เริ่มต้นที่กรีซ จนถึงญี่ปุ่น ผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนตลอดเวลาที่ผ่านมา

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา องค์การคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิค 2020 ได้กล่าวว่าเส้นทางเดินทางของคบเพลิงนั้นจะผ่านแลนด์มาร์คหลายจุดของญี่ปุ่นรวมถึงแหล่งมรดกโลก และบริเวณที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ด้วย

จากเส้นทางที่ถูกเปิดเผยออกมาโดยผู้จัดงานบอกเราว่า คบเพลงจะเดินทางผ่านท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นถึง 857 แห่งจาก 47 จังหวัด เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นตัวจากเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 และวิกฤตินิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน

จำนวนผู้ถือคบเพลิงในครั้งนี้มีเกือบ 10,000 ชีวิต และจะใช้เวลาในการเดินทาง 121 วัน และด้วยเส้นทางที่ถูกเปิดเผยออกมานี้ ทำให้ทราบได้ว่าช่วงเวลารับสมัครอาสาสมัครนั้นจะเริ่มต้นในวันที่ 17 มิถุนายน เป็นอย่างเร็วที่สุด

และในเมื่อโตเกียวโอลิมปิคได้ถูกขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิคแห่งการฟื้นฟู” คบเพลิงจึงถูกกำหนดให้มีการเดินทางผ่านบริเวณภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งการเดินทางดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2020 ที่ J-Village จังหวัดฟุคุชิมะ ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลที่เคยถูกใช้เป็นศูนย์บัญชาการในการรับมือกับปัญหานิวเคลียร์ที่เคยเกิดขึ้น

อนุสาวรีย์ “Miracle Pine” ซึ่งตั้งขึ้นแทนต้นไม้ที่ยังคงเหลืออยู่ แม้ในวันที่เกิดเหตุคลื่นสึนามิจะพัดพาต้นสนในบริเวณดังกล่าวไป 70,000 กว่าต้น เป็นหนึ่งในอีกหลายแลนด์มาร์คในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้ ซึ่งในวันแรก คบเพลิงจะเดินทางผ่านเมืองโอคุมะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ หมายเลข 1

ทางผู้จัดงานกล่าวว่าที่พวกเขาเลือกเส้นทางนี้ เพราะตลอดทางนั้นมี “สถานที่ในแต่ละภูมิภาคที่น่าเป็นจุดท่องเที่ยว” ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติได้ทราบ และเดินทางมาเที่ยวชมที่ญี่ปุ่น

แหล่งมรดกโลกที่ทาง UNESCO ให้การรับรองนั้น รวมไปถึงภูเขาฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศนี้ และเกาะมิยาจิมะ ที่จังหวัดฮิโรชิมะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้า Itsukushima ที่มีเสาประตูโทริอิตั้งอยู่กลางน้ำ ก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่จะผ่านเช่นกัน

คบเพลิงจะผ่านอนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมะ สถานที่ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากระเบิดอะตอมิคเมื่อปี 1945 ผ่านโรงงานทอผ้าโทมิโอกะ ซึ่งเป็นสัญลัษณ์ของการอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในวันที่ 7 ของการเดินทาง ก่อนที่จะผ่านสถานที่ต่าง ๆ และมาถึงสนามกีฬาแห่งชาติโตเกียวแห่งใหม่ ในวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันที่มีพิธีเปิดพอดี

สำหรับสปอนเซอร์ทั้ง 4 รายของงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิคครั้งนี้จะมีการเปิดรับสมัครอาสาสมัครผู้ถือคบเพลิงแยกกันไปในแต่ละเจ้า เช่นเดียวกับทีมผู้จัดงานจากทั้ง 47 จังหวัด และทาง Coca-Cola Japan Co. จะเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 17 มิถุนายน

ทีมผู้จัดงานได้ให้ข้อมูลว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร เพศใด สัญชาติใด ก็สามารถสมัครมาเป็นผู้ถือคบเพลิงได้ ตราบใดที่เกิดก่อนวันที่ 1 เมษายน 2008 และต้องมีความเกี่ยวข้องกับจังหวัดที่ตนเองจะลงทะเบียนเข้าเป็นอาสาสมัคร นั่นแปลว่าผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปี ในวันที่ 1 มีนาคม 2020 จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนที่จะมาร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัคร โดยสามารถศึกษาแนวทางก่อนได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน

นอกจากนี้ทีมผู้จัดงานได้เปิดเผยยูนิฟอร์มของผู้ที่จะมาถือคบเพลิง เป็นชุดสีขาวที่ทำขึ้นจากการนำขวดพลาสติกมารีไซเคิล พร้อมธีมว่า “ความหวังส่องทางให้เรา” ที่ปรากฏอยู่บนเสื้อสีขาว เป็นลายกราฟิกรูปถนนแห่งความหวัง ถูกส่องให้เห็นทางด้วยเปลวเพลิง

พิธีจุดคบเพลิงนั้นจะเริ่มต้นในวันที่ 12 มีนาคม 2020 ที่โอลิมเปีย ประเทศกรีซ และจะถูกส่งมาถึงญี่ปุ่นในอีก 8 วันให้หลัง และจะถูกแสดงโชว์ที่จังหวัดฟุคุชิมะ อิวาเตะ และมิยากิ ซึ่งเป็น 3 จุดเกิดเหตุภัยพิบัติธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในปี 2011

เทศกาลกีฬาโอลิมปิคครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในญี่ปุ่น จากครั้งก่อนเมื่อปี 1964 ซึ่งคาดว่าในฤดูร้อนปี 2020 ที่จะมาถึงนี้ จะมีกีฬา 33 ประเภท และอีก 339 งานย่อยตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ไปจนถึง 9 สิงหาคม 2020 และตามด้วยงานกีฬาคนพิการ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม จนถึงวันที่ 6 กันยายน 2020

Source: JapanToday