ไกด์ท่องเที่ยวในจุดระเบิดตกกล่าวแม้จะมีความเกลียดชัง แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายแบบที่หลายคนคิด

ในภาพรวมส่วนใหญ่แล้ว ญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกานั้นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หากไม่นับเรื่องความผูกพันในแง่ของเศรษฐกิจและการเมืองการปกครองที่ลึกซึ้งแล้ว ผู้คนจากทั้งสองประเทศยังมีความกระตือรือร้นในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ทั้งกับสิ่งที่เป็นของดั้งเดิม และของสมัยใหม่ มีประชากรจำนวนมหาศาลต่างเดินทางไปมาระหว่างสองดินแดนอยู่เสมอจนถึงวันนี้

แต่พอมาถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการระลึกถึงเหตุการณ์ที่บอกได้ว่าญี่ปุ่นกับอเมริกานั้นไม่ได้เป็นมิตรกันตลอดเวลาเสมอไป ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ที่กองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณู ซึ่งเป็นการใช้งานครั้งแรกในประวัติศาสตร์สงคราม ลงที่ฮิโรชิมะ กวาดล้างสิ่งก่อสร้างและสิ่งมีชีวิตไปจนมียอดผู้เสียชีวิตเกินแสนคน

ด้วยเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนจุดตัดทางประวัติศาสตร์อันมืดดำของทั้งสองประเทศ อาจทำให้มองได้ว่าญี่ปุ่น อย่างน้อยก็คนที่อาศัยอยู่ที่ฮิโรชิมะ จะยังคงรู้สึกเคียดแค้นอเมริกาอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกครั้งที่คุณ Yu (@yu_hobbyaccount) วัยรุ่นฮิโรชิมะ มัคคุเทศก์ภาษาอังกฤษอาสา นำเที่ยวให้กับชาวต่างชาติที่มาเยือนอนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดที่ระเบิดปรมาณูตกนั้น มักจะถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่สิ่งที่เขา และเหล่าเพื่อนไกด์ต่างล้วนมีคำตอบแบบเดียวกัน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้นำมาบอกเล่าในทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ดังนี้

“พรุ่งนี้จะครบรอบ 74 ปีนับจากวันที่ถูกทิ้งระเบิดสินะ ฉันไปอาสาเป็นไกด์นำเที่ยวที่อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมะ แล้วก็ถูกชาวต่างชาติถามมาหลายครั้ง ว่า [คนญี่ปุ่นเกลียดอเมริกาหรือเปล่า?] ฉันคิดว่าคำถามนี้มันมีความหมายหลากหลาย ซึ่งไกด์อย่างพวกเราก็ตอบไปทุกครั้งว่า…[เราไม่ได้เกลียดอเมริกา แต่เราเกลียดสงคราม]”

คำตอบนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักท่องเที่ยวหลายคน บางคนถึงกับน้ำตาซึม ซึ่งคุณ Yu เองก็บอกกับนักท่องเที่ยวว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับฮิโรชิมะจะไม่เกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอน และนั่นคือหน้าที่ของพวกเขาในฐานะไกด์

“8:15 นาฬิกา เป็นช่วงเวลาที่จะลืมไม่ได้ไปจนชั่วชีวิต ขอให้ทุกคนสำรวม และมาอธิษฐานให้โลกมีแต่สันติภาพด้วยกันเถอะ”

เป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่าในขณะที่คุณ Yu อาสาเป็นไกด์นำเที่ยวภาษาอังกฤษให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ได้รู้จักกับเมืองที่เขาอยู่ ความสนใจโดยรวมของเขาก็ไม่ได้แตกต่างกับงานที่ทำเสียเท่าไร เขานั้นมีงานอดิเรกคือการท่องเที่ยว และชมภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์จากอเมริกา และทริปประทับใจล่าสุดของเขาก็คือการไปเที่ยวนิวซีแลนด์เมื่อปีก่อน

ในฐานะที่เป็นอาสาสมัคร คุณ Yu ก็ไม่ได้มีตารางแน่นกับงานไกด์ หรืองานล่าม หากแต่เป็นงานที่ทำแค่ทุกวันจันทร์ ทุกวันศุกร์แรกของเดือน เสาร์ที่สองของเดือน และวันอาทิตย์ที่สามของเดือนเท่านั้น

หากใครไปเที่ยวที่อนุสรณ์สถานแห่งนี้ ก็ไปพบเขาได้ที่หน้าโดมจนถึงเวลาบ่ายสาม ซึ่งเจ้าตัวจะติดเข็มกลัดไกด์ไว้อยู่ เจอกันแล้วก็อย่าลืมทักทาย เพราะเขายินดีที่จะได้พบกับนักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ตาม

Source: Twitter/@yu_hobbyaccount via SoraNews24