กลายเป็นข่าวใหญ่โดยเฉพาะกับสาวกซีรีส์ Macross จากเหตุที่บริษัท Harmony Gold U.S.A. ได้ประกาศในงาน Anime Expo 2019 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าพวกเขาได้ต่ออายุสัญญาการเป็นผู้ถือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของซีรีส์ Cho Jiku Yosai Macross, Cho Jiku Kidan Southern Cross และ Kiko Soseiki Mospeada กับทาง Tatsunoko Production เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแต่เดิมหากไม่มีการต่อสัญญานี้เกิดขึ้น ผลงานทั้ง 3 เรื่องจะหลุดจากมือของบริษัทดังกล่าวในวันที่ 14 มีนาคม 2021

คุณ Tommy Yune ประธานฝ่ายอนิเมชั่นของ Harmony Gold ได้เผยว่าการต่ออายุนี้จะเป็นเพียงแค่ Macross ภาคแรกสุดเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับภาคต่อทั้ง Macross Frontier และ Macross Delta ซึ่งยังได้บอกว่าสถานะของการถือลิขสิทธิผลงานซีรีส์ Macross ยุคหลังนี้ “เป็นคำถามที่ต้องรอการแก้ไข

เรื่องราวของการถือลิขสิทธิที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟนซีรีส์ Macross ในต่างประเทศนอกญี่ปุ่นนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ทาง Tatsunoko Production ได้มอบสิทธิต่าง ๆ ในผลงานอนิเมะทั้ง 3 เรื่อง ประกอบไปด้วย Macross, Southern Cross และ Mospeada ให้กับทาง Harmony Gold เมื่อปี 1984 ซึ่งต่อมาทาง Harmony Gold ได้นำอนิเมะทั้งสามเรื่องนี้มาเขียนบทและตัดต่อรวมกันกลายเป็นซีรีส์ Robotech ออกฉายครั้งแรกในปี 1985 ตามมาด้วยภาคต่อในชื่อ Robotech II: The Sentinels ในปี 1986 และ Robotech: The Shadow Chronicles ในปี 2006

ซึ่งในแง่ของกระแสตอบรับก็ถือว่าดีในฝั่งตะวันตก ความโด่งดังของมันมีมากจนทำให้เกิดโครงการนำไปทำเป็นภาพยนตร์คนแสดง 2 เรื่อง คือกับทาง Warner Bros. ในปี 2007 และกับทาง Columbia Pictures ในปี 2016 แต่แล้วจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวความคืบหน้าใด ๆ แต่จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือบทนั้นได้คุณ Jason Fuchs ที่เคยฝากผลงานอย่าง Wonder Woman (2017) มารับหน้าที่นี้

นับแต่สัญญาเมื่อปี 1991 เป็นต้นมา ทาง Tatsunoko ให้สิทธิทาง Harmony Gold ในการหาผลประโยชน์จากผลงาน Macross จำนวน 36 ตอน, Mospeada จำนวน 25 ตอน และ Southern Cross จำนวน 23 ตอน เป็นเวลา 10 ปี และได้มีการต่อระยะเวลาสัญญาอีกในปี 1998 และ 2002 ซึ่งสัญญาล่าสุดมีกำหนดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 มีนาคม 2021 นี้ และก็เกิดการประกาศต่อสัญญาดังกล่าวขึ้น ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่ามีกำหนดว่าระยะเวลากี่ปี

อย่างไรก็ตามในปี 1998 บริษัทโฆษณาและผู้ร่วมสร้าง Macross อย่าง Big West ได้ทำการยื่นฟ้องร้อง Tatsunoko ในสิทธิในการทำภายต่อของซีรีส์ Macross ซึ่งศาลได้มีพิพากษาตัดสินในปี 2003 ให้ผลประโยชน์ตกกับทาง Tatsunoko ให้สามารถทำสัญญากับทาง Harmony Gold ได้ แต่ทาง Big West ก็ได้รับสิทธิในการดีไซน์ตัวละคร Macross ทั้ง 41 แบบดั้งเดิม ซึ่งการตัดสินดังกล่าวส่งผลให้การต่อสัญญาระหว่าง Tatsunoko กับ Harmony Gold ในปี 1998 นั้นเกิดปัญหาขึ้น เพราะไม่สามารถทำภาคต่อของอนิเมะทั้ง 3 เรื่องข้างต้นได้ แต่ในปี 2002 ได้มีการรื้อฟื้นข้อตกลงใหม่สำหรับ Moespeada และ Southern Cross ส่วนกับซีรีส์ Macross นั้นได้มีการรื้อฟื้นในปี 2003 ให้สามารถทำผลงานภาคต่อของเรื่องนี้ได้ แต่ต้องไม่ใช้ผลงานดีไซน์ตัวละคร Macross ทั้ง 41 แบบ ที่เป็นลิขสิทธิของทาง Big West ซึ่งกรณีการรื้อฟื้นสัญญาในปี 2003 นี้ แม้ทาง Tatsunoko ได้มีการฟ้องร้องเพื่อโต้แย้งสิทธิของตนเอง แต่ศาลก็ยกคำร้องนี้ไป

ด้วยเหตุนี้ทำให้ทาง Tatsunoko ขอให้ทาง Harmony Gold ดูแลเครื่องหมายการค้า Macross นอกประเทศญี่ปุ่น แลกกับการลดค่าธรรมเนียมจากค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้ทาง Tatsunoko ซึ่งต่อมา Tatsunoko ได้ยื่นคำร้องกับศาลเพื่อโต้แย้งสิทธิของตนเองอีกครั้ง แต่คราวนี้ศาลตัดสินให้เป็นประโยชน์กับทาง Harmony Gold ซึ่งเป็นส่วนให้ Macross ไม่สามารถเปิดตลาดนอกประเทศญี่ปุ่นได้

ในเดือนพฤศจิกายน 2016 ทาง Harmony Gold ได้ยื่นการขอระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการกับทาง Tatsunoko ซึ่ง Tatsunoko ก็ตอบกลับด้วกาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการที่ Harmony Gold ละเมิดสัญญากลายประการ เช่นการออกใบอนุญาตให้ใช้ผลงานดังกล่าว รวมถึงการที่ไม่จ่ายค่าสิทธิในการจัดทำโฮมวิดีโอ ซึ่งศาลแคลิฟอร์เนียได้มีคำพิพากษาในเดือนมิถุนายน 2017 ให้รักษาข้อตกลงทางทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างสองบริษัทเอาไว้ และรับรองว่าข้อตกลงดังกล่าวนี้จะสิ้นสุดโดยไม่มีการต่อสัญญาในปี 2021

Source: Harmony Gold’s Anime Expo panel via ANN