จะรัก หรือจะชอบ ความสัมพันธ์ระหว่างชินจิและคาโอรุที่ถูกทำให้เลือนไปด้วยคำแปลภาษาต่างชาติ ต่างยุค

หลายคนคงได้เริ่มดูกันไปแล้วกับ Shinseiki Evangelion ฉบับทีวี และฉบับภาพยนตร์อีกสองภาคที่ตอนนี้ได้เข้าฉายผ่านทางแอพลิเคชัน Netflix ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ทำให้แอนิเมชันหุ่นยนต์จากปี 1995 ได้กลับมาเป็นประเด็นสนทนากันในสังคมคนการ์ตูนอีกครั้ง

แต่หนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนสำหรับคนที่ดูเป็นฉบับบทบรรยายภาษาอังกฤษคือมีการใช้บทแปลใหม่ของทาง Netflix เอง ไม่ใช่ของทาง ADV Films อย่างที่คุ้นเคยกันในฝั่งอเมริกาเหนือ และนั่นก็ทำให้เกิดประเด็นขึ้นในตอนที่ 24 ในฉากของชินจิ และคาโอรุ ที่ทำให้เกิดคำถามว่าอะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้น?

(เนื้อหาหลังจากนี้มีบางส่วนที่เป็นการเปิดเผยเนื้อหาของฉบับทีวี)

ในตอนที่ 24 มีฉากอาบน้ำระหว่างสองหนุ่ม ชินจิ และคาโอรุ หลังจากที่คาโอรุจับมือชินจิ และบอกความรู้สึกไปว่าเขานั้นเข้าใจความเจ็บช้ำของชินจิ ในช่วงนี้บทพูดภาษาญี่ปุ่นคือ “好意に値するよ” หรือที่แปล (ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ) ได้ว่า “นายมีค่าให้ฉันหลงใหล” และเมื่อชินจิถามกลับถึงเหตุผลที่พูดคำนี้ออกมา สิ่งที่คาโอรุตอบกลับมาคือ “好きってことさ” หรือ “หมายถึงฉันรักนายยังไงล่ะ”

ซึ่งการแปลของทาง ADV เดิมนั้นแปลว่า “It means I love you” แต่เมื่อเป็นของทาง Netflix กลับลดระดับจากการบอกรัก กลายเป็นการบอกชอบ ว่า “It means I like you” เสียอย่างนั้น

ซึ่งนั่นไม่ใช่ความแตกต่างเพียงจุดเดียวของตอน ในฉากที่ชินจิกำลังสิ้นหวัง เขาพูดออกมาว่า “カヲル君が好きだって言ってくれたんだ、僕のこと” หรือ “คาโอรุคุงบอกชอบเราด้วย” ซึ่งทาง ADV แปลว่า “It was the first time someone told me they loved me,” แต่ทาง Netflix นั้นแปลว่า “That’s the first time anybody’s ever said they liked me. Ever.” เปลี่ยนจาก “รัก” เป็น “ชอบ” อีกตามเคย

และยิ่งเป็นประเด็นเข้าไปอีก ภายหลังที่ประเด็นนี้กลายเป็นที่ถกเถียง ได้มีการเปิดเผยว่าผู้แปลของทาง Netflix ได้ออกมาประกาศว่าการแปลในฉบับนี้เป็นการยกร่างคำแปลขึ้นมาใหม่ โดยไม่ยึดโยงกับฉบับเดิมที่มีอยู่ก่อนของทาง ADV แต่อย่างใด

ชาวเน็ตจากเว็บไซต์ Nijimen ได้พยายามสรุปความแตกต่างระหว่างการบอกว่า “รัก” และ “ชอบ” เพื่อหาว่าคำไหนจะเหมาะกับบริบทภายในเรื่องมากกว่ากัน และมีความเห็นที่โดนใจชาวเน็ตจากเว็บไซต์ดังกล่าวดังนี้

