากแนวคิดฝั่งตะวันตก แต่ผมโอเคกับการเขียนภาพด้วยจุดรวมสายตาสองจุดมากกว่า”

Source: Twitter/@Masa_Ikku via Soranews24