สำหรับญี่ปุ่นแล้วไม่ว่าจะซากปรักหักพังอันน่าขนลุก หรือป่าชวนสยองที่น้อยคนจะกล้าย่างกรายเข้าไป ก็เรียกได้ว่ามีให้พบเห็นอยู่ไม่น้อย หรือมีสารพัดสถานที่ผีสิงที่พร้อมให้คุณท้าทายความกล้าของตัวเองกันเลย

และอุโมงค์เก่าๆ อย่างอุโมงค์ซาชิกิเองก็เป็นหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น โดยอุโมงค์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งความกว้างของอุโมงค์นั้นกว้างเพียงแค่พอให้รถขนาดเล็กผ่านได้หนึ่งคันเท่านั้น และมีความยาวอยู่ที่ 434 เมตรในความมืดสนิทไร้แสงสว่างภายใน ซึ่งด้วยสภาพที่กล่าวมานี้ก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ชวนขุนลุกที่เป็นต้นกำเนิดของเรื่องสยอง ที่เล่ากันปากต่อปากว่ามีวิญญานพยาบาทปรากฎตัวออกมาในเวลากลางคืน และยังมีผู้คนที่หายตัวไปในอุโมงค์นี้อีกด้วย

แต่ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องชวนสยองเช่นนี้อยู่ก็ไม่อาจหยุดสามนักผจัญภัยวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นให้มาท้าทายความกล้ากับสถานที่แห่งนี้ได้ พวกเขาได้เข้าไปในอุโมงค์นี้ตอนตีหนึ่งโดยมีสองคนเดินนำหน้าและอีกคนคอยนั่งรถตามหลังและคอยบันทึกวิดีโอการผจญอุโมงค์นี้ไปด้วย

แต่หลังจากที่พวกเขาออกเดินทางไปได้ไม่ไกลนักสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งก็ได้รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมันดึงขาเขาออกไปทางด้านข้าง ทันทีที่รู้สึกแบบนั้นทั้งหมดก็ขวัญกระเจิงและรีบออกมาจากอุโมงค์นั้นทันที จากนั้นจึงได้ทำการอัพโหลดวิดีโอของพวกเขาลงบนทวิตเตอร์ในเวลาต่อมา แม้ว่าในตอนนี้ทวีตต้นทางจะถูกลบไปแล้วแต่ก็ได้มีชาวเน็ตบันทึกวิดีโอนั้นเก็บไว้และได้นำกลับมาโพสท์ใหม่อีกครั้ง

ในขณะที่บางส่วนกำลังขนลุกกับเรื่องราวของวัยรุ่นกลุ่มนี้ แต่ก็ยังมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่านี่อาจเป็นเพียงแค่การแกล้งอำขึ้นมาหรือเปล่า? โดยพวกเขาสังเกตจากจังหวะที่วัยรุ่นหนึ่งในสามคนยื่นขาออกไปด้านข้างแบบเหมือนตั้งใจทำ แต่จะอย่างไรก็ตามความน่ากลัวของอุโมงค์แห่งนี้ยังมีอีกคนมาช่วยยืนยันจากภาพที่เขาได้เคยถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนที่อุโมงค์แห่งนี้อีกเสียง

“มันเป็นสถานที่ที่น่ากลัวจริงๆ นี่เป็นภาพที่ผมถ่ายไว้ที่ปากอุโมงค์เก่าซาชิกิเมื่อสามปีก่อน แค่ภาพก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว และขอบอกเลยว่านี้ไม่ใช่ภาพตัดต่ออะไรทั้งนั้น”

เรื่องชวนขนลุกนี้ได้สร้างความกลัวให้กับชาวเน็ตญี่ปุ่นที่มาพบเห็นกันไม่น้อยเลยทีเดียว

“คุณน่าจะไปหาหมอผีหน่อยนะ”
“วิญญานในนั้นพยายามจะหยุดไม่ให้คุณเข้าไปลึกกว่านั้น คุณควรจะขอบคุณมันนะ”
“ฉันเคยไปที่นั่นมาเหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่ได้เจอกับอะไร แต่มีบางอย่างที่แปลกมากเกิดขึ้นระหว่างที่ฉันเดินทางกลับบ้าน วันถัดมาฉันเลยไปที่ศาลเจ้าเพื่อชำระล้าง”
“นั่นมันน่าขนลุกสุดๆ”

Sources: Twitter/@kousei404Twitter/@ZAKURO07090411 via Soranews24