“ไปถาม ผกก.อันโนะสิ!”
“อย่างกับมันมีความยุ่งยากในการแปลอยู่ แต่คิดว่าหลายคนกำลังถูกเบี่ยงประเด็นให้ลืมฟังเสียงส่วนน้อยไปเหมือนกัน”
“ดูจากลักษณะนิสัยของคาโอรุแล้ว มันก็ไม่น่าสงสัยนะว่าควรจะใช้คำว่าอะไรกันแน่”
“ปัญหามันอยู่ที่ว่าต่อให้ใช้คำว่ารัก หรือชอบ ก็ยังเกิดปัญหาอยู่ดี แต่ถ้าผู้ชม (ชาวอเมริกัน) ฟังเป็นคำว่ารักแต่แรกแล้วไม่มีปัญหา ก็พอเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมพวกเขาถึงงงเวลาคำแปลถูกเปลี่ยนไป”
“เพิ่งมาเปลี่ยนอะไรเอาป่านนี้ ตั้งหลายปี”
“คิดว่าควรจะใช้คำว่า รัก ไปเลย แต่เพราะเป็นคนญี่ปุ่น การพูดตรงๆ ว่ารัก เป็นเรื่องยาก เลยเปลี่ยนเป็นคำว่าชอบ เพราะถือว่าสื่อควาหมายเหมือนกัน”
“ส่วนตัวแล้วชอบนะเวลาตัวละครสารภาพรัก แต่การเปลี่ยนให้เหลือแค่ชอบ มันดูเหมือนคนญี่ปุ่นที่ไม่ถนัดการสื่อความในใจ ก็ค่อนข้างสมจริงดี”
“จริงๆ แล้วคาโอรุน่ะรัก แต่ที่บอกว่าชอบ เพราะมันมีอะไรเบื้องหลังที่ไม่อยากให้รู้หรือเปล่า?”

สำหรับคอมเมนต์แรกที่บอกให้ไปถาม ผกก.อันโนะ นั้น ทางผู้แปลฉบับ Netflix ได้เอาข้อความส่วนหนึ่งของหนังสือ “Hideaki Anno SUKIZO Evangelion” (ISBN: 4872333152) ส่งให้กับทางเว็บไซต์ข่าว ANN เพื่ออ้างอิง เป็นข้อความว่า

“Anno: [อีวาคือผลงาน] ที่ยังเหลือขั้นตอน [ของการทำให้สำเร็จ] โดยอาศัยมือของผู้ชมเอง ผมให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์นั้น หลังจากที่คุณเข้าใจจุด ๆ หนึ่งได้แล้ว ผมอยากจะให้พวกเขาได้ตัดสินกันด้วยตัวเอง มันมีส่วนที่ทิ้งเอาไว้ให้กำกวม ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณดู [และตัดสินมันด้วยตัวเอง] อย่างไร ผมคิดว่านิสัยของตัวละคร [หรือ บุคลิก] จะเปิดเผยตัวมันเองในการนั้น [อีวาคือผลงานที่] หากมี 10 คนดูมัน ไม่ใช่ว่าทั้ง 10 คนจะ [ชื่นชม] มัน แบบนี้แหละ ญี่ปุ่นจริง ๆ”

ผู้แปลของ Netflix ยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอีเมล์ฉบับนี้ไม่ควรถูกนำมาเป็นการ “ป้องกันตัว” ในงานการแปลของเขา แต่ควรจะเป็น “การถกเถียงว่าทำไม Evangelion ถึงได้น่ามหัศจรรย์ และกระตุ้นให้คนมองในมุมที่ต่างกัน” ต่างหาก

นอกจากนั้นเขายังเคยได้รับบทแปลมาจากทีมงานผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Khara จากร้าน General Products ซึ่งเป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าของสตูดิโอ Gainax ในช่วงปี 1989 – 1990 ซึ่งตัวสต๊าฟคนดังกล่าวเคยทำหน้าที่เป็นผู้แปล มาตั้งแต่ตอนสร้าง Evangelion Shin Gekijouban เมื่อปี 2007 ซึ่งเกี่ยวกับการแปลนั้น เขาบอกกับทาง ANN ว่าการปรึกษากับตัวผู้สร้างสรรค์ผลงานต้นฉบับถือเป็นสิ่งสำคัญหากมีจุดที่สงสัยหรือไม่เข้าใจในระหว่างการแปล

คำถามที่เกิดขึ้นระหว่างคำว่า “รัก” กับคำว่า “ชอบ” นั้นถกเถียงกันได้หลากหลายมุมมองขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้แปล ผู้แปลคนนั้นจะยึดถืออะไรเป็นสำคัญ? ยึดถือเจตนาของผู้สร้างผลงานต้นฉบับ? หรือยึดถือความเข้าใจของตัวเองเป็นหลัก? หรือความเข้าใจของผู้ชม? ผู้ชมคนไหน ประเภทไหนล่ะ?

แฟนคลับบางส่วนวิจารณ์ว่ากรณีนี้คือการ “ลดทอน” หรือ “ลบ” บรรยากาศความสัมพันธ์ในเชิงรักร่วมเพศระหว่างคาโอรุและชินจิ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาการ์ตูนเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่ไปออกอากาศ อย่างในกรณีของ Bishoujo Senshi Sailor Moon ที่มี Cloverway เป็นผู้ถือสิทธิในการจัดทำ พากย์ ดัดแปลง และเผยแพร่ในอเมริกา ที่เปลี่ยนบทความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร Haruka (ยูเรนัส) กับ Michiru (เนปจูน) จากคนรักให้เป็นลูกพี่ลูกน้อง และนี่คือสิ่งที่คาโอรุกับชินจิกำลังพบเจอ คือการแปลโดยสนับสนุนฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของพวกเขา ว่าต้องไม่มีความสัมพันธ์โรแมนติกเหลืออยู่เลย เป็นการ “จมเรือ” ดับการ “จิ้น” ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในมุมมองที่มีต่อความสัมพันธ์ของตัวละคร ของผู้ชมส่วนหนึ่ง

การถกเถียงดังกล่าวนี้ทำให้คิดถึงนักเขียนนิยายชื่อดังของญี่ปุ่น อ.Soseki Natsume ที่สอนลูกศิษย์ของพวกเขาว่า การแปลคำว่า “ฉันรักคุณ” ออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นตามอุดมคติ คือให้แปลว่า “พระจันทร์สวยจังเลย” เพราะการบอกว่ารักตรง ๆ มันเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นพูดแล้วดูตรงเกินไป ไม่ว่าจะตั้งใจ หรือพลั้งเผลอ กรณีนี้ทำให้เห็นได้ว่าการแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอื่นนั้น ควรสังเกตบริบทให้ชัดเจน เพื่อให้ความหมายไม่เพี้ยนไปจากเดิม

(เพิ่มเติม: ทาง ADV เคยจัดจำหน่ายรูปแบบ VHS ในปี 1997 – 1998 รวมถึงยังทำฉบับรีมาสเตอร์ในปี 2002 และ 2004 ซึ่งในฉบับของทางค่ายนี้ใช้คำแปลว่า “I love you” ส่วนทาง TIGA ของไทยเรานั้น ก็แปลเป็น “ฉันรักนาย ชินจิ” เช่นเดียวกัน

และอีกจุดที่เป็นตลกร้ายในมุมมองของผู้เขียน คือคำว่ารักของคาโอรุในฉากบอกรักนี้ หายไปพร้อมกับคำว่า “In other words, I love you” ซึ่งเป็นท่อนหนึ่งในเนื้อเพลง “Fly Me to the Moon” เพลงปิดของฉบับทีวี ที่ถูกนำออกไปเมื่อฉายใน Netflix อีกด้วย เพราะเรื่องของลิขสิทธิ์)

Source: VoxJ-CastNijimen via SoraNews24
Featured image: Twitter/@shokikita