เป็นเวลาสามสัปดาห์มาแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์วางเพลิงสตูดิโอ Kyoto Animation ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 ราย โดยล่าสุดมีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตจากทางตำรวจออกมาแล้ว 10 รายด้วยกัน นอกจากนี้ตัวอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และทาง CEO ของเกียวอนิอย่างคุณฮัตตะ ฮิเดอากิ ก็ได้บอกว่าพวกเขาตัดสินใจที่จะรื้อถอนอาคารนี้และสร้างเป็นสวนอนุสรณ์แทนที่จะซ่อมหรือสร้างสตูดิโอขึ้นมาใหม่ในพื้นที่เดิม

แต่แม้ว่าสตูดิโอที่ 1 ซึ่งถูกเพลิงไหม้ไปนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป แต่ทางเกียวอนิเองก็ยังมีสตูดิโอที่ 2 ในเกียวโตซึ่งยังคงสร้างผลงานอนิเมะกันต่อไป และในหมู่ผู้ทำงาน ณ สตูดิโอที่ 2 นั้นยังมีนักวาดพื้นหลังวัย 52 ปี ของสตูดิโอผู้ที่ได้ทำงานให้กับเกียวอนิมาตั้งแต่ช่วงปี 1980 แต่ในเช้าวันเกิดเหตุนั้นนักวาดท่านนี้ (ผู้ซึ่งยังไม่มีความประสงค์จะเปิดเผยชื่อ) ได้ปฏิบัติงานอยู่ในสตูดิโอที่ 1 ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ

ในช่วงเวลาที่คนร้ายวางเพลิงได้เข้ามาภายในตึกนั้น นักวาดท่านนี้กำลังทำงานวาดฉากหลังอยู่ที่ชั้นสองของสตูดิโอตามปกติ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงกรีดร้องจากชั้นล่างของอาคารก่อนที่ควันจะลอยขึ้นมาทั่วอาคารอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้นเขารู้แล้วว่าเขาไม่สามารถที่จะหนีออกไปได้ทางบันได หรือทนอยู่ตรงนั้นต่อไป ในจังหวะที่ต้องดิ้นรนนั้นเขาตัดสินใจกระโดดลงมาจากหน้าต่างระเบียงชั้นสอง และแม้ว่านั่นจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจากแรงปะทะขณะร่วงถึงพื้น แต่นั่นก็ทำให้เขารอดตายมาได้

แม้ว่าในตอนนี้อาการบาดเจ็บของเขาจะยังไม่หายดีเต็มที่เท่าไหร่นัก แต่เขาก็ได้กลับมาทำงานแล้ว และนี่ก็ไม่ใช่เพราะความบ้างานตามค่านิยมของชาวญี่ปุ่นแต่อย่างใด แต่เขาได้บอกว่า ผมรู้สึกดีกว่าเมื่อผมได้ทำงาน

ในฐานะพนักงานของเกียวอนิมานานกว่าสามทศวรรษ แน่นอนว่าเขาจะต้องทำงานไปพร้อมกับความโศกเศร้าที่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เมื่อนึกถึงเพื่อร่วมงานที่ต้องจากไปอย่างน่าเศร้า โดยเขาได้พูดว่า พวกเราเป็นเพื่อน และเป็นครอบครัวเดียวกันแม้ว่าภาพของเพื่อนร่วมงานที่ไปหาอะไรทานด้วยกันหลังเลิกงานอาจจะไม่ใช่ภาพที่แปลกตานักในสังคมญี่ปุ่น แต่ก็คงมีไม่มากนักที่จะถึงกับไปดื่มกันต่อถึงบ้านของเพื่อนร่วมงานกันบ่อย ๆ แต่นักวาดท่านนี้ก็ได้พูดออกมาว่าทีมงานของเกียวอนิหลายคนมักจะมาที่บ้านของเขา รวมไปถึงคุณคิกามิ โยชิจิ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์วางเพลิงด้วยวัย 61 ปีด้วยเช่นกัน

แม้ว่านักวาดท่านนี้จะชื่นชอบการวาดรูปมากแค่ไหน เขาก็ยอมรับว่าในช่วงชีวิตการเป็นผู้สร้างอนิเมะนั้นไม่ได้ง่ายดายเสมอไป มีหลายครั้งเหมือนกันในช่วงชีวิตการทำงานของผมที่ผมรู้สึกอยากที่จะเลิกโดยเฉพาะในยามที่เขาไม่สามารถวาดภาพออกมาให้เหมือนกับที่ต้องการได้ในช่วงเวลาที่เส้นตายใกล้เข้ามา แต่ว่าเขาก็บอกว่าสุดท้ายเขาก็สามารถลุกกลับขึ้นมาได้เสมอเพราะบรรยากาศที่ทำงานของเกียวอนิที่ช่วยสนับสนุนเขา และความรู้สึกเคารพที่เขามีต่อพนักงานของเกียวอนิทุกคน

หลังจากที่ต้องผ่านเรื่องน่าเศร้าอันแสนเจ็บปวดในครั้งนี้มา คงไม่มีใครคิดจะโทษเขาหากเขารู้สึกที่ต้องการจะออกจากวงการสร้างอนิเมะไปสักพัก แต่อย่างที่เราได้บอกไปแล้ว่าในตอนนี้เองเขาก็ได้กลับมาทำงานรวมไปถึงที่เขาบอกว่ารู้สึกดีกว่าเมื่อได้กลับมาทำงาน ซึ่งสิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาอยากที่จะกลับมาทำงานที่สุดก็คงเป็นความคิดของเขาที่ว่าเขาไม่อยากให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นข้ออ้างหากผลงานจะแย่ลง และสัญญาไว้อีกว่า ผมอยากที่จะทำให้เต็มที่ เพื่อไม่ให้ผู้คนรู้สึกว่าคุณภาพงานของเกียวอนินั้นตกไปแต่อย่างใดก่อนจะพูดเสริมว่า การกลับมาสร้างผลงานอนิเมะต่อไปเหมือนที่ผ่าน ๆ มานั้นนับเป็นการตอกกลับคนร้ายที่ดีที่สุดเพราะสำหรับเขาแล้ววิธีที่ดีสุดที่จะรับมือกับการทำลายอันไร้เหตุผลนี้ ก็คือการยืนยันความตั้งใจที่มีต่อการสร้างผลงานของเขาต่อไป

Source: Nihon Keizai Shimbun/Kyodo via Soranews